"ถ้าคุณคิดว่าการเอาตัวเข้าไปพัวพันกับยัยเด็กมีนจะทำให้ฉันรู้สึกหึงจนตัวสั่นล่ะก็... บอกไว้ตรงนี้เลยนะคะว่าคุณกำลังคิดผิดถนัด, คุณกวินท์"
น้ำเสียงของพิมมาดาไม่ได้ดังเลยสักนิด แต่มันกลับคมกริบราวกับใบมีดโกนที่กรีดผ่านความเงียบงันภายในห้องนอนชุดหรู กวินท์ที่เพิ่งก้าวพ้นขอบประตูห้องน้ำ ชะงักฝีเท้าลงทันที หยดน้ำที่เกาะพราวอยู่บนลาดไหล่กว้างและไรผมชื้น ยิ่งขับเน้นให้ร่างสูงใหญ่ในชุดคลุมอาบน้ำสีเข้มดูอันตรายและทรงเสน่ห์จนแทบหยุดหายใจ ทว่าดวงตาคมกลาบของเจ้าพ่อมาเฟียหนุ่มกลับฉายแววหงุดหงิดระคนไม่สบอารมณ์อย่างปิดไม่มิด
เขาปรายตามองหญิงสาวที่ยืนกอดอกพิงขอบหน้าต่าง ปลายคางเชิดขึ้นเล็กน้อยอย่างถือดี ชุดนอนผ้าซาตินสีดำสนิทขับผิวเนียนละเอียดให้ยิ่งโดดเด่นตัดกับแสงไฟสลัวจากโคมไฟหัวเตียง ท่าทีเย่อหยิ่งแต่เย้ายวนใจโดยไม่รู้ตัวนั่นแหละ ที่ทำให้หัวใจของคนปากแข็งกระตุกวูบอย่างแรง... แต่มีหรือที่คนอย่างกวินท์จะยอมรับออกไปตรงๆ
"เพ้อเจ้ออะไรของเธอ, พิม" เสียงทุ้มต่ำตวัดห้วนจัด เจือความเยונชาที่จงใจสร้างขึ้นเพื่อกลบเกลื่อนพิรุธ "ยัยมีนเป็นแค่ลูกพี่ลูกน้องที่แวะมาเอาเอกสารโปรเจกต์งานแต่ง... หรือว่าสมองเธอมันว่างงานมากจนต้องเอาเวลามานั่งคิดมโนเป็นตุเป็นตะเรื่องไร้สาระแบบนี้?"
"อ๋อเหรอคะ? เอกสารจำเป็นขนาดที่ต้องยืนกระซิบกระซาบแล้วหัวคิกคักกันตรงระเบียงสองต่อสองเกือบครึ่งชั่วโมงเลยสินะคะ" พิมแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตากลมโตตวัดมองกลับอย่างไม่เกรงกลัว "ถ้าสนิทกันขนาดนั้น ทำไมไม่ย้ายไปอยู่คอนโดน้องเขาเลยล่ะคะ จะได้ไม่ต้องมาทนร่วมชายคาเดียวกับฉันให้รกหูรกตา!"
กวินท์ขบกรามแน่นจนสันนูนชัดเจน ความหึงหวงที่เขากลบเกลื่อนไว้ตลอดทั้งวันถูกสะกิดจนระเบิดตู้มด้วยคำพูดประชดประชันของคนตัวเล็ก เขาไม่ชอบรอยยิ้มเยาะหยันบนเรียวปากอิ่มนั่น และเกลียดที่สุดคือแววตาที่กำลังมองเขาเหมือนคนแปลกหน้า
"ปากดีนักนะ..." ร่างสูงสาวเท้าเข้าหาด้วยความเร็วดุจเสือชีตาห์ ทิ้งระยะห่างระหว่างกันให้แคบลงจนแทบไม่มีอากาศหายใจ "อยากให้ฉันไปอยู่กับคนอื่นมากนักหรือไง? ลืมไปแล้วหรือยังว่าในสัญญาแต่งงานระบุไว้ชัดเจนแค่ไหน ว่าเธอมีสถานะเป็นอะไรในบ้านหลังนี้!"
