“จะรีบไปไหนล่ะพิม... เรื่องของเราตะกี้นี้ ยังเคลียร์กันไม่จบนะ!”
เสียงทุ้มต่ำที่กระซิบอยู่ชิดริมใบหูเมื่อครู่ ยังทิ้งร่องรอยความสั่นสะท้านไว้บนผิวเนื้อจนถึงตอนนี้ ทว่าตอนนี้พิมมาดาไม่มีเวลามานั่งกุมหัวใจที่เต้นรำพับๆ เป็นกลองเพลของตัวเองอีกแล้ว เมื่อร่างบางถูกต้อนขึ้นมานั่งอยู่บนเบาะหนtนุ่มของรถสปอร์ตคันหรูที่พุ่งทะยานตัดผ่านการจราจรใจกลางเมืองด้วยความเร็วสูง โดยมีเจ้าพ่อมาเฟียปากร้ายนั่งตีหน้ายักษ์อยู่หลังพวงมาลัย
ให้ตายเถอะ! นี่เขาคิดจะลักพาตัวเธอมาเรียกค่าไถ่ หรือแค่ต้องการใช้กำลังบังคับให้เธอชดใช้ความปากดีเมื่อคืนกันแน่!
ตึกระฟ้าของกวินท์กรุ๊ปปรากฏขึ้นตรงหน้า ทันทีที่รถจอดสนิท พิมก็ไม่รอช้าที่จะผลักประตูเปิดออกเอง ทว่าเร็วกว่าที่ปลายนิ้วเธอจะแตะถึงที่จับ ร่างสูงใหญ่ของกวินท์ก็ก้าวอ้อมมาดึงประตูเปิดออกเสียก่อน แววตาคมกริบภายใต้กรอบหน้าคมคายคู่นั้นมองเธอนิ่งราวกับจะประเมินราคา
“ลงมาค่ะคุณภรรยา... ถึงที่ทำงาน ‘พิเศษ’ ของคุณแล้ว” คำว่าพิเศษถูกเน้นเสียงด้วยรอยยิ้มมุมปากที่เธอมองยังไงก็หมั่นไส้
“ฉันบอกตอนไหนว่าจะมาทำงานด้วยไม่ทราบ คุณคีย์! ปล่อยนะ!” พิมสะบัดแขนออกจากการเกาะกุมอย่างถือวิสาสะ แต่มีหรือที่คนตัวโตจะสนใจ เขากลับใช้ท่อนแขนแกร่งรวบเอวบางไว้แล้วกึ่งจูงกึ่งลากเธอให้เดินเข้าไปในตัวอาคาร ท่ามกลางสายตาตื่นตะลึงของพนักงานต้อนรับและผู้บริหารระดับสูงที่ก้มหัวให้แทบไม่ทัน
ภาพท่านประธานหนุ่มผู้เย็นชาและไม่เคยชายตาดูลดตัวมาแตะต้องใคร กลับกำลังลากดีไซเนอร์สาวคนสวยเข้ามาในลิฟต์ส่วนตัวแบบแนบชิด... งานนี้ข่าวลือคงแพร่สะพัดไปทั่วตึกเร็วกว่าไฟลามทุ่งแน่ๆ!
ติ๊ง!
ประตูลิฟต์เปิดออกที่ชั้นบนสุด พิมถูกพามาหย่อนลงบนโซฟาหนังแท้สีดำสนิทในห้องทำงานกว้างขวางที่ตกแต่งด้วยโทนสีเข้มสะท้อนตัวตนอันเยือกเย็นและทรงอำนาจของเจ้าของห้อง กวินท์โยนแฟ้มเอกสารหนาปึกกองโตลงตรงหน้าเสียงดัง ‘ตุบ’ จนเธอบาดใจ
“เคลียร์เอกสารพวกนี้ให้เสร็จก่อนเที่ยง นี่คือบทลงโทษที่คุณบังอาจต่อปากต่อคำกับฉันเมื่อเช้า”
พิมตาดาวโรจน์ เด้งตัวขึ้นจากโซฟาจนความสูงแทบจะไม่เป็นรอง ชี้หน้าคนตัวโตทันทีโดยไม่เกรงกลัวบารมีมาเฟียสักนิด “นี่คุณเพ้อเจ้ออะไรเนี่ย! ฉันเป็นดีไซเนอร์นะคะ ไม่ใช่เลขานุการส่วนตัวของคุณ! เอกสารบ้านี่อะไรก็ไม่รู้ ฉันดูไม่รู้เรื่องหรอก!”
