พันธนาการรักกับดักหัวใจมาเฟียร้าย•ตอนที่ 16

ซุปเปอร์มาเก็ตอลวน

ผลงานโดย ไวโอเล็ตการ์เด้น
รถยุโรปคันหรูเบรกตัวลงหน้าห้างสรรพสินค้าใจกลางเมืองด้วยความนุ่มนวล ทว่าบรรยากาศภายในห้องโดยสารกลับไม่ได้ราบรื่นตามแรงขับเคลื่อนนั้นเลยแม้แต่น้อย "ฉันเดินเองได้ค่ะ ไม่จำเป็นต้องทำหน้าเหมือนถูกบังคับให้มาเดินรับใช้ทาสในเรือนเบี้ยขนาดนั้นก็ได้มั้งคะ คุณกวินท์" พิมมาดาเอ่ยขึ้นพลางปลดเข็มขัดนิรภัย ดวงตาคู่สวยตวัดมองร่างสูงใหญ่ที่นั่งตีหน้าขรึมอยู่หลังพวงมาลัย ตั้งแต่ออกจากคฤหาสน์จนถึงตอนนี้ เจ้าพ่อมาเฟียผู้ทรงอิทธิพลกลับทำตัวเหมือนอมสากกะเบือไว้ในปาก คิ้วหนาขมวดเข้าหากันจนแทบจะผูกเป็นโบแถมยังพ่นลมหายใจฮึดฮัดใส่เธอมาตลอดทาง ราวกับว่าการพาภรรยาในนามมาซื้อของเข้าบ้านคือโทษประหารชีวิตสถานหนัก "ถ้าเธอไม่ทำตัวเรื่องมาก อยากจะได้โน่นได้นี่จนรกบ้าน ฉันก็ไม่ต้องมาเดินเป็นเพื่อนเธอแบบนี้หรอkom" กวินท์สวนกลับทันควัน น้ำเสียงทุ้มต่ำติดจะหงุดหงิดตามสไตล์คนซึนปากร้ายที่ต่อให้ในใจจะอยากตามใจภรรยาแค่ไหน แต่ริมฝีปากเจ้ากรรมก็ไม่เคยพูดจาดีๆ ออกมาได้เลยสักครั้ง "อ๋อเหรอคะ? งั้นก็เชิญคุณนั่งรอในรถให้อากาศหายใจเล่นคนเดียวไปเลยสค่ะ ฉันไม่ได้ขอให้คุณเดินตามตูดมาสักหน่อย" ดีไซเนอร์สาวเชิดหน้าขึ้นอย่างไม่ยอมแพ้ มือเรียวผลักประตูรถเปิดออกแล้วก้าวลงไปทันทีโดยไม่คิดจะรอฟังคำแก้ตัวใดๆ จากคนตัวโต กวินท์ขบกรามแน่นด้วยความขัดเคือง เขาเหลือบมองร่างบางที่เดินกระแทกส้นเท้าลิ่วๆ เข้าไปในประตูห้างแล้วได้แต่สบถเบาๆ ในลำคอ ก่อนจะรีบก้าวขายาวๆ ตามลงไป ให้ตายเถอะ... ผู้หญิงอะไร ปากคอเราะร้ายเป็นบ้า! แต่แปลกเหลือเกินที่ต่อให้เธอจะเหวี่ยงใส่หรือจิกกัดเขาเจ็บแสบแค่ไหน เขากลับไม่เคยคิดจะปล่อยให้เธอคลาดสายตาไปไหนได้เลยสักครั้ง ภายในซุปเปอร์มาเก็ตขนาดใหญ่ช่วงหัวค่ำค่อนข้างคึกคักไปด้วยผู้คน พิมมาดาเดินเลือกหยิบวัตถุดิบสดใหม่บนชั้นวางด้วยความเพลิดเพลินโดยมีเงาตะคุ่มของร่างสูงใหญ่เดินตามหลังมาไม่ห่าง แม้ปากเขาจะบ่นงึมงำว่ารกหูรกตาและเสียเวลาชีวิต แต่พอนานเข้า กวินท์กลับพบว่าสายตาของตนเองไม่ได้โฟกัสอยู่ที่ชั้นวางสินค้าเลยสักนิด... เขากลับกำลังมองแผ่นหลังบางที่กำลังเอื้อมมือหยิบผักสวนครัว มองเส้นผมสีน้ำตาลเข้มที่ไหวตามจังหวะการก้าวเดิน และรอยยิ้มจางๆ ที่ประดับอยู่บนเรียวปากอิ่มเวลานเธอเจอของที่ถูกใจ ภาพของหญิงสาวที่กำลังเลือกซื้อของเข้าบ้านอย่างตั้งอกตั้งใจ... มันช่างให้ความรู้สึกเหมือน ‘คู่แต่งงานใหม่’ ที่ใช้ชีวิตร่วมกันจริงๆ อย่างไรอย่างนั้น ความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่างตีตื้นขึ้นมาในอกหนา มันไม่ใช่ความรำคาญ ไม่ใช่ความจำยอม แต่มันคือความอบอุ่นยวดยานที่ซึมซาบเข้าสู่หัวใจด้านชาอย่างเงียบเชียบ เป็นความสุขแบบเรียบง่ายที่เขาไม่เคยสัมผัสมานานนับปีนับตั้งแต่โลกของเขากลายเป็นสนามรบสีเลือด กวินท์ยืนกอดอกพิงชั้นวางซอสมะเขือเทศ มองภรรยาจำเป็นที่กำลังก้มหน้าก้มตาเลือกกล่องนมสดด้วยสายตาที่ลึกล้ำโดยไม่รู้ตัว รอยยิ้มมุมปากปรากฏขึ้นอย่างยากจะควบคุม... ถ้าหากชีวิตของเขาหลังจากนี้มีผู้หญิงคนนี้คอยเดินเคียงข้าง เลือกซื้อของเข้าบ้านด้วยกันแบบนี้ทุกวัน มันก็คงจะไม่เลวเลยทีเดียว "นี่คุณ!" เสียงหวานใสเอ่ยขึ้นพร้อมกับยื่นกล่องนมจืดมาตรงหน้าเขา "เลิกทำหน้ายักษ์ใส่ชั้นวางของสักทีเถอะค่ะ คนอื่นเขาคิดว่าคุณเป็นมาเฟียคุมซุปเปอร์มาเก็ตมาเก็บค่าคุ้มครองแล้วนะ" กวินท์ดึงสติกลับมา เขาสะบัดหน้าหนีเล็กน้อยเพื่อกลบเกลื่อนรอยยิ้มเมื่อครู่ ก่อนจะเอื้อมมือไปแย่งกล่องนมในมือเธอมาถือไว้เองอย่างไร้ความนุ่มนวล "พูดมากน่า รำคาญ! จะเอาอะไรอีกไหม? ถ้ายังไม่รีบเลือก ฉันจะเหมาหมดนี่แล้วลากเธอกลับบ้านตอนนี้เลยนะ" "คุณนี่มัน... ขี้โมโหชะมัด!" พิมมาดาค้อนขวับให้วงใหญ่ แต่ยอมเดินนำไปยังโซนขนมขบเคี้ยวต่อโดยดี บรรยากาศรอบตัวเริ่มเจือความหวานละมุนขึ้นทีละน้อย ท่ามกลางเสียงจอแจของผู้คนรอบข้าง ทั้งคู่ช่วยกันเลือกของใส่รถเข็นจนล้นมือ ความใกล้ชิดที่เกิดขึ้นโดยธรรมชาติทำให้ระยะห่างระหว่างหัวใจสองดวงค่อยๆ ลดลงทีละคืบ ทว่า ในขณะที่กวินท์กำลังจะเอื้อมมือไปหยิบแยมสตรอว์เบอร์รีรสโปรดที่วางอยู่บนชั้นสูงสุดตามคำเรียกร้องของภรรยา เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อสูทของเขาก็แผดเสียงดังขึ้นทำลายบรรยากาศอันแสนสงบสุขนั้นลงทันที ชายหนุ่มขมวดคิ้วด้วยความขัดใจ เขาควักโทรศัพท์ขึ้นมาหน้าจอแสดงชื่อของ ‘กรณ์’ มือขวาคนสนิทที่เพิ่งแยกย้ายกันไปเคลียร์งานด่วน "มีอะไร?" กวินท์กดรับด้วยน้ำเสียงห้วนกระด้าง (นายครับ... แย่แล้ว!) ปลายสายส่งเสียงหอบหายใจเข้ามาด้วยความร้อนรนจนผิดปกติ (เป้าหมายที่ตามหา... ปรากฏตัวที่โกดังหมายเลข 4 แล้วครับนาย! แต่มันไม่ใช่แค่การลอบเข้า