พันธนาการรักกับดักหัวใจมาเฟียร้าย•ตอนที่ 13

ความหึงที่ปิดไม่มิด

ผลงานโดย ไวโอเล็ตการ์เด้น
"บอกเหตุผลดีๆ มาสักข้อสิคะว่าทำไมฉันถึงต้องกลับบ้านตอนนี้ ในเมื่อแก้วไวน์ในมือฉันยังไม่ทันพรหมรอยลิปสติกด้วยซ้ำ" พิมมาดาปรายตามองชายหนุ่มร่างสูงที่ยืนค้ำหัวเธออยู่เหนือโซฟาหนังแท้สีเข้ม บรรยากาศรอบกายของงานปาร์ตี้เฉลิมฉลองโปรเจกต์ใหญ่กลางกรุงกำลังครึกครื้น เสียงดนตรีแจ๊สคลอเบาๆ เคล้าเสียงหัวเราะของผู้คนในแวดวงไฮโซและนักธุรกิจ แต่กวินท์กลับทำลายบรรยากาศทั้งหมดลงด้วยการก้าวเข้ามาดึงข้อมือเธอให้ลุกขึ้นยืนอย่างไร้ความปรานี "เธอเมาแล้ว พิมมาดา" เสียงทุ้มต่ำรอดไรฟันออกมาด้วยความหงุดหงิดที่เจ้าตัวพยายามกลบเกลื่อนเต็มที่ ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบหน้าคมคายฉายแววคุกรุ่นอย่างเห็นได้ชัด ทั้งที่ความจริงแล้วหญิงสาวเพิ่งจิบไวน์ไปแค่ครึ่งแก้วเท่านั้น "ฉันเพิ่งดื่มไปครึ่งแก้วค่ะคุณคีย์ ตาของคุณคงมีปัญหาไม่ก็สมองส่วนประเมินผลกำลังรวนหนัก" ดีไซเนอร์สาวเชิดหน้าขึ้นอย่างไม่เกรงกลัว เรียวปากอิ่มเคลือบลิปสติกสีแดงก่ำแย้มยิ้มเยาะ เธอรู้ดีว่าอะไรคือสาเหตุที่แท้จริง... ตั้งแต่ก้าวเข้ามาในงาน สายตาของบรรดาไฮโซหนุ่มและหุ้นส่วนชาวต่างชาติก็เอาแต่มองมาที่เธอไม่วางตา ยิ่งตอนที่หนุ่มลูกครึ่งเจ้าของแบรนด์แฟชั่นชื่อดังเดินเข้ามาโค้งตัวทักทายพร้อมชมว่าเธองดงามราวกับงานศิลปะชิ้นเอก กวินท์ที่ยืนอยู่ข้างๆ ก็แทบจะพ่นไฟใส่หน้าแขกเหรื่อคนนั้นอยู่รำคาญ แต่คนปากแข็งอย่างประธานหนุ่มมีหรือจะยอมรับความจริง "อย่ามาเถียงค่ะ กลับ" กวินท์ไม่รอให้เธอได้อ้างอะไรอีกต่อไป มือหนาคว้าหมับเข้าที่เอวบางแล้วรวบตัวเธอขึ้นอุ้มพาดบ่าท่ามกลางความตกใจของแขกในงาน เสียงฮือฮาเบาๆ ดังขึ้นรอบทิศทาง แต่มาเฟียหนุ่มผู้ไม่เคยแคร์สายตาใครกลับเดินดุ่มๆ พาภรรยาตามนิตินัยจอมพยศฝ่าฝูงชนตรงไปยังลานจอดรถ VIP ทันที "ปล่อยฉันลงเดี๋ยวนี้เลยนะไอ้คนบ้า! คนเขามองกันทั้งงานแล้ว!" พิมทุบกำปั้นลงบนแผ่นหลังกว้างไม่ยั้ง แรงกระแทกไม่ได้ทำให้เขาสะเทือนแม้แต่น้อย มีเพียงกล้ามเนื้อที่เกร็งตัวขึ้นด้วยความโกรธขึง ร่างบางถูกโยนลงบนเบาะนุ่มฝั่งข้างคนขับของรถสปอร์ตคันหรูอย่างไม่เบามือเท่าไหร่นัก ก่อนที่ร่างสูงใหญ่จะตามขึ้นมาล็อกประตูแล้วกดเซ็นทรัลล็อกอย่างรวดเร็ว