“รู้หรือไม่รู้... คุณก็ต้องทำ” กวินท์ยัก The shoulder อย่างไม่ยี่ห้อ เดินอ้อมไปนั่งไขว่ห้างบนเก้าอี้ทำงานตัวใหญ่ สายตาคมปลาบกวาดมองเธอด้วยรอยยิ้มเยาะที่ชวนให้เลือดขึ้นหน้า “จำไม่ได้เหรอคะว่าเราเซ็นสัญญาอะไรกันไว้บ้าง... หน้าที่ของภรรยา นอกจากต้องอยู่ร่วมบ้านแล้ว ยังต้อง ‘ให้ความร่วมมือ’ กับสามีในทุกๆ ด้านด้วยนะ”
“คุณมัน... คนเผด็จการ! จอมฉวยโอกาส!”
“ขอบคุณที่ชมครับ... อ๊ะ ขอโทษที พอดีติดปาก” กวินท์แกล้งยกมุมปากยิ้มกวนประสาทเมื่อเผลอใช้คำแทนตัวผิดแผน “เอาเป็นว่า เคลียร์เสร็จ ค่อยพูดเรื่องอื่น ถ้ารักษาเวลาไม่ได้... เตรียมตัวรับบทลงโทษที่หนักกว่านี้บนเตียงได้เลย พิมมาดา”
ประโยคท้ายเขาโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้จนลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับแก้วใส พิมสะดุ้งสุดตัว ถอยหลังกรูดจนสะโพกชนกับพนักโซฟา ดวงตากลมโตตวัดมองค้อนวงใหญ่ด้วยความเคืองแค้น แต่เพราะไม่อยากต่อความยาวสาวความยืดให้เสียเปรียบ เธอจึงกระแทกตัวลงนั่งคว้าแฟ้มเอกสารมากอดไว้แน่นแล้วเปิดอ่านด้วยความฮึดฮัด
ผ่านไปเกือบสองชั่วโมง กองเอกสารที่คิดว่ายากนรกแตกก็ถูกจัดการไปได้ครึ่งหนึ่งด้วยมันสมองอันเฉียบ,คมของเธอเอง แม้จะหงุดหงิดจนแทบอยากจะปาแฟ้มใส่หัวเจ้าของบริษัทสักรอบ แต่เธอก็ไม่อยากเสียฟอร์มให้เขาหัวเยาะได้
ก๊อกๆๆ!
เสียงเคาะประตูดังขึ้น ก่อนที่กรณ์ มือขวาคนสนิทจะก้าวเข้ามาด้วยใบหน้าเคร่งเครียด พร้อมกับแฟ้มสีแดงเพลิงในมือ
“นายครับ... ลูกค้ารายใหญ่จากฝรั่งเศส ปารีสแฟชั่นวีค มาถึงแล้วครับ เขาบอกว่าดีไซน์คอลเลกชันใหม่มีปัญหาเรื่องเนื้อผ้าที่ไม่ตอบโจทย์ และตอนนี้กำลังอาละวาดเสียงดังอยู่ที่ห้องรับรองชั้นล่าง... ต้องการให้ผู้บริหารลงไปเคลียร์ด่วนเลยครับ”
กวินท์ขมวดคิ้วมุ่นทันที ดวงตาคมเข้มหันไปมองร่างบางที่นั่งหน้ามุ่ยอยู่บนโซฟา ก่อนจะผุดลุกขึ้นเต็มความสูง
“ให้มันรู้ไปสิว่าแบรนด์ระดับเราจะแก้ปัญหาเฉพาะหน้าไม่ได้... ไปค่ะคุณเลขาจำเป็น ถึงเวลาที่คุณต้องออกโรงพิสูจน์ฝีมือแล้ว”
“เดี๋ยว! ฉันเกี่ยวอะไรด้วยเล่า!” พิมโวยวาย แต่กวินท์กลับไม่เปิดโอกาสให้ปฏิเสธ เขาก้าวเข้ามาคว้าข้อมือเรียวแล้วดึงให้เดินตามออกไปทันที
ณ ห้องรับรองพิเศษชั้นล่าง บรรยากาศตึงเครียดเสียจนแทบจะตัดเฉือนได้ ชายวัยกลางคนชาวฝรั่งเศสสวมสูทเนี๊ยบกำลังยืนกอดอกใบหน้าบึ้งตึงอยู่ตรงหน้าโต๊ะรับแขก ข้างๆ กันนั้นมีล่ามสาวพยายามอธิบายอย่างยากลำบาก ทันทีที่ประตูเปิดออก กวินท์ก้าวเข้ามาพร้อมกับร่างบางที่ถูกจูงมือไว้แน่น เสียงโวยวายก็หยุดชะงักลง
