โทรศัพท์มือถือบนโต๊ะข้างเตียงสั่นครืดคราดติดต่อกันเป็นรอบที่สาม เสียงแจ้งเตือนข้อความและสายที่ไม่ได้รับสะท้อนความวุ่นวายภายนอกห้องนอนใหญ่แห่งนี้ได้เป็นอย่างดี ทว่าร่างสูงโปร่งของกวินท์กลับไม่ได้สนใจหน้าจอที่สว่างวาบเลยแม้แต่น้อย สายตาคมกริบของประธานหนุ่มมาเฟียผู้ทรงอิทธิพลกำลังจดจ้องอยู่กับภาพตรงหน้า—ภาพของพิมมาดาที่กำลังงقเงอะงงอยู่กับการติดกระดุมเสื้อเชิ้ตตัวโคร่งของเขา
กลิ่นหอมอ่อนๆ ของแชมพูเด็กที่ลอยวนอยู่ในอากาศ ชวนให้ห้องนอนโทนสีเทาเข้มดูอบอุ่นขึ้นมาอย่างประหลาด
"มองอะไรคะคุณคีย์ หน้าฉันมีอะไรติดอยู่หรือไง" ดีไซเนอร์สาวตวัดสายตาคมกริบกลับมาสบตา พร้อมกับปัดมือหนาที่ยื่นเข้ามาช่วยจัดปกเสื้อให้โดยอัตโนมัติ นิสัยปากเก่งและไม่ยอมก้มหัวให้ใครง่ายๆ แม้ในยามที่สถานการณ์ระหว่างเขากับเธอแนบชิดกันเกินความจำเป็นเช่นนี้ ยังคงเป็นเสน่ห์ที่ทำให้กวินท์ต้องลอบกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก
"เปล่า... แค่กำลังคิดว่าเสื้อตัวนี้ดูราคาตกฮวบลงไปเยอะ พอมาอยู่บนตัวคุณ"
คำพูดปากร้ายตามสไตล์ซึนเดะขั้นสุดถูกพ่นออกมาเพื่อกลบเกลื่อนอัตราการเต้นของหัวใจที่ดังจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยิน กวินท์แค่นยิ้มหยันพลางกอดอกพิงขอบตู้เสื้อผ้า สายตาคมกวาดมองร่างบางที่ยืนเท้าสะเอวแยกเขี้ยวใส่เขาอย่างเอาเรื่อง
"ปากเสียจริงๆ นะคะ! ถ้าเสียดายเสื้อนักก็ถอดคืนไปเลยสิคะ ฉันไม่ได้บังคับให้คุณเอามาให้ใส่สักหน่อย" พิมมาดาทำท่าจะปลดกระดุมเสื้อออกจริงๆ ด้วยความหมั่นไส้ แต่มีหรือที่คนเจ้าเล่ห์อย่างกวินท์จะยอมปล่อยให้เธอได้ทำตามใจ
หมรุบ!
มือหนาคว้าข้อมือเล็กเอาไว้ทันควัน แรงดึงเพียงเล็กน้อยทำให้ร่างบางเซถลาเข้าไปกระแทกกับแผงอกแกร่งอย่างจัง กลิ่นกายหอมกรุ่นที่คุ้นเคยตีรวนขึ้นมาในความรู้สึก กวินท์ก้มมองลงมา สบเข้ากับดวงตากลมโตที่ไหวระริกด้วยความตกใจ ปากอิมอิ่มเผยอขึ้นเล็กน้อยคล้ายจะต่อว่าแต่ก็พูดไม่ออกเมื่อระยะห่างระหว่างใบหน้าลดลงจนแทบไม่มีช่องว่าง
หัวใจของพิมมาดากระหน่ำเต้นราวกับมีกลองชุดมาตีอยู่ข้างหู เคมีอันร้อนแรงและดุดันที่แผ่ออกมาจากตัวของมาเฟียหนุ่มมักจะทำให้เธอสูญเสียการควบคุมตัวเองทุกที... และเขาก็รู้จุดอ่อนข้อนี้ดีเสียด้วย
"ปล่อยนะคะคุณคีย์..." น้ำเสียงที่พยายามดัดให้แข็งกร้าวกลับสั่นพร่าเสียจนน่าขัน
"ถ้าไม่ปล่อย... จะทำไมล่ะครับคุณพิม" กวินท์กระซิบชิดริมหู น้ำเสียงทุ้มต่ำและแหบพร่าเจือรอยเจ้าเล่ห์ ลมหายใจอุ่นๆ ที่รินรดอยู่ตรงซอกคอขาวทำให้พิมมาดาขนลุกซู่ไปทั้งตัว มือเล็กที่พยายามดันอกเขาไว้ค่อยๆ หมดแรงลงทีละน้อย
ติ๊ด! ติ๊ด! เสียงข้อความจากโทรศัพท์เครื่องเดิมดังแทรกขึ้นมาทำลายบรรยากาศสีชมพูจางๆ ให้พังทลายลงในพริบตา
กวินท์ขมวดคิ้วมุ่นด้วยความหงุดหงิดที่ถูกขัดจังหวะ เขายอมคลายอ้อมแขนออกอย่างเสียดาย ก่อนจะเอื้อมมือไปคว้าโทรศัพท์ขึ้นมาดูหน้าจอ ทว่าทันทีที่กวาดสายตาอ่านข้อความสั้นๆ ที่ส่งตรงมาจากกรณ์ มือหนาก็ชะงักกึก รังสีความเยือกเย็นแผ่ซ่านออกมาจากตัวเขาราวกับติดลบ
*กวินท์... นายต้องรู้เรื่องนี้ นายถูกหักหลังแล้ว!*
