“ถ้าคุณยังมองผู้ชายคนนั้นด้วยสายตาแบบเดิมอีกครั้ง คืนนี้ในรถ... อย่าหาว่าฉันไม่เตือน”
เสียงกระซิบแหบพร่าจากกวินท์ข้างใบหู ทำเอาพิมมาดาถึงกับขนลุกชัน เธอเม้มริมฝีปากแน่นก่อนจะหันไปสบตากับดวงตาคมกริบภายใต้หน้ากากสีเงินเย็นชาของเขา คืนนี้คืองานกาล่าการกุศลที่ใหญ่ที่สุดของปี และเธอกำลังตกเป็นเป้าสายตาของคนทั้งงานในฐานะ ‘ภรรยา’ ของมาเฟียหนุ่มผู้ทรงอิทธิพล
“หึงหรือคะ?” พิมมาดาเลิกคิ้วถามพลางจิบแชมเปญในมืออย่างใจเย็น แสร้งทำเป็นไม่ได้สะทกสะท้านกับคำขู่ที่เต็มไปด้วยนัยยะทางเพศของอีกฝ่าย “หน้ากากมันปิดปากคุณไม่มิดหรอกนะคีย์... แต่ดูเหมือนมันจะช่วยปิดสติคุณไปด้วย”
“พิม!” เขาเค้นเสียงต่ำ มือหนาใต้ถุงมือผ้าไหมเลื่อนมากอบกุมเอวคอดของเธอแน่นขึ้น แรงบีบที่สื่อถึงความไม่พอใจชัดเจน “ฉันแค่ไม่อยากให้งานเสียชื่อเพราะคุณไปหว่านเสน่ห์ใส่คนอื่นที่ไม่เข้าเรื่อง”
“หว่านเสน่ห์? ฉันแค่มารยาทดีตามประสาคนมีการศึกษา ต่างจากใครบางคนที่จ้องจะหาเรื่องคนอื่นไปทั่ว”
พิมมาดาแค่นยิ้ม เธอขยับกายออกห่างเล็กน้อยเพื่อจัดเดรสผ้าไหมสีน้ำเงินเข้มให้เข้าที่ งานปาร์ตี้หน้ากากแบบนี้คือสนามรบของเหล่านักธุรกิจ และการที่เขาพาเธอมาเปิดตัวในคืนนี้ก็หมายความว่าเขาเริ่ม ‘ยอมรับ’ สถานะของเธออย่างเต็มตัวเสียที
ทว่าบรรยากาศความตึงเครียดกลับถูกขัดจังหวะด้วยชายหนุ่มร่างสูงโปร่งในชุดทักซิโด้สีขาวที่เดินตรงเข้ามาหา ‘ภรรยา’ ของมาเฟียหนุ่มอย่างไม่เกรงกลัวรัศมีอันน่าขนลุกของคนข้างๆ
“คุณพิมมาดา ดีไซเนอร์สาวที่เป็นข่าวเมื่ออาทิตย์ก่อนใช่ไหมครับ? ผมติดตามผลงานคุณอยู่ ยินดีที่ได้พบนะครับ” ชายหนุ่มคนนั้นยื่นมือมาตรงหน้าด้วยรอยยิ้มพราวเสน่ห์
พิมมาดากำลังจะเอื้อมมือไปตอบรับตามมารยาท แต่ทว่า...
หมับ!
กวินท์คว้าข้อมือเธอไว้แน่น ก่อนจะแทรกตัวเข้ามาประจันหน้ากับชายคนนั้น สายตาเย็นเยียบราวกับน้ำแข็งขั้วโลกจ้องมองผู้มาใหม่จนอีกฝ่ายชะงัก
“มีอะไรจะคุยกับเมียผม... คุยผ่านผมก่อนไหมครับ?” น้ำเสียงของคีย์ราบเรียบ ทว่าทรงพลังจนความเงียบเข้าปกคลุมรอบข้าง “หรือว่าอยากจะลองไปคุยกันที่ห้องมืดๆ หลังงานดี?”