พื้นที่ภายในรถแคบลงถนัดตาเมื่อกวินท์โน้มตัวเข้ามาใกล้เพื่อคาดเข็มขัดนิรภัยให้ ใบหน้าคมเข้มอยู่ห่างจากเธอเพียงคืบ ลมหายใจอุ่นร้อนที่เจือกลิ่นแอลกอฮอล์จางๆ เป่ารดซอกคอจนพิมต้องรีบหดคอหนีด้วยความจั๊กจี้และหัวใจที่เต้นรัวผิดจังหวะ "ถอยไปนะ..." เธอพึมพำเสียงเบาลงกว่าเดิมโดยอัตโนมัติ กวินท์ไม่ถอย เขากลับใช้สองแขนกักตัวเธอไว้กับเบาะรถ ดวงตาคมกريบจ้องมองริมฝีปากที่เอาแต่ต่อปากต่อคำกับเขามาตลอดทั้งคืนอย่างเอาเรื่อง สันจมูกโด่งคมก้มลงคลอเคลียอยู่ใกล้แก้มเนียนจนพิมต้องกลั้นหายใจ "ทำไม... ชอบนักหรือไงไอ้ฝรั่งตาน้ำข้าวคนนั้นน่ะ" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยลอดไรฟัน แววตาคู่นั้นไม่ได้ดุร้ายอย่างเคย แต่มันกลับเต็มไปด้วยความรู้สึกบางอย่างที่ร้อนรุ่มและ... หึงหวงจนน่ากลัว "คุณพูดถึงใครคะ?" พิมแกล้งตีหน้าซื่อ ทั้งที่หัวใจเต้นโครมครามจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยิน "อ๋อ... คุณมาร์คัสเหรอคะ เขาเฟรนด์ลี่ดีออกค่ะ แถมยังปากหวานมากด้วย ต่างจากใครบางคนที่เอาแต่อารมณ์เสียใส่ฉันตั้งแต่หัววันจนถึงตอนนี้" "พิมมาดา!" กวินท์คำรามต่ำในลำคอ ความอดทนที่สะสมมาตลอดทั้งงานขาดผึ่งลงทันที มือหนาบีบเข้าที่คางคางมนเบาๆ ให้หันมาสบตา เขาก้มลงประกบจริมฝีปากลงมาอย่างไร้การปรานี ความโกรธเจือความหึงหวงถูกถ่ายทอดผ่านรสจูบที่ทั้งดุดันและเร่าร้อน เรียวปากหยักดูดดึงกลีบปากอิ่มด้วยความหมั่นไส้ระคนโหยหา มือข้างหนึ่งสอดเข้าไปขยี้กลุ่มผมนุ่มสลวยจนทรงผมที่เซ็ตมาอย่างดีกระเซิง พิมเบิกตากว้างด้วยความตกใจในจู่โจม เธอพยายามทุบอกแกร่งเพื่อประท้วง แต่มีหรือที่แรงอันน้อยนิดจะสู้แรงของมาเฟียหนุ่มได้ รสจูบที่เริ่มต้นด้วยความเกรี้ยวกราดค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็นความอ่อนหวานและลึกซึ้งอย่างน่าประหลาด ลิ้นร้อนกวาดต้อนความหวานภายในโพรงปากจนเธอแทบละลายคาอก สติสัมปชัญญะที่เคยมีกระเจิงหายไปอย่างไร้ร่องรอย ร่างกายทรยศด้วยการยกมือขึ้นคล้องลำคอหนาและตอบรับสัมผัสของเขาอย่างลืมตัว เนิ่นนานกว่ากวินท์จะยอมผละริมฝีปากออกอย่างเสียดาย หน้าผากของเขายังคงชนเข้ากับหน้าผากของเธอ ลมหายใจหอบถี่ทั้งคู่ประสานกันในความเงียบภายในรถ "ทีหลัง... ถ้ากล้าไปอ่อยใครต่อหน้าฉันอีก