ธรรมดา... พวกมันส่งสัญญาณเตือนบางอย่างทิ้งไว้ มันรู้ว่าเรากำลังตามหาตัวอยู่!) ดวงตาคมกริบของกวินท์วาวโรจน์ขึ้นมาทันที รัศมีความเยือกเย็นและดุดันแบบมาเฟียแผ่ซ่านออกมาจากร่างสูงใหญ่จนบรรยากาศรอบตัวลดฮวบลงหลายองศา รอยยิ้มอบอุ่นเมื่อครู่มลายหายไปอย่างไร้ร่องรอย เหลือเพียงนักล่าผู้ไร้ความปรานี พิมมาดาที่ยืนอยู่ใกล้ๆ สัมผัสได้ถึงความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างฉับพลัน เธอนิ่งงังไปเมื่อเห็นกวินท์เปลี่ยนสีหน้าเป็นเคร่งเครียด ดวงตาคู่นั้นกวาดมองเธอด้วยความรู้สึกที่อ่านไม่ออก ทั้งเป็นห่วง ทั้งกังวล และเต็มไปด้วยความเดือดดาล "ฉันจะรีบไป" กวินท์กรอกเสียงลงไปในโทรศัพท์ด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด ก่อนจะกดตัดสายแล้วเก็บเครื่องมือสื่อสารลงกระเป๋าตามเดิม เขาหันกลับมามองหน้าภรรยา ดวงตาคมเข้มมองลึกลงไปในดวงตากลมโตคู่นั้น มือหนาทิ้งกล่องแยมในมือลงรถเข็นอย่างไร้เยื่อใย ก่อนจะเอื้อมมือมาคว้าข้อมือเรียวของเธอไว้แน่นด้วยแรงที่มากพอจะทำให้รู้ว่าสถานการณ์ตอนนี้มันร้ายแรงแค่ไหน "พิม... กลับบ้านกับผมเดี๋ยวนี้" น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ไม่มีคำพูดจิกกัด ไม่มีรอยยิ้มกวนประสาท มีเพียงคำสั่งเด็ดขาดที่แฝงไปด้วยความร้อนรน "เดี๋ยว... เกิดอะไรขึ้นคะคุณคีย์? แล้วของพวกนี้ล่ะ?" พิมมาดาขมวดคิ้วมุ่นด้วยความไม่เข้าใจ ร่างบางพยายามยื้อข้อมือตัวเองออกจากการเกาะกุม "ปล่อยก่อน ฉันเจ็บนะ!" "ผมบอกให้กลับก็คือกลับ!" กวินท์ตวาดเสียงกร้าวด้วยความลืมตัว ความกลัวที่ซ่อนอยู่ลึกก้นบึ้งของหัวใจว่าอาจจะมีอันตรายใดๆ เข้ามากล้ำกรายผู้หญิงคนนี้ ทำให้สติของเขาขาดผึ่ง ดวงตาสีเข้มฉายแววดุดันราวกับซาตานที่พร้อมจะแผดเผาทุกสิ่งที่ขวางหน้า พิมมาดาชะงักงันไปชั่วขณะ หัวใจดวงน้อยกระตุกวูบด้วยความตกใจและน้อยใจกับท่าทีที่เปลี่ยนไปเป็นคนละคนของเขา แรงบีบที่ข้อมือเริ่มส่งผ่านความเจ็บร้าวขึ้นมา แต่สิ่งที่เจ็บยิ่งกว่าคือแววตาที่เต็มไปด้วยความหวาดระแวงและร้อนรนจนเธอกลัว "ถ้าคุณจะบ้าอำนาจใส่ฉันแบบนี้ ก็ปล่อยฉันสิคะ! อยากไปไหนก็ไปเลยคนเดียวเถอะ!" ดีไซเนอร์สาวหมดความอดทน เธอยื้อแขนสุดแรงเพื่อสะบัดให้หลุดจากการเกาะกุม "พิมมาดา! อย่าดื้อ!" กวินท์คำรามต่ำในลำคอด้วยความโมโหที่เธอไม่ยอมเชื่อฟังในเวลาวิกฤตแบบนี้ ร่างสูงตัดสินใจกระชากร่างบางให้เข้ามาประชิดตัวด้วยความรวดเร็ว