“เมื่อกี้... เถียงเก่งดีนี่พิมมาดา... สนใจไปเถียงต่อกันที่ห้องทำงานฉันไหมล่ะ หืม?”
คำท้าทายเจือกระแสเสียงทุ้มพร่าต่ำทอดลงมาจากเบื้องสูง พร้อมกับแววตาคู่คมที่พราวระยับด้วยความท้าทาย กวินท์หรือที่ใครต่อใครต่างขนานนามให้เขาเป็นเจ้าพ่อมาเฟียผู้ไร้ความปรานี ยืนประชิดร่างบางจนแทบไม่มีช่องว่างให้อากาศแทรกผ่าน กลิ่นกายบุรุษผสมผสานกับน้ำหอมแบรนด์หรูราคาแพงระยับโชยเข้าแตะนาสิกจนพิมมาดาต้องกึ่งถอยกึ่งตั้งรับ ดวงตาคู่สวยตวัดมองค้อนคนตัวโตกว่าทันทีอย่างไม่คิดจะเกรงกลัวอำนาจมืดใดๆ ทั้งสิ้น
“คิดว่าฉันกลัวคุณหรือไงคะ คุณคีย์... อยากฟังคำเถียงแบบไหนอีกล่ะคะ ถึงได้ลงทุนเดินมาต้อนฉันถึงมุมห้องแบบนี้ หรือว่าที่จริงแล้ว...” พิมมาดาเชิดคางขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มเย้ายวนถูกจุดขึ้นที่มุมปากอย่างท้าทาย “คุณแค่อยارหาข้ออ้างมาอยู่ใกล้ฉันกันแน่”
กวินท์แค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมกริบหรี่ลงเล็กน้อยราวกับเสือร้ายที่กำลังจ้องตะครุบเหยื่อ ปลายนิ้วเรียวแกร่งเอื้อมออกไปหมายจะเชยคางมนขึ้นมาบังคับให้เธอยอมจำนนด้วยคำพูด แต่มีหรือที่คนอย่างพิมมาดาจะยอมให้เขากุมชัยชนะฝ่ายเดียว
“ปากเก่งให้มันตลอดรอดฝั่งเถอะพิม...”
กระแสเสียงของเขาลดต่ำลงจนเกือบเป็นกระซิบ ทว่ายังไม่ทันที่ปลายนิ้วแข็งแกร่งจะได้แตะโดนผิวเนื้อเนียนละเอียด เอกสารรายงานโครงการชิ้นใหญ่ที่วางกองสุมอยู่บนโต๊ะทำงานตัวยาวก็เกิดอาการสั่นไหวและไถลลงมาด้วยแรงกระแทกจากข้อศอกของหญิงสาวโดยไม่ตั้งใจ
พรึบ!
สัญชาตญาณการเอาตัวรอดและการปกป้องทำงานเร็วกว่าความคิด กวินท์คว้าหมับเข้าที่เอวบางของเธอเพื่อดึงเข้าหาตัวตามสัญชาตญาณ ขณะที่พิมมาดาตกใจจนเผลอคว้าไหล่กว้างของเขาไว้เป็นที่ยึดเหนี่ยว ทว่าพื้นห้องทำงานปาร์เกต์ขัดเงาวับกลับกลายเป็นอุปสรรคชิ้นใหญ่เมื่อเท้าของเธอดันเหยียบเข้ากับแผ่นกระดาษที่ร่วงหล่นลงมาก่อนหน้า
อุบัติเหตุเสี้ยววินาทีนั้นทำให้แรงโน้มถ่วงทำงานอย่างเต็มที่ ร่างสูงใหญ่ของประธานหนุ่มเซถลาล้มลงไปตามแรงเหวี่ยง โดยมีร่างบางของดีไซเนอร์สาวทับซ้อนอยู่เบื้องบนอย่างเลี่ยงไม่ได้!
ตุบ!
