พันธนาการรักกับดักหัวใจมาเฟียร้าย•ตอนที่ 21

ความอ่อนโยนใต้ความซึน

ผลงานโดย ไวโอเล็ตการ์เด้น
เสียงฝ่าเท้าที่หนักแน่นกระชั้นชิดเข้ามาพร้อมกับแรงผลักบานประตูห้องพักให้เปิดผางออกอย่างไร้มารยาท ทำลายบรรยากาศตึงเครียดที่แขวนอยู่บนเส้นด้ายในห้องนั้นจนแหลละเอียดในพริบตาเดียว “ฉันบอกแล้วไงว่าอย่าเพิ่งบุ่มบ่ามเข้ามา...” คีย์ตวาดเสียงกร้าว นัยน์ตาดุคมกริบฉายแววเกรี้ยวกราดจนน่ากลัว สันจَมูกโด่งคมสันขยับฮึดฮัดด้วยความขัดเคืองระคนร้อนรน ร่างสูงใหญ่ก้าวบังหน้าเตียงนอนที่มีร่างบางของพิมมาดาพักผ่อนอยู่โดยสัญชาตญาณ ราวกับต้องการสร้างกำแพงโล่ห์มนุษย์ปกป้องเธอกลัยจากภัยคุกคามภายนอกอย่างมิดชิดที่สุด แต่มันสายเกินไปเสียแล้ว... เพราะสายตาคมปลาบของกรณ์ที่ก้าวตามหลังบุคคลผู้มาใหม่เข้ามาติดๆ กำลังส่งสัญญาณเตือนภัยขั้นวิกฤตชนิดที่เรียกว่า *'ฉิบหายแล้ว'* ออกมาทางสีหน้าอย่างปิดไม่มิด “ถ้าฉันไม่บุ่มบ่ามเข้ามาวันนี้ นายคงคิดจะเก็บเรื่องนี้ไว้ใต้พรมจนเน่าเฟะไปเองสินะ กวินท์!” น้ำเสียงเยียบเย็นแต่ทรงอำนาจเอ่ยขึ้น พร้อมกับร่างสูงสง่าของชายวัยกลางคนผู้มีใบหน้าคมคายละม้ายคล้ายคลึงกับคีย์ก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่กลางห้อง นัยน์ตาสีสนิมเหล็กคู่นั้นกวาดมองสภาพภายในห้องพักฟื้นอย่างพิจารณา ก่อนจะมาหยุดนิ่งสนิทอยู่ที่ร่างระหงของพิมมาดาที่เพิ่งรู้สึกตัวและยันกายลุกขึ้นพิงหัวเตียงด้วยความงัวเงีย พิมกระพริบตาถี่ๆ เพื่อปรับโฟกัสภาพตรงหน้า สมองที่ยังมึนงงจากพิษไข้ค่อยๆ ประมวลผลเหตุการณ์ตรงหน้าอย่างเชื่องช้า กลิ่นอายกดดันที่แผ่ซ่านออกมาจากผู้มาเยือนทำให้เธอสัมผัสได้ถึงความไม่ชอบมาพากล ทว่าก่อนที่เธอจะได้เอ่ยปากถามอะไร คีย์ก็ชิงตัดบทขึ้นเสียก่อนด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าว “เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับคุณพ่อครับ... และผมจัดการเองได้” *คุณพ่อเหรอ?* พิมเบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อย หัวใจดวงน้อยกระตุกวูบอย่างแรงเมื่อตระหนักว่าชายวัยกลางคนท่าทางน่าเกรงขามตรงหน้า คือ 'ท่านประธานใหญ่' แห่งตระกูลอัครเดชากุล บิดาผู้ทรงอิทธิพลและเป็นบุคคลที่คีย์พยายามหลีกหนีการควบคุมมาตลอดชีวิต