พันธนาการรักกับดักหัวใจมาเฟียร้าย•ตอนที่ 26

เดทแรก(ที่ไม่เชิงเดท)

ผลงานโดย ไวโอเล็ตการ์เด้น
“ถ้าคุณยังมองหน้าฉันด้วยสายตากรุ้มกริ่มแบบนั้นอีกทีเดียว ฉันจะเทน้ำส้มคั้นแก้วนี้ราดหัวคุณจริงๆ ด้วยนะคะคุณกวินท์” พิมมาดาเอ่ยเสียงลอดไรฟัน ดวงตากลมโตตวัดมองชายหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลที่นั่งไขว่ห้างอยู่ฝั่งตรงข้ามอย่างคาดโทษ แม้ปากจะขู่ฟอดๆ แต่แก้มนวลเนียนที่ขึ้นสีเรื่อระเรื่อกลับทรยศความดุร้ายเสียหมดจด กวินท์เลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่งอย่างยียวน รอยยิ้มมุมปากที่จุดประกายความร้ายกาจทำเอาคนมองอยากจะคว₀้าส้อมมาจิ้มมือเขานัก “เชิญตามสบายครับ... อ๊ะ ขอโทษทีค่ะ ฉันติดปากพูดตามสันดานดิบ” เขาแกล้งทำเป็นยกมือยอมแพ้ แต่แววตาพราวระยับกลับฟ้องชัดเจนว่าไม่ได้สำนึกผิดเลยสักนิด “แต่ถ้าคุณทำแบบนั้นจริงๆ ผมคงต้องใช้วิธีล้างตัวแบบประหยัดน้ำ... ด้วยการพาคุณกระโดดลงไปในทะเลตอนนี้เลยดีไหมล่ะ พิมมาดา” “คนบ้า!” ดีไซเนอร์สาวค้อนขวับ สะบัดหน้าหนีไปทางกระจกใสบานใหญ่ที่เปิดรับลมทะเลเข้ามารำไร ร้านอาหารซีฟู้ดหรูริมผาแห่งนี้ถูกเหมาปิดเป็นส่วนตัวตามสไตล์คนรวยเอาแต่ใจอย่างเขา บรรยากาศยามเย็นที่พระอาทิตย์กำลังจะจมลงสู่ผืนน้ำสีคราม สาดแสงสีส้มอมชมพูอาบไล้ไปทั่วบริเวณ มันควรจะเป็นโรแมนติกดินเนอร์ที่คู่รักเขาสวีตกัน แต่สำหรับเธอกับกวินท์ มันคือสนามรบย่อมๆ ที่เต็มไปด้วยกระแสไฟฟ้าวาบหวามพุ่งชนกันจนอากาศรอบตัวแทบไหม้ละลาย นี่ไม่ใช่เดท... เธอพยายามบอกตัวเองซ้ำๆ เช่นนั้น มันก็แค่การ “ชดเชย” ตามที่เขาอ้างหลังจากผ่านพ้นมรสุมธุรกิจและสงครามประสาทกับบรรดาญาติจอมจุ้นมาได้หมาดๆ กวินท์ยืนยันเสียงแข็งว่าเขาต้องพาเธอมาทานอาหารร้านนี้ให้ได้เพื่อไถ่โทษที่ปล่อยให้เธอนั่งรอเก้อในวันก่อน แต่ให้ตายเถอะ... บรรยากาศเป็นใจ ชายหนุ่มรูปงามที่นั่งมองเธอไม่วางตาก็เป็นใจ จนหัวใจเจ้ากรรมมันเต้นผิดจังหวะจนควบคุมไม่ได้ จานอาหารทะเลสดใหม่ถูกทยอยเสิร์ฟโดยบริกร แต่ไม่มีใครสนใจเมนูตรงหน้าเท่ากับแรงดึงดูดประหลาดที่กำลังดึงคนทั้งคู่เข้าหากันช้าๆ กวินท์วางแก้วไวน์ลงบนโต๊ะ เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบที่เริ่มอบอวลด้วยความหมายลึกซึ้ง “อร่อยไหม” “ก็... ปกติค่ะ” พิมมาดาตอบเสียงห้วน พยายามก้มหน้าก้มตาแกะเปลือกกุ้งในจานของตัวเองเพื่อหลบสายตาคมกริบที่มองทะลุปรุโปร่ง “ปากแข็ง” ชายหนุ่มหัวเราะในลำคออย่างอารมณ์ดี เขาย้ายที่นั่งจากฝั่งตรงข้ามมาทรุดกายลงนั่งเก้าอี้ตัวข้างๆ อย่างรวดเร็วโดยไม่รออนุญาต ระยะห่างที่ถูกย่นย่อลงเหลือเพียงคืบทำให้กลิ่นกายหอมสะอาดผสมกลิ่นอายทะเลจางๆ ของเขาโชยเข้าแตะจมูก พิมชะงักมือที่กำลังถือมีดทันที “ขยับมาทำไมคะ ที่ตั้งกว้างไม่นั่ง” “นั่งตรงนู้นมองไม่เห็นหน้าชัดๆ” เขาตอบหน้าตาย มือหนายื่นมาแย่งจานกุ้งจากมือเธอไปหน้าตาเฉย “ไม่ต้องแกะเอง เดี๋ยวเศษเปลือกมันจะบาดมือเรียวๆ ของคุณหมด... มือนี้มีไว้สำหรับจับมือผม หรือไม่ก็วาดแบบชุดแต่งงานให้ผมดู ไม่ใช่มาแกะกุ้ง” “ใครจะวาดชุดแต่งงานให้คุณกันคะ เพ้อเจ้อใหญ่แล้ว!” พิมหน้าแดงก่ำ เถียงกลับเสียงสั่นด้วยความเขินอายที่พุ่งทะยานขึ้นริ้วความร้อน “คืนสัญญาเมื่อไหร่ ฉันจะบินไปอยู่อีกซีกโลกเลยคอยดู” กวินท์ชะงักไปนิด ดวงตาคมกวาดมองใบหน้างอนง้ำนั้นด้วยประกายความรู้สึกบางอย่างที่อ่านยาก