เสียงลมหายใจสะดุดกึกพร้อมกับความเงียบที่โรยตัวปกคลุมไปทั่วห้องทำงานกว้าง ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตื่นตะลึงเมื่อพบว่าใบหน้าหล่อเหลาคมคายของกวินท์อยู่ห่างจากเธอเพียงคืบเดียว ลมหายใจอุ่นร้อนที่เป่ารดพวงแก้มแดงระเรื่อทำให้สมองของพิมมาดาวูบโหวตขาวโพลนไปชั่วขณะ
ยิ่งไปกว่านั้น ตำแหน่งท่านั่งและท่วงท่าในยามนี้ช่างล่อแหลมและแนบชิดจนเกินบรรยาย มือแกร่งของกวินท์ยังคงโอบกระชับอยู่ที่เอวคอดกิ่วของเธอแน่นราวกับคีมเหล็ก ขณะที่ฝ่ามือเรียวบางของพิมมาดากลับทาบทับอยู่บนแผงอกกว้าง สัมผัสได้ถึงกล้ามเนื้อแน่นตึงภายใต้เสื้อเชิ้ตสีเข้ม และเหนือสิ่งอื่นใด...
ตึกตัก... ตึกตัก... ตึกตัก!
จังหวะการเต้นของหัวใจที่ดังสะท้อนผ่านหน้าอกของคนใต้ร่างไม่ได้เป็นเพียงแค่เสียงธรรมดา หากแต่มันรัวเร็วและหนักหน่วงผิดทิศผิดทาง ราวกับกลองศึกที่กำลังโหมกระหน่ำ และพิมมาดาก็ไม่แน่ใจเลยว่า... นั่นคือเสียงหัวใจของเธอ หรือของคนตัวโตที่อยู่เบื้องล่างกันแน่
“จะ... จะมองหน้าฉันอีกนานไหมคะ ปล่อยได้แล้วค่ะคุณคีย์!” พิมมาดาพยายามดึงสติอันกระเจิดกระเจิงของตัวเองกลับมา เสียงหวานเอื้อiเอ่ยออกไปอย่างติดขัดเล็กน้อย แม้พยายามจะทำเสียงให้แข็งกร้าวเพียงใด แต่พวงแก้มที่ร้อนผ่าวจนลามเลียไปถึงใบหูก็ทรยศความรู้สึกทั้งหมด
กวินท์ไม่ได้ขยับตัวหนี แถมเขายังทอดสายตามองลึกลงไปในดวงตาคู่สวยที่ฉายแววตื่นตระหนกอย่างเห็นได้ชัด มุมปากหยักลึกกระตุกยิ้มขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มร้ายกาจที่ทำให้คนมองรู้สึกใจคอไม่ดีเอาเสียเลย
“จะรีบไปไหนล่ะพิม...” เสียงทุ้มแหบพร่ากระซิบชิดริมใบหูของเธอ ลมหายใจอุ่นๆ ที่รินรดทำให้ขนอ่อนลุกชันไปทั่วร่าง “ในเมื่อเธอเป็นคนพาฉันล้มลงมาเอง... รับผิดชอบฉันให้เสร็จก่อนสิ”
“ใครพาคุณล้มกันคะ! คุณต่างหากที่... อุ๊บ!”
คำพูดโต้เถียงถูกกลืนหายลงไปในลำคอทันที เมื่อกวินท์ฉวยจังหวะที่เธอกำลังอ้าปากเถียงโน้มใบหน้าขึ้นมาปิดกั้นริมฝีปากบางเฉียบนั้นด้วยความรวดเร็ว สัมผัสอุ่นร้อนที่ทาบทับลงมาไม่ได้รุนแรงหรือดุดัน แต่กลับนุ่มนวลและทรงพลังจนทำให้สมองของพิมมาดาขาวโพลนยิ่งกว่าเก่า กลิ่นอายความเป็นบุรุษแผ่ซ่านโอบล้อมรอบตัวราวกับกรงขังที่เธอไม่มีวันหลุดพ้น
ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างด้วยความตกใจ มือเรียวที่เคยทาบอยู่บนอกกว้างเปลี่ยนเป็นทุบลงเบาๆ เพื่อประท้วง แต่กวินท์กลับยิ่งได้ใจ เขาพลิกตัวสลับตำแหน่งใหม่อย่างคล่องแคล่ว จนตอนนี้เธอกลับกลายเป็นฝ่ายถูกตรึงอยู่ใต้ร่างของเขาโดยสมบูรณ์ พื้นที่ระหว่างกันถูกลดทอนจนแทบไม่เหลือช่องว่าง หัวใจเจ้ากรรมเต้นระรัวจนแทบจะกระโจนออกมานอกอก