พิมมาดาที่ยืนจัดเสื้อผ้าของตัวเองให้เข้าที่สังเกตเห็นความผิดปกติบนใบหน้าหล่อเหลานั้นได้ทันที บรรยากาศรอบตัวเปลี่ยนจากความหวานชื่นกลายเป็นความตึงเครียดขึ้นมาทันควัน
"มีอะไรเหรอคะคุณคีย์ หน้าตาคุณดูไม่ดีเลย" พิมมาดาเอ่ยถามด้วยความกังวล แม้จะปากร้ายใส่กันตลอดเวลา แต่สัญชาตญาณบอกเธอว่าเรื่องที่กรณ์ส่งมาต้องไม่ใช่เรื่องเล็กแน่นอน
กวินท์เงยหน้าขึ้นสบตาเธอนิ่ง แววตาคมกริบที่เคยมีความขี้เล่นหลงเหลืออยู่บ้างเมื่อครู่ บัดนี้กลับว่างเปล่าและเต็มไปด้วยประกายความดุดันระดับอันตราย มือที่ถือโทรศัพท์กำแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน
"ไม่มีอะไร... แค่เรื่องงานในบริษัทนิดหน่อย" เขาตอบเสียงเรียบ พยายามปกปิดข้อมูลบางอย่างที่ไม่ต้องการให้เธอเข้ามาพัวพันด้วย แต่สำหรับคนฉลาดอย่างพิมมาดา คำแก้ตัวแค่นี้ไม่มีทางตบตาเธอได้
"โกหกค่ะ สายตาคุณไม่ได้บอกว่ามันคืองาน 'นิดหน่อย' เลยสักนิด มีใครหักหลังคุณใช่ไหมคะ?" พิมมาดาก้าวเข้าไปประชิดตัวเขา ใช้มือเรียวแตะที่แขนแกร่งเพื่อเรียกสติ "เราแต่งงานกันแล้วนะคะ (แม้จะเป็นสัญญาบ้าๆ ก็ตาม) มีอะไรฉันต้องได้รู้ด้วยสิคะ"
คำว่า *'เราแต่งงานกันแล้ว'* หลุดออกมาจากปากของดีไซเนอร์สาวโดยไม่ทันได้ตั้งตัว ทำเอาคนที่กำลังเครียดกับปัญหาใหญ่ถึงกับชะงัก กวินท์ก้มมองมือเล็กที่วางอยู่บนแขนของเขา มุมปากหยักยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยอย่างอดไม่ได้ แม้ในสถานการณ์วิกฤตแบบนี้ เธอก็ยังหาจังหวะมามัดมือชกเขาด้วยคำพูดพวกนี้ได้เสมอ
"ห่วงสามีหรือไงครับ ถึงได้ซักไซ้ใหญ่เลย"
"หลงตัวเองที่สุดค่ะ!" พิมมาดาถנอืตาใส่ด้วยความหมั่นไส้ "ฉันแค่ไม่อยากให้ใครมาตายในบ้านแค่นั้นแหละ เดี๋ยวฉันจะซวยไปด้วย"
"ปากแข็ง..." กวินท์พึมพำเสียงเบา ก่อนจะคว้ามือบางขึ้นมาจับไว้หลวมๆ "อยู่แต่ในห้องนี้ ห้ามออกไปไหนเด็ดขาด เรื่องข้างนอกปล่อยให้ผม..."
ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!
เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งติดกันอย่างเร่งรีบ ก่อนที่บานประตูห้องนอนจะถูกผลักเปิดออกโดยไม่ได้รับอนุญาต ร่างสูงของกรณ์ก้าวพรวดพราดเข้ามาด้วยใบหน้าซีดเผือด หอบหายใจแรงราวกับเพิ่งวิ่งหนีตายมา
"คุณคีย์ครับ แย่แล้วครับ! คนของเราที่คุมท่าเรือถูก..."
กรณ์ยังพูดไม่ทันจบประโยค เสียงฝีเท้าหนักๆ จำนวนมากก็ดังสนั่นมาจากโถงทางเดินด้านนอก พร้อมกับเสียงพังประตูชั้นล่างที่ดังโครมคราม กวินท์ผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ดวงตาคมกริบวาวโรจน์ด้วยเพลิงโทสะเมื่อตระหนักได้ว่า... ศัตรูไม่ได้แค่หักหลัง แต่พวกมันตามมาถึงถิ่นแล้ว
--------------------------------------------------
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและอินไปกับความซึนของพี่คีย์กับยัยน้องพิมมาด้วยกันนะคะ หวังว่าจะชอบความแซ่บท้ายตอนนี้ค่ะ! 💜
พันธนาการรักกับดักหัวใจมาเฟียร้าย•ตอนที่ 11
เช้าวันใหม่กับความรู้สึกแปลกไป
ผลงานโดย ไวโอเล็ตการ์เด้น
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไวโอเล็ตการ์เด้น)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธนาการรักกับดักหัวใจมาเฟียร้าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!