นี่สินะ... ตัวแปรสำคัญที่จะพังทลายทุกอย่างในชีวิตของเขาและเธอให้พินาศย่อยยับในพริบตาเดียว! “จัดการเองงั้นเหรอ? แกคิดว่าเรื่องบริษัทคู่ค้ากับข่าวฉาวที่หลุดลอดออกไป มันคือเรื่องเด็กเล่นที่จะเคลียร์ยังไงก็ได้ตามใจชอบหรือไงวะ!” ท่านประธานใหญ่ตวาดลั่น นัยน์ตาวาวโรจน์ด้วยความโกรธจัด “แล้วนี่... ผู้หญิงคนนี้ใช่ไหมที่ทำให้แกไขว้เขว จนยอมเอาชื่อเสียงของวงศ์ตระกูลไปเสี่ยงกับเกมบ้าๆ ของพวกมัน!” นิ้วเรียวยาวชี้ตรงมาที่พิมมาดาโดยตรง ราวกับเธอเป็นต้นเหตุของหายนะทั้งหมด พิมเม้มริมฝีปากแน่น ความรู้สึกเจ็บแปลบแล่นริ้วขึ้นมาในอก แม้เธอจะเป็นคนปากเก่งและไม่เคยยอมก้มหัวให้ใคร แต่ในสถานการณ์ที่เต็มไปด้วยแรงกดดันระดับนี้ การถูกตราหน้าว่าเป็นตัวถ่วงมันก็ทำให้ความมั่นใจลดทอนลงไปได้ถนัดตา เธอสูดลมหายใจเข้าลึก เตรียมจะอ้าปากสวนกลับตามสัญชาตญาณดิบของหญิงสาวผู้ไม่ยอมแพ้ใคร ทว่า... มือหนาใหญ่ของใครบางคนกลับเอื้อมมาคว้าข้อมือของเธอไว้เสียก่อน พิมสะดุ้งเงยหน้าขึ้นมอง คีย์ไม่ได้หันมามองเธอ สายตาของเขายังคงจ้องตรงไปยังบิดาด้วยแววตาดุดันราวกับพยัคฆ์หนุ่มที่พร้อมจะกระโจนเข้าใส่ศัตรู แต่สัมผัสจากฝ่ามืออุ่นจัดที่กุมข้อมือเธอไว้แน่นจนสั่นระริกนั้น กลับบอกเล่าเรื่องราวอีกด้านหนึ่ง... ด้านที่เต็มไปด้วยความห่วงใยและการปกป้องอย่างสุดกำลัง “อย่ามาพาลใส่เธอ...” คีย์เอ่ยเสียงต่ำลอดไรฟัน น้ำเสียงแม้จะราบเรียบแต่กลับทรงพลังจนน่าขนลุก “ปัญหาธุรกิจ ฉันจัดการเคลียร์จบในส่วนของฉันแล้ว ส่วนเรื่องแต่งงาน... มันเป็นทางเลือกของฉันเอง ไม่มีใครบังคับ และไม่มีใครหน้าไหนมีสิทธิ์มาชี้นิ้วสั่งให้ฉันเลิกยุ่งกับเธอทั้งนั้น!” “แก... แกกล้าดียังไงมาพูดจาก้าวร้าวกับฉันแบบนี้ กวินท์!” ผู้เป็นพ่อตบโต๊ะข้างเตียงเสียงดังสนั่นด้วยความบันดาลโทสะ “ผมก็เป็นลูกของคุณพ่อไงครับ... ลูกชายที่คุณพ่อเคยขีดเส้นทางชีวิตไว้ให้ทุกก้าว แต่ขอโทษด้วยนะ พอดีผมโตแล้ว และผมเลือกทางเดินของตัวเอง... รวมถึงผู้หญิงคนนี้ด้วย” พูดจบ คีย์ก็ออกแรงดึงข้อมือพิมให้ขยับเข้าไปใกล้ตัวเขามากขึ้น ปฏิกิริยาที่แสดงออกถึงความหวงแหนอย่างเปิดเผยทำเอาท่านประธานใหญ่ถึงกับหน้าดำคร่ำเครียดด้วยความโกรธจัด ขณะที่กรณ์ซึ่งยืนอยู่มุมห้องถึงกับต้องยกมือขึ้นนวดขมับเบาๆ ด้วยความเหนื่อยหน่ายใจกับความปากกล้าไม่ดูตาม้าตาเรือของเพื่อนสนิทตัวเอง “แกจะเสียใจที่เลือกทางนี้ กวินท์!” บิดาประกาศกร้าวด้วยน้ำเสียงเหี้ยมเกรียม