ชายหนุ่มถอนริมฝีปากออกอย่างอ้อยอิ่ง ปลายนิ้วโป้งหยาบกร้านไล้เบาๆ บนริมฝีปากบวมเจ่อของเธออย่างหลงใหล ดวงตาคมกริบที่เคยเย็นชาในยามปกติ บัดนี้กลับพราวระยับด้วยประกายความรู้สึกบางอย่างที่ร้อนแรงและลึกซึ้งจนคนถูกมองแทบละลาย
“ปากเก่งนักนะ... แต่ตัวจริงกลับสั่นเป็นลูกนกเลยนี่พิมมาดา” น้ำเสียงเย้าแหย่เจือความคลั่งรักที่ซ่อนเร้นไว้ภายใต้ท่าทีซึนเดะถูกส่งตรงมาขโมยหัวใจคนฟัง
“คุณมัน... คนฉวยโอกาส!” พิมมาดาเค้นเสียงลอดไรฟัน พยายามเบือนหน้าหนีสายตาคู่นั้นที่ทรงพลังเกินกว่าจะต้านทานไหว
กวินท์หัวเราะในลำคออย่างอารมณ์ดี เขาก้มหน้าลงกระซิบชิดริมฝีปากเธออีกครั้งด้วยน้ำเสียงที่ทำให้คนฟังใจกระตุกวูบ
“ถ้าไม่ฉวยโอกาสตอนนี้... ฉันก็คงไม่มีทางได้รู้หรอกว่าหัวใจเธอเต้นแรงไม่แพ้ฉันเลย...”
ก๊อกๆๆ!
เสียงเคาะประตูดังขึ้นขัดจังหวะความหวานปนพายุอารมณ์อย่างไม่รู้กาลเทศะ ตามด้วยเสียงเปิดพรวดเข้ามาของบุคคลที่ไม่ได้รับเชิญ
“พี่คีย์! เอกสารด่วนจาก... อุ๊ยตายแล้ว! ฉันเข้ามาขัดจังหวะอะไรสำคัญหรือเปล่าเนี่ยพวกเธอ?”
เสียงแหลมสูงของมีนดังแทรกเข้ามาพร้อมกับดวงตาที่เบิกกว้างด้วยความตกตะลึง เมื่อเห็นภาพประธานหนุ่มผู้เคร่งขรึมกำลังคร่อมทับดีไซเนอร์สาวคนสวยอยู่บนพื้นห้องทำงาน
พิมมาดาตาโตด้วยความอับอาย รีบผลักอกกวินท์สุดแรงด้วยความตกใจ ขณะที่กวินท์ใบหน้าบึ้งตึงขึ้นมาทันทีด้วยความหงุดหงิดที่ถูกขัดจังหวะ เขายันกายลุกขึ้นยืนเต็มความสูงด้วยสีหน้าเรียบเฉยราดอารมณ์กรุ่นโกรธ
“มีน... เธอนี่มันเข้ามาถูกจังหวะเสียจริงนะ!” กวินท์กัดฟันกรอด ดวงตาคมกริบส่งรังสีอำมหิตไปให้ลูกพี่ลูกน้องสาวจอมจุ้นที่ยืนยิ้มแห้งๆ อยู่หน้าประตู
พิมมาดารีบจัดเสื้อผ้าหน้าผมของตัวเองให้เข้าที่ด้วยใบหน้าที่แดงก่ำลามไปจนถึงลำคอ เธอกวาดสายตามองกวินท์ด้วยความเขินอายปนหมั่นไส้ ก่อนจะหันหลังเตรียมสาวเท้าเดินหนีออกไปจากห้องนี้ทันที ทว่าเสียงทุ้มต่ำของคนตัวโตกลับเอ่ยดักขึ้นเสียก่อน
“จะรีบไปไหนล่ะพิม... เรื่องของเราตะกี้นี้ ยังเคลียร์กันไม่จบนะ!”
— ไวโอเล็ตการ์เด้น —
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาฟินและอินไปกับความซึนของพี่คีย์กับน้องพิมนะคะ!
พันธนาการรักกับดักหัวใจมาเฟียร้าย•ตอนที่ 7
อุบัติเหตุใกล้ชิด
ผลงานโดย ไวโอเล็ตการ์เด้น
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไวโอเล็ตการ์เด้น)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธนาการรักกับดักหัวใจมาเฟียร้าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!