หมายจะอุ้มพาดบ่าแล้วแบกออกจากห้างให้รู้แล้วรู้รอด ทว่า... ในเสี้ยววินาทีที่ร่างของทั้งคู่เบียดชิดกันจนแทบไม่เหลือช่องว่าง หัวใจของกวินท์ก็หล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม เมื่อหางตาของเขาเหลือบไปเห็นเงาดำของใครบางคนพุ่งทะลุผ่านฝูงชนเข้ามาพร้อมกับวัตถุโลหะสีดำเงาวับที่สะท้อนกับแสงไฟในซุปเปอร์มาเก็ต... และเป้าหมายของมันไม่ได้พุ่งตรงมาที่เขา! แต่มันพุ่งตรงมาที่ร่างบางในอ้อมแขนของเขาต่างหาก! "พิม!! หลบ!!" *ปัง!!* เสียงระเบิดกระสุนดังสนั่นหวั่นไหวท่ามกลางเสียงกรีดร้องด้วยความตกใจของฝูงชนที่วิ่งหนีตายกันอลหม่าน กลิ่นดินปืนคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ พร้อมๆ กับร่างของกวินท์ที่พุ่งเข้าโอบกอดร่างบางให้ล้มลงไปกระแทกพื้นด้วยกันเพื่อกำบังกระสุนนัดมรณะที่เฉียดผ่านหัวไหล่เขาไปอย่างฉิวเฉียด เลือดสีสดไหลซึมออกมาจากหัวไหล่แกร่งย้อมเสื้อเชิ้ตสีขาวให้กลายเป็นสีแดงฉาน พิมมาเบิกตากว้างด้วยความตกใจสุดขีด หูอื้ออึงจนไม่ได้ยินเสียงรอบข้าง ร่างกายสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวเมื่อพบว่าอ้อมแขนแกร่งที่โอบกอดเธอไว้แน่นกำลังปกป้องเธอจากความตาย และแผ่นหลังของสามีในนามคนนี้กำลังมีเลือดไหลทะลักออกมาไม่ขาดสาย! "คุณคีย์... คุณคีย์เลือดออก!" เสียงหวานสั่นเครือจนแทบขาดใจ มือเรียวพยายามเอื้อมไปแตะแผ่นหลังหนาด้วยความตื่นตระหนก กวินท์กัดฟันกรอดด้วยความเจ็บปวด ดวงตาคมกริบฉายแววดุดันอำมหิตขึ้นถึงขีดสุด เขาใช้มือข้างที่เหลือคว้าปืนพกสีดำสนิทที่ซ่อนไว้ที่เอวด้านหลังออกมาอย่างคล่องแคล่วว่องไว ก่อนจะดันร่างบางให้หลบอยู่ด้านหลังแผงสินค้าอย่างมิดชิด "หมอบลง! อย่าโผล่หัวออกมาเด็ดขาด!" เขาคำรามลอดไรฟันด้วยน้ำเสียงเฉียบขาดและเยือกเย็นที่สุดในชีวิต ก่อนจะดีดตัวลุกขึ้นยืนแล้วยิงสวนกลับไปยังทิศทางของมือปืนปริศนาที่ซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางความโกลาหลทันทีโดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย! ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ติดตามและสนับสนุนไวโอเล็ตการ์เด้นมาโดยตลอดนะคะ
สารจากนักเขียน (ไวโอเล็ตการ์เด้น)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธนาการรักกับดักหัวใจมาเฟียร้าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%