*“Monsieur Kavin! นี่มันหมายความว่ายังไง! ดีไซน์ที่ส่งมามันสวยจริง แต่เนื้อผ้าที่ใช้มันไม่เหมาะกับรันเวย์ปารีสเลยนะ! ถ้าแก้ไม่ได้ เราคงต้องยกเลิกสัญญากันแค่นี้!”* เสียงทุ้มต่ำติดสำเนียงฝรั่งเศสเอ่ยตำหนิด้วยความหัวเสีย
กวินท์ยังไม่ทันได้เอ่ยปากตอบโต้ เพราะเขากำลังจะอ้าปากอธิบายตามสไตล์นักธุรกิจผู้เยือกเย็น ทว่าพิมกลับสะบัดมือหลุดจากการเกาะกุม ก้าวออกมายืนบังหน้าสามี(ในนาม)ไว้ครึ่งก้าว ดวงตาคู่สวยฉายแววเด็ดเดี่ยว ท่าทีมั่นใจและเปี่ยมด้วยออร่าของมืออาชีพถูกปลุกขึ้นมาทันที
*“Bonjour, Monsieur... ขออนุญาตเรียนท้วงนะคะว่า คุณกำลังมองข้ามจุดเด่นที่สุดของเนื้อผ้าตัวนี้ไปต่างหาก”* พิมเปิดฉากพูดภาษาฝรั่งเศสสำเนียงไพเราะคล่องแคล่ว สะกดให้ทุกคนในห้องหันมามองเป็นตาเดียว รวมถึงกวินท์ที่ยืนมองภรรยาตัวเองด้วยแววตาที่ไหววูบไปชั่วขณะ
*“คุณหมายความว่ายังไง... เด็กน้อย?”* ลูกค้าชาวฝรั่งเศสหรี่ตามองอย่างไม่เชื่อถือ
*“ฉันไม่ใช่เด็กน้อยค่ะ แต่ฉันคือหัวหน้าดีไซเนอร์ของโปรเจกต์นี้... เนื้อผ้าที่คุณบอกว่าไม่เหมาะน่ะ ถ้ารuบกวนมองผ่านแสงไฟสปอตไลท์ในรันเวย์จริงๆ คุณจะเห็นว่ามันถูกทอด้วยเส้นใยนาโนพิเศษที่สะท้อนแสงไฟและพลิ้วไหวตามแรงลมได้ดีกว่าผ้าไหมทั่วไปถึงสามเท่า หากเราปรับแพทเทิร์นช่วงชายกระโปรงให้สอบเข้ารูปอีกนิด รับรองว่ามันจะส่งให้คอลเลกชันนี้ดูหรูหราสะกดทุกสายตาบนโลกได้อย่างแน่นอนค่ะ!”*
พิมร่ายยาวเป็นชุดด้วยความฉะฉาน ท่าทางประกอบคำพูดและแววตาที่เต็มไปด้วยความมั่นใจทำเอาลูกค้าชาวฝรั่งเศสถึงกับอ้าปากค้าง ก่อนที่ริมฝีปากหนาของอีกฝ่ายจะค่อยๆ คลี่ At คลี่รอยยิ้มกว้างออกมาด้วยความทึ่ง
*“Fantastique! เยี่ยมยอดมากคุณ... ผมไม่เคยคิดมุมนี้มาก่อนเลย โอเค! เราจะเดินหน้าต่อตามที่คุณเสนอ!”*
สิ้นเสียงตอบรับ บรรยากาศตึงเครียดเมื่อครู่ก็มลายหายไปในพริบตา ลูกค้าจับมือทักทายกับพิมด้วยความชื่นชมก่อนจะขอตัวกลับ เหลือเพียงความเงียบงันภายในห้องรับรองที่มีเพียงคนสองคน
พิมถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ด้วยความโล่งอก ก่อนจะหันขวับกลับมามองหน้าสามีตัวดีที่ยืนกอดอกพิงผนังมองเธอด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก
“เป็นไงคะ? ฉันกู้หน้าให้บริษัทคุณได้รอดตัวแล้วนี่... เลิกทำหน้ายักษ์ใส่ฉันสักทีเถอะ!” พิมเชิดหน้าขึ้นอย่างผู้ชนะ