ฉันจะจูบเธอจนกว่าจะลุกไม่ขึ้นเลยคิมพิมมาดา" เสียงกระซิบพร่าเลือนชิดริมฝีปากเอמהดุแต่กลับแฝงความคลั่งรักไว้อย่างเต็มเปี่ยม พิมหน้าแดงก่ำ หญิงสาวเม้มปากแน่น พยายามจะดึงฟอร์มความมั่นของตัวเองกลับมา "ฉันไม่ได้อ่อยสักหน่อย คุณต่างหากที่บ้าบอ..." กวินท์แค่นหัวเราะในลำคอ นิ้วเรียวเกลี่ยไล้พวงแก้มแดงระเรื่ออย่างเบามือ สายตาที่มองเธอนั้นเปลี่ยนไปจากเดิมโดยสิ้นเชิง มันเต็มไปด้วยความอ่อนโยนที่เขาไม่เคยยอมรับมันออกมาตรงๆ "หึ ปากเก่งนักนะ..." ติ๊ด! เสียงข้อความจากโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อของกวินท์ดังขึ้นขัดจังหวะความหวานชื่น ชายหนุ่มขมวดคิ้วเล็กน้อยก่อนจะผละตัวออกไปหยิบมันขึ้นมาดู แววตาคมกริบที่เคยมีความอบอุ่นเมื่อครู่กลับแปรเปลี่ยนเป็นความเย็นชาและจริงจังขึ้นมาทันทีในเสี้ยววินาที พิมมองปฏิกิริยานั้นด้วยความสงสัย เธอนั่งจัดเสื้อผ้าและผมเผ้าของตัวเองให้เรียบร้อย "ใครส่งมาคะ หรือว่าเรื่องงานด่วนอีก?" กวินท์ไม่ได้ตอบทันที ดวงตาคมกวาดมองข้อความบนหน้าจอสว่างวาบ สันกรามขบเข้าหากันจนนูนเด่น บรรยากาศรอบตัวเขากลับมาคุกรุ่นและตึงเครียดขึ้นอีกครั้งอย่างน่าประหลาด "ไม่ใช่เรื่องงาน..." น้ำเสียงของเขาทุ้มต่ำและเย็นเยียบจนพิมต้องหันขอบมองด้วยความสังหรณ์ใจแปลกๆ "แล้วเรื่องอะไรคะ?" กวินท์เงยหน้าขึ้นสบตาเธอ แววตาคู่นั้นไหววูบไปชั่วขณะราวกับกำลังซ่อนเร้นความลับบางอย่างที่ไม่อยากให้เธอรู้ แต่สายตาที่มองมากลับเต็มไปด้วยความกังวลอย่างที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน "มีนส่งข้อความมาบอกว่า..." กวินท์เว้นจังหวะไปนิด ร่างสูงสูดหายใจเข้าลึกก่อนจะเอ่ยชื่อคนที่ไม่คาดฝันออกมา "คนที่เธอพยายามหลบหน้ามาตลอดห้าปี... ตอนนี้เขากลับมาถึงประเทศไทยแล้ว และกำลังยืนรออยู่ที่หน้าบ้านของเรา" พิมชะាំងค้าง ราวกับโลกทั้งใบหยุดหมุนในพริบตาเดียว ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมลุ้นและอินไปกับความหึงแบบมึนๆ ของพี่คีย์กับยัยน้องพิมมาด้วยกันนะคะ หวังว่าจะชอบความแซ่บท้ายตอนนี้ค่ะ! 💜 - ไวโอเล็ตการ์เด้น
สารจากนักเขียน (ไวโอเล็ตการ์เด้น)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธนาการรักกับดักหัวใจมาเฟียร้าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%