ก่อนที่รอยยิ้มมุมปากจะจางลง แทนที่ด้วยความจริงจังที่ทำเอาพิมต้องกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก “ไม่มีวันนั้นหรอกพิม” น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนเป็นนุ่มทุ้ม ทรงพลัง และจริงจังจนน่าใจหาย มือหนาเอื้อมมาสัมผัสปอยผมที่ปลิวมาปรบแก้มเนียนอย่างแผ่วเบา สัมผัสอุ่นร้อนนั้นทำให้พิมตัวแข็งทื่อ “ผมไม่ได้เซ็นสัญญาแต่งงานนั่นเพราะต้องการแค่ถือไพ่เหนือกว่า... ตั้งแต่แรก คุณก็คือคนเดียวที่ผมเลือกจะผูกพันไปจนวันตาย” บรรยากาศรอบตัวเหมือนหยุดหมุน เสียงคลื่นซัดสาดกระทบฝั่งกลายเป็นเพียงฉากหลัง ดวงตาสองคู่ประสานกันนิ่งนาน ราวกับมีแรงโน้มถ่วงมหาศาลดึงดูดให้โน้มเข้าหากันโดยไม่รู้ตัว หัวใจของพิมเต้นระรัวราวกับจะหลุดออกมานอกอก ความโกรธ ความงอน หรือความพยศเมื่อครู่มลายหายไปสิ้น เหลือเพียงความอบอุ่นวาบหวามที่แผ่ซ่านไปทั่วสรรพางค์กาย กวินท์โน้มใบหน้าเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อยๆ ปลายจมูกโด่งคลอเคลียอยู่ริมแก้มใส ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดผิวเนื้อจนขนลุกซู่ พิมหลับตาลงช้าๆ ยอมจำนนต่อบรรยากาศและหัวใจตัวเองที่ร่ำร้องหาอ้อมกอดของเขา... ระยะห่างระหว่างริมฝีปากเหลือเพียงลมหายใจกั้นกลาง... *กริ๊งงงงง!* เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อสูทของกวินท์ดังขึ้นทำลายบรรยากาศแสนหวานลงอย่างไม่ไว้หน้าปะรำปะ모! ชายหนุ่มขมวดคิ้วมุ่นอย่างขัดใจ สบถเบาๆ ในลำคอด้วยความหงุดหงิดแต่ก็ยอมถอยห่างออกมาอย่างจำใจ พิมลืมตาขึ้นด้วยความรู้สึกกึ่งโล่งอกกึ่งเสียดาย เธอรีบเบือนหน้าหนีไปทางอื่นเพื่อซ่อนใบหน้าที่แดงก่ำราวกับลูกตำลึงสุก กวินท์หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูหน้าจอ แววตาที่หงุดหงิดเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความเคร่งเครียดทันทีเมื่อเห็นชื่อที่ปรากฏอยู่บนนั้น เขาเงยหน้าขึ้นมองพิมที่กำลังพยายามปรับสีหน้าให้เป็นปกติ “ว่าไงกรณ มีเรื่องอะไรด่วนนักหนาถึงกล้าโทรมาเวลานี้” เขาโพล่งรับสายด้วยน้ำเสียงห้วนจัด [“นายครับ รีบกลับมาที่คฤหาสน์ด่วนเลยครับ มีแขกไม่ได้รับเชิญมารอพบ... และเขาบอกว่ากุมหลักฐานชิ้นสำคัญที่จะพลิกเกมทุกอย่างที่เรากำลังทำอยู่ตอนนี้ครับ”] เสียงรายงานจากปลายสายของมือขวาคนสนิททำเอาอุณหภูมิรอบตัวกวินท์ลดฮวบลงจนติดลบ รังสีความเย็นชาแผ่ซ่านออกมาจากร่างสูงจนพิมยังรู้สึกได้ เธอหันกลับมามองเขาด้วยความสงสัย “ใครกันคะที่มีอิทธิพลขนาดทำให้คุณหน้าเครียดได้ขนาดนี้” พิมถามเสียงเบา กวินท์วางสายตาคมกริบลงที่ใบหน้าเรียวของเธอนิ่งนาน มือหนากำโทรศัพท์ในมือแน่นจนข้อต่อนิ้วขึ้นสีขาว เขาสูดหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะเอ่ยชื่อบุคคลที่ทำให้เดทแรกของพวกเขาต้องสะดุดลงอย่างกะทันหัน “พ่อเลี้ยงธนา... คนที่คุณคิดว่าตายไปแล้วเมื่อห้าปีก่อน” หัวใจของพิมร่วงหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่มทันทีที่ได้ยินชื่อนั้น! รี้ดเดอร์คะ... เตรียมรับแรงกระแทกในตอนต่อไปได้เลยนะคะ รับรองว่าเดือดพล่านจนวางไม่ลงแน่นอนค่ะ!
สารจากนักเขียน (ไวโอเล็ตการ์เด้น)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธนาการรักกับดักหัวใจมาเฟียร้าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%