ก่อนจะสะบัดหน้าพรืดแล้วเดินกระแทกส้นเท้าออกจากห้องไปโดยมีบอดี้าร์ดร่างยักษ์เดินตามหลังเป็นพรวน ปัง! เสียงปิดประตูห้องพักฟื้นดังสนั่นหวั่นไหว ทิ้งไว้เพียงความเงียบงันอันน่าอึดอัดที่โรยตัวลงมาปกคลุมบรรยากาศภายในห้องอีกครั้ง พิมทอดถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ความตึงเครียดเมื่อครู่วูบหายไป เหลือเพียงความอุ่นวาบที่ยังคงหลงเหลืออยู่บริเวณข้อมือที่ถูกกุมไว้ เธอก้มมองมือหนาที่ยังคงกอบกุมมือเธอแน่นโดยที่เจ้าตัวยังไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าเผลอแสดงความอ่อนโยนออกมามากแค่ไหน “ปล่อยได้แล้วมั้งคะ... คุณประธานมาเฟีย” พิมเอ่ยแซวเบาๆ เพื่อทำลายบรรยากาศอึมครึม น้ำเสียงเจือแววเย้าแหย่ตามประสาคนปากเก่ง ทว่าใบหูขาวเนียนกลับขึ้นสีแดงระเรื่ออย่างปิดไม่มิด คีย์สะดุ้งเล็กน้อยราวกับเพิ่งรู้ตัว รีบปล่อยมือออกจากข้อมือเธอราวกับโดนของร้อน ชายหนุ่มเบือนหน้าหนีไปทางอื่นเพื่อซ่อนใบหน้าที่ขึ้นสีแดงก่ำอย่างเนียนๆ ก่อนจะกระแอมไอออกมาสองทีเพื่อกลบเกลื่อนความเก้อเขิน “ใครจับมือเธอ... ฉันแค่กลัวเธอตกเตียงต่างหากเล่า อย่าหลงตัวเองให้มันมากนักนะพิมมาดา” ปากก็พูดจาขวานผ่าซากทำลายบรรยากาศเสียจริง แต่หูแดงแจ๋ของเขากลับฟ้องชัดเจนว่ากำลังเขินอายจนแทบแทรกแผ่นดินหนี พิมลอบอมยิ้มบางๆ กับท่าทางซึนเดะขั้นสุดยอดนั้น ความรู้สึกหงุดหงิดขัด “เหรอคะ? เมื่อกี้ใครนะที่ประกาศกร้าวปกป้องฉันซะดิบดี แถมยังบอกกว่าเลือกฉันด้วย... หูฝาดไปเองหรือเปล่านะเรา” เธอแกล้งเอียงคอถามด้วยรอยยิ้มพราวระยับ นัยน์ตาสุกใสเป็นประกายล้อเลียนอย่างเห็นได้ชัด “ฉันไม่ได้พูด! เธอหูหนวกหรือไงพิม!” คีย์หันขวับกลับมาแหวใส่เสียงดังลั่น ใบหน้าหล่อเหลาบึ้งตึงยิ่งกว่าเดิมเพื่อกลบเกลื่อนความจำนนต่อหลักฐาน “นอนพักไปเลยนะ ไม่ต้องมาพูดมาก เดี๋ยวไข้ก็กลับขึ้นมาอีกหรอก ยัยคนนี้นี่... ดื้อด้านเป็นบ้า!” “อ้าว ก็ฉันหายแล้วนี่คะ... อีกอย่างนะ ขอบคุณค่ะ...” ประโยคหลังเธอลดเสียงลงเบาหวิว พร้อมกับช้อนตาขึ้นมองเขาตรงๆ ด้วยแววตานุ่มนวลที่เปี่ยมไปด้วยความจริงใจ “ขอบคุณนะคะที่เมื่อกี้... ปกป้องฉัน” คำขอบคุณที่เอ่ยออกมาอย่างจริงจังและอ่อนโยนผิดจากEveryday Routineของเธอ ทำเอาคีย์ถึงกับชะงักกึก นัยน์ตาคมกริบไหวระริก ร่างสูงยืนนิ่งราวกถูกสาปให้กลายเป็นหิน