พิมสะดุ้งเฮือกเมื่อถูกต้อนจนแผ่นหลังแนบติดกับกระจกใสเย็นเฉียบ ขณะที่กวินท์ใช้แขนแกร่งทั้งสองข้างกักตัวเธอไว้ตรงกลาง ลมหายใจอุ่นจัดที่เจือกลิ่นมิ้นท์อ่อนๆ จากการแปรงฟันปัดป้ายอยู่ริมแก้มสาดความร้อนผ่าวเข้ามาจนเธอต้องเบือนหน้าหนี ทว่าปลายนิ้วแข็งแกร่งกลับยืดขึ้นมาเชยคางมนให้หันกลับมาสบตากันตรงๆ
"ปล่อยนะคะ..." เธอกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบากเมื่อพบว่าระยะห่างระหว่างกันมันอันตรายเกินไปแล้ว ดวงตาคมปลาบของเขาในยามนี้ไม่ได้เย็นชาเหมือนคำพูด แต่มันกำลังลุกโชนไปด้วยไฟปรารถนาและแรงอารมณ์ที่เธออ่านไม่ออก
"ไม่ปล่อย... จนกว่าเธอจะเลิกทำตัวงี่เง่าแล้วยอมรับความจริงสักที" เสียงกระซิบพร่าต่ำดังชิดริมฝีปาก จนพิมรู้สึกได้ถึงไออุ่นที่เป่ารดผิวเนื้อ "คิดว่าฉันดูไม่ออกหรือไงว่าที่เธอหาเรื่องทะเลาะตั้งแต่เย็นจนถึงตอนนี้ มันเป็นเพราะอะไรกันแน่... หื้ม?"
"ฉันไม่ได้..."
"เธอหึงพิม..." กวินท์สวนกลับทันควัน น้ำเสียงเปลี่ยนเป็นอ่อนลงแต่ทุ้มลึกจนหัวใจคนฟังกระตุกวูบ "เธอกลัวว่าฉันจะสนใจคนอื่น กลัวว่าความสัมพันธ์ของเรามันจะไม่ใช่แค่เรื่องธุรกิจ... ยอมรับมาสิพิม ว่าเธอกำลังรู้สึกเหมือนที่ฉันกำลังรู้สึกอยู่ตอนนี้"
คำสารภาพที่หลุดออกมาจากริมฝีปากหยักลึก ทำเอาพิมนิ่งงันไปชั่วขณะ ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกใจ ปากที่เคยเถียงฉอดๆ เม้มเข้าหากันแน่นจนเป็นเส้นตรง เธอไม่คิดว่าคนปากแข็งอย่างเขาจะกล้าพูดประโยคนี้ออกมาตรงๆ แถมยังมองทะลุปรุโปร่งถึงก้นบึ้งความรู้สึกของเธอได้หมดจด
เคมีอันร้อนแรงที่อัดแน่นอยู่ในห้องนอนกว้างแทบจะระเบิดออกเป็นเสี่ยงๆ ความโกรธเกรี้ยวเมื่อครู่ถูกแปรเปลี่ยนเป็นความวาบหวามที่ซัดสาดเข้ามาในอกจนตั้งตัวไม่ติด กวินท์ก้มใบหน้าลงมาเรื่อยๆ จนปลายจมูกโด่งคลอเคลียอยู่กับแก้มนุ่ม ลมหายใจของทั้งคู่ประสานเป็นจังหวะเดียวกันอย่างน่าประหลาด
"ถ้าคุณรู้ดีนัก... แล้วทำไมยังทำให้ฉันต้องรู้สึกแบบนี้ล่ะคะ" พิมกระซิบแผ่วเบา น้ำเสียงสั่นพร่าโดยไม่ตั้งใจ ความพยศในคราแรกมลายหายไป เหลือเพียงความโหยหาที่ถูกกักเก็บไว้ภายใต้กำแพงทิฐิ
กวินท์ไม่ตอบคำถามนั้น เขาใช้การกระทำแทนคำตอบทั้งหมดริมฝีปากร้อนผ่าวทาบทับลงมาบนเรียวปากอิ่มอย่างเอาแต่ใจในคราแรก ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความนุ่มนวลลึกล้ำที่สูบเอาวิญญาณและสติสัมปชัญญะของพิมให้หลุดลอยไปในพริบตา มือหนาเลื่อนขึ้นสอดเข้ากับกลุ่มผมยาวสลวยเพื่อล็อกองศาให้รับจูบที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น ขณะที่มือเรียวของหญิงสาวเผลอขยุ้มสาบเสื้อคลุมอาบน้ำของเขาแน่นโดยไม่รู้ตัว ปฏิกิริยาตอบรับที่เต็มไปด้วยความเต็มใจและโหยหานั้น ทำให้มาเฟียหนุ่มยิ่งได้ใจ วงแขนแกร่งรวบร่างบางเข้ามาแนบชิดจนแทบหลอมรวมเป็นร่างเดียวกัน