กวินท์ก้าวเข้ามาประชิดตัวเธออย่างรวดเร็ว จนพิมต้องผถอยหลังไปจนแผ่นหลังชนเข้ากับผนังห้องเย็นเฉียบ ร่างสูงใหญ่โน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน แววตาคมกริบคู่นั้นเต็มไปด้วยความลุ่มลึกและประกายระยิบระยับที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน
“เก่งมากนี่... ทั้งปากเก่ง ทั้งฉลาด แถมยังแสบใช้ได้เลยนะภรรยา” เสียงกระซิบพร่าต่ำชิดริมฝีปากทำให้หัวใจดวงน้อยกระตุกวูบ
“ก็บอกแล้วว่าฉันไม่ใช่ผู้หญิงอ่อนแอให้คุณแกล้งได้ฝ่ายเดียว...” พิมพยายามเบือนหน้าหนีความร้อนผ่าวที่แผ่ซ่านมาจากอกแกร่ง ทว่าปลายนิ้วแข็งแรงกลับยลคางเธอกลับมาให้สบตาตรงๆ
“รางวัลสำหรับความดีความชอบวันนี้... ฉันควรให้รางวัลคุณยังไงดีนะ พิมมาดา”
กวินท์ลดใบหน้าลงต่ำเรื่อยๆ จนลมหายใจร้อนผ่าวรดอยู่บนกลีบปากอิ่ม พิมหลับตาปี๋ หัวใจเต้นรำกระหน่ำจนแทบจะทะลุออกมานอกอก ความใกล้ชิดที่อันตรายเกินต้านทานกำลังจะทำให้เธอกลายเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ให้กับซุมเดะหนุ่มคนนี้อยู่รอมร่อ
แต่ทว่า...
ปัง!
เสียงเปิดประตูห้องรับรองดังสนั่นหวั่นไหว พร้อมกับร่างระหงของใครบางคนก้าวเข้ามาด้วยท่าทางเร่งรีบและใบหน้าตื่นตระหนก
“พี่คีย์คะ! แย่แล้วค่ะ! คุณแม่ท่าน...”
เสียงใสของ มีน ลูกพี่ลูกน้องตัวแสบที่จู่ๆ ก็โผล่เข้ามาขัดจังหวะ ทำเอาทั้งกวินท์และพิมผละออกจากกันแทบไม่ทัน ดวงตาของมีนเบิกกว้างเมื่อเห็นสภาพของทั้งคู่ที่ยืนแนบชิดกันอยู่ริมผนังราวกับกำลังจะจูบกัน
พิมหน้าแดงก่ำด้วยความอับอาย รีบยกมือขึ้นดันอกกว้างของกวินท์ให้ออกห่างทันที ขณะที่กวินท์สบถออกมาเบาๆ อย่างหัวเสีย หันไปถลึงตาใส่ลูกพี่ลูกน้องตัวเองด้วยความหงุดหงิดที่ถูกขัดจังหวะสิเน่หาอย่างไม่น่าให้อภัย
“มีอะไรมีน! ถึงได้ทำหน้าตาตื่นมาขนาดนี้!”
“คุณป้า... ท่านมาที่บริษัทค่ะ! และตอนนี้กำลังเดินตรงมาที่ชั้นนี้แล้ว!”
ดวงตาคมกริบของกวินท์ไหววูบไปชั่วขณะ ขณะที่พิมเบิกตากว้างด้วยความตกใจ... แม่ของเขามาเหรอ? แล้วถ้าท่านมาเห็นเธอกับเขากำลังอยู่ในสภาพนี้... งานนี้มีหวังความลับเรื่องสัญญาแต่งงานปลอมๆ โป๊ะแตกกระจุยแน่นอน!
— ไวโอเล็ตการ์เด้น —
พันธนาการรักกับดักหัวใจมาเฟียร้าย•ตอนที่ 8
เลขาจำเป็น
ผลงานโดย ไวโอเล็ตการ์เด้น
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไวโอเล็ตการ์เด้น)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธนาการรักกับดักหัวใจมาเฟียร้าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!