หัวใจที่เคยเต้นเป็นจังหวะปกติกลับกระหน่ำรัวแรงจนแทบทะลุออกมานอกอก ความซึนเดะที่เคยมีพังทลายลงไม่เป็นท่าต่อหน้าแววตาคู่สวยที่ฉายชัดถึงความหวั่นไหว บรรยากาศระหว่างคนทั้งคู่เปลี่ยนไปในชั่วพริบตา ความเงียบงันที่โรยตัวลงมาครั้งนี้ไม่ได้น่าอึดอัดอีกต่อไป หากแต่เต็มไปด้วยกระแสความหวานละมุนที่อบอวลอยู่รอบตัว คีย์ก้าวเข้าไปใกล้เตียงนอนช้าๆ โน้มใบหน้าหล่อเหลาลดต่ำลงมาจนระยะห่างระหว่างใบหน้าเหลือเพียงแค่คืบเดียว ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดกันและกันจนใจสั่นสะท้าน “ถ้าขอบคุณฉันด้วยคำพูดปากเปล่า... มันง่ายไปหน่อยมั้ง” เสียงทุ้มต่ำพร่ากระซิบชิดริมฝีปาก นัยน์ตาสีเข้มพราวระยับด้วยประกายความเจ้าเล่ห์ “หรือเธอต้องแสดงความขอบคุณด้วยวิธีอื่น... เช่น การตอบแทนฉันด้วยการเลิกทำตัวดื้อรั้นใส่ฉันสักที ดีไหมล่ะ?” พิมหัวใจกระตุกวูบ ใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างกะทันหัน เธอเม้มปากแน่น หัวใจเต้นแรงโครมครามจนแทบกระเด็นออกมานอกอก ยามที่ได้สบตากับนัยน์ตาคมกริบที่เต็มไปด้วยความคลั่งรักแบบไม่ปิดบังนั้น ความปากเก่งที่เคยมีพลันมลายหายไปสิ้นเหลือเพียงความเขินอายที่เอ่อล้นทะลัก ทว่า... ในจังหวะที่หัวใจกำลังเต้นระรัวและใบหน้ากำลังจะขยับเข้าใกล้กันมากขึ้นจนเกือบจะแนบชิด ประตูห้องพักฟื้นที่เพิ่งถูกปิดสนิทไปเมื่อครู่ กลับถูกผลักเปิดผางเข้ามาอีกครั้งอย่างไร้รاعมารยาท! “เฮ้ย กวินท์! ฉันลืมกระเป๋าเอกสาร... อุ๊ย! ขอโทษ ขัดจังหวะสวีทหรือเปล่าเนี่ยพวกนาย!” เสียงทุ้มคุ้นเคยของกรณ์ดังแทรกขึ้นกลางคัน พร้อมกับร่างสูงของเพื่อนสนิทที่ก้าวพรวดพราดเข้ามาแล้วรีบยกมือขึ้นปิดตาตัวเองทันที แต่รอยยิ้มกรุ้มกริ่มที่มุมปากกลับฟ้องชัดเจนว่าจงใจแกล้งกันอย่างแน่นอน! คีย์หน้าตึงขึ้นมาในพริบตาเดียว ขบกรามแน่นด้วยความขัดเคืองสุดขีด ขณะที่พิมรีบผลักอกแกร่งของเขาออกทันทีด้วยใบหน้าที่แดงก่ำราวกับลูกตำลึงสุก (โปรดติดตามตอนต่อไปค่ะ) * * * ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนนิยายเรื่องนี้ด้วยดีเสมอมานะคะ! 💜 - ไวโอเล็ตการ์เด้น
สารจากนักเขียน (ไวโอเล็ตการ์เด้น)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธนาการรักกับดักหัวใจมาเฟียร้าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%