ความเงียบงันในยามวิกาลถูกขับกล่อมด้วยเสียงลมหายใจหอบกระชั้นและความใกล้ชิดที่ก้าวข้ามเส้นแบ่งเขตอันตรายไปทีละนิด นิ้วมือเรียวยาวของกวินท์เริ่มลูบไล้ไปตามแนวแผ่นหลังภายใต้ชุดนอนบางเบา สร้างความสั่นสะท้านไปทั่วร่างของพิมจนเธอต้องส่งเสียงครางประท้วงในลำคอด้วยความวาบหวามที่ถาโถมเข้ามาไม่ยั้ง
ทว่า... ในวินาทีที่ทุกอย่างกำลังจะล่วงเลยไปไกลเกินกว่าจะดึงกลับ ทันใดนั้นเอง...
*ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!*
เสียงเคาะประตูดังสนั่นหวั่นไหวตามด้วยเสียงทุ้มคุ้นเคยที่ตะโกนแทรกเข้ามาหน้าห้องนอนของประธานหนุ่ม ทำเอาทั้งสองคนสะดุ้งเฮือกผละออกจากกันแทบไม่ทัน
"นายครับ! แย่แล้วครับคุณคีย์! สายรายงานด่วนจากท่าเรือ... สินค้าล็อตใหญ่กำลังถูกคนของพวกมันลอบโจมตีตอนนี้เลยครับ!"
เสียงของกรณ์ที่ดังลอดผ่านบานประตูเข้ามา ราวกับสายฟ้าที่ฟาดเปรี้ยงลงกลางห้อง ทำลายบรรยากาศอันเร่าร้อนและหวานซึ้งให้พังทลายลงในพริบตา กวินท์สบถออกมาคำโตด้วยความหัวเสียอย่างที่สุด ดวงตาคมกลาบหันกลับมามองหน้าพิมที่ยังคงหอบหายใจจนอกกระเพื่อม ใบหน้าเนียนแดงก่ำด้วยพิษรักและอารมณ์ค้างเติ่ง
พิมรีบยกมือขึ้นดันแผงอกกว้างของเขาให้ออกห่าง ทว่ากวินท์กลับคว้าข้อมือเธอไว้แน่น ดวงตาคมกริบฉายแววคุกรุ่นไปด้วยแรงอารมณ์ที่ยังค้างคาและโทสะที่ถูกขัดจังหวะอย่างไม่ถูกเวลา
"เรายังคุยกันไม่จบ..." กวินท์กระซิบเสียงต่ำชิดริมหางตาของเธอด้วยความเคืองขุ่น "กลับมาจากจัดการธุระข้างนอกเมื่อไหร่... เธอเตรียมตัวรับมือกับฉันต่อได้เลย พิมมาดา"
พูดจบ เขาก็ผละร่างสูงใหญ่เดินจ้ำอ้าวไปคว้าเสื้อสูทและปืนพกบนโต๊ะทำงานด้วยความรวดเร็ว ปลดล็อกประตูพรวดออกไปโดยไม่หันกลับมามอง ทิ้งให้พิมยืนเคว้งคว้างอยู่กลางห้องนอนที่ยังหลงเหลือไออุ่นของเขาไว้ ท่ามกลางความรู้สึกที่ตีรวนกันจนปั่นป่วนไปหมด...
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะเวียนมาสัมผัสความฟินและลุ้นไปกับความสัมพันธ์ของพวกเขานะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ! - ไวโอเล็ตการ์เด้น
พันธนาการรักกับดักหัวใจมาเฟียร้าย•ตอนที่ 14
สงครามเงียบในห้องนอน
ผลงานโดย ไวโอเล็ตการ์เด้น
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไวโอเล็ตการ์เด้น)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธนาการรักกับดักหัวใจมาเฟียร้าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!