ชายหนุ่มคนนั้นหน้าถอดสี รีบขอโทษขอโพยแล้วถอยออกไปอย่างรวดเร็ว กวินท์หันกลับมาหาพิมมาดาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความคุกรุ่น แต่เธอกลับหลุดขำออกมาเบาๆ
“คุณมันบ้าไปแล้วคีย์ คนเขาแค่มาทักทาย!”
“ทักทาย? จ้องจะกินเลือดกินเนื้อขนาดนั้นเรียกทักทายเหรอ” กวินท์กระชากตัวเธอให้เดินตามเข้าไปในมุมลับตาคนตรงระเบียงหลังห้องจัดเลี้ยงที่เงียบสงัด
เขากดร่างบางให้แผ่นหลังชิดกับผนังเย็นเฉียบ ก่อนจะโน้มใบหน้าลงมาจนหน้ากากของเขาสัมผัสกับผิวแก้มของเธอ ลมหายใจอุ่นร้อนของเขารดรินจนพิมมาดาใจสั่นระรัว
“คุณเป็นของฉัน... ตราบใดที่สัญญายังไม่สิ้นสุด อย่าได้เผลอตัวไปให้ท่าใคร”
“พิมไม่ได้ให้ท่า!” เธอกลั้นใจเถียงทั้งที่ใบหน้าแดงก่ำ “คุณนั่นแหละที่งี่เง่า ถ้าหวงนักก็บอกมาตรงๆ ไม่ต้องมาอ้างเรื่องธุรกิจ!”
กวินท์ชะงักไปครู่หนึ่ง ดวงตาคมวูบไหวราวกับมีความในใจบางอย่างที่เขายังไม่พร้อมจะเอื้อนเอ่ย เขาเชิดคางเธอขึ้นด้วยปลายนิ้ว ก่อนจะกดจูบลงบนกลีบปากของเธออย่างหนักหน่วงไม่ใช่การหยอกล้อ แต่เป็นการประกาศสิทธิ์ที่แท้จริง
ทว่าทันทีที่เขาผละออก เสียงปรบมือแผ่วเบาก็ดังขึ้นจากเงามืดด้านข้าง พร้อมกับการปรากฏตัวของใครบางคนที่คีย์ไม่คาดคิด
“แหม... หวานกันออกหน้าออกตาแบบนี้ พี่คีย์แน่ใจเหรอคะว่าที่ทำไปเพราะแค่ ‘สัญญา’?”
มีนก้าวออกมาจากเงามืดพร้อมรอยยิ้มกวนประสาท เธอมองทั้งคู่ด้วยสายตาที่รู้ทันทุกอย่าง มือของเธอถือสมาร์ทโฟนที่กำลังบันทึกภาพหน้าจอค้างไว้... หน้าจอที่มีอีเมลลับของบริษัทกวินท์ที่เขากำลังปิดบังอยู่
“ยัยมีน! แกมาทำอะไรที่นี่!” คีย์คำรามลั่น พลันพิมมาดาก็สังเกตเห็นแววตาที่สั่นไหวอย่างผิดปกติของชายหนุ่มข้างกายเป็นครั้งแรก
“เปล่าหรอกค่ะ แค่จะมาบอกว่า... ข้อมูลที่คุณปิดบังพิมไว้เนี่ย ถ้าเธอรู้เข้า คืนนี้อาจจะไม่ได้จบลงที่เตียงอย่างที่คุณหวังนะ... จริงไหมคะพี่พิม?”
ความเงียบเข้าปกคลุมทันที พิมมาดาหันไปมองกวินท์ด้วยสายตาที่เปลี่ยนไปจากความขุ่นเคืองกลายเป็นความสงสัยที่สั่นคลอนหัวใจ
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและอินไปกับความซึนของพี่คีย์กับยัยน้องพิมมาด้วยกันนะคะ หวังว่าจะชอบความแซ่บท้ายตอนนี้ค่ะ! 💜
พันธนาการรักกับดักหัวใจมาเฟียร้าย•ตอนที่ 12
ปาร์ตี้หน้ากาก
ผลงานโดย ไวโอเล็ตการ์เด้น
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไวโอเล็ตการ์เด้น)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธนาการรักกับดักหัวใจมาเฟียร้าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!