เสียงถอนหายใจหนักหน่วงของกวินท์ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันในห้องทำงานส่วนตัว ร่างสูงในชุดสูทสีเข้มไร้รอยยับทิ้งตัวลงพนักเก้าอี้หนังราคาแพง นัยน์ตาคมกริบกวาดมองเอกสารรายงานการประชุมบนโต๊ะ แต่ตัวอักษรเหล่านั้นกลับไม่ได้ซึมซาบเข้าสู่สมองเลยสักนิด ภาพเหตุการณ์เมื่อคืน—ริมฝีปากที่เกือบจะได้สัมผัสกันและความดื้อรั้นในดวงตากลมโตของพิมมาดา—ยังคงวนเวียนรบกวนสมาธิเขาอย่างหน้าไม่อาย
“ถ้ายังจ้องกระดาษแผ่นนั้นจนมันพรุนได้เอง นายคงไม่ต้องเซ็นอนุมัติงบโครงการใหม่ให้เปลืองหมึกหรอกมั้งครับ... อ๊ะ ขอโทษที ชินปากไปหน่อย”
กรณ์ที่ก้าวเข้ามาพร้อมแฟ้มเอกสารชุดใหม่รีบเบรกคำพูดตัวเองทันทีเมื่อเห็นสายตาดุราวกับพญาอินทรีที่วัดรอยตวัดมองมา มือขวาคนสนิทส่งยิ้มแห้งๆ ส่งสัญญาณยอมจำนนอย่างรู้ทัน
“ถ้าพูดมากเกินไป สัญญาจ้างงานของนายอาจจะสั้นลงครึ่งหนึ่งโดยไม่ต้องรอเซ็นต่ออายุนะกรณ์” กวินท์เอ่ยเสียงเรียบ ทว่าแววตากลับไหววับด้วยความหงุดหงิดที่ถูกจับไต๋ได้
“โอ้โห ท่านประธานครับ จะลงโทษผมข้อหาพูดความจริงไม่ได้นะ เมื่อคืนใครกันนะที่หน้าเสียเพราะโดนขัดจังหวะ... อัก!”
กรณ์ไม่ทันได้พูดจบประโยค แฟ้มเอกสารเล่มหนาก็ถูกโยนเฉียดหัวไหล่ไปกระแทกโต๊ะทำงานเสียงดังสนั่น กวินท์ไม่ได้เอ่ยอะไรออกมาอีกนอกจากส่งเสียงฮึดฮัดในลำคอ ทว่าใบหน้าคมคายกลับเริ่มขึ้นสีแดงจางๆ อย่างปิดไม่มิด
ในขณะเดียวกัน ที่แผนกออกแบบผลิตภัณฑ์ชั้นสิบสอง บรรยากาศไม่ได้เงียบสงบเรียบร้อยเหมือนเช่นเคย เสียงโต้เถียงกันอย่างดุเดือดระหว่างพิมมาดากับคุณหญิงรสริน ลูกค้าคนสำคัญระดับวีไอพีที่ขึ้นชื่อเรื่องความเรื่องมากกำลังดึงดูดสายตาของพนักงานทุกคนในแผนก
“ฉันจ้างเธอมาร่วมงานในฐานะหัวหน้าดีไซเนอร์นะพิมมาดา แต่ดูชุดที่เธอร่างแบบมาสิ! มันเปิดไหล่มากเกินไปจนดูเหมือนชุดนอนไม่ได้นอน! แบบนี้จะเอาไปออกงานการกุศลสังคมชั้นสูงได้ยังไง ไร้รสนิยมสิ้นดี!” คุณหญิงรสรินเชิดหน้าขึ้นสูง น้ำเสียงแหลมสูงเต็มไปด้วยความดูถูกเหยียดหยาม
พิมยืนกอดอกนิ่ง ดวงตากลมโตฉายแวววาวโรจน์ด้วยความไม่พอใจ เธอไม่ได้ก้มหน้าหลบสายตาเหยียดหยามนั้นเลยแม้แต่น้อย รอยยิ้มบางเบาแต่เฉียบคมถูกยกขึ้นที่มุมปากอย่างท้าทาย
“ถ้าคุณหญิงคิดว่าดีไซน์ที่เน้นความสง่างามแต่ทันสมัยนี้ ‘ไร้รสนิยม’ ดิฉันคงต้องแนะนำให้คุณหญิงไปหาซื้อชุดจากห้องเสื้อยุคแปดศูนย์ที่มีระบายฟูฟ่องสามชั้นมาใส่แทนนะคะ จะได้เข้ากับทัศนคติที่ตกยุคของคุณหญิงพอดี”
เสียงฮือฮาดังขึ้นเบาๆ รอบบริเวณ พนักงานหลายคนถึงกับกลั้นหายใจด้วยความตกใจ ไม่คิดว่าพิมจะกล้าต่อปากต่อคำกับลูกค้ารายใหญ่ระดับวีไอพีที่กุมอำนาจเงินทุนของบริษัทไว้ครึ่งหนึ่งแบบนี้
“นี่เธอ! กล้าดีมากนะที่มาว่าฉันตกยุค! แกเป็นแค่ลูกจ้างกินเงินเดือน ทำตัวปีปีนเกลียวผู้มีพระคุณอย่างนี้ สมแล้วล่ะที่ได้ชื่อว่าเป็นแค่ผู้หญิงในทะเบียนสมรสลับๆ ของท่านประธาน!” คุณหญิงรสรินกรีดเสียงแหลมด้วยความโกรธจัด หน้าตาบิดเบี้ยวด้วยความโมโห
“ถึงดิฉันจะเป็นภรรยาของใคร หรือจะเป็นแค่พนักงานกินเงินเดือน แต่มันก็เป็น ‘งาน’ ที่ดิฉันใช้มันสมองและความสามารถแลกมาด้วยความสุจริตค่ะ ไม่ได้ใช้เงินซื้อความมั่นใจให้ตัวเองเหมือนใครบางคนที่เอาแต่เดินกร่างไปทั่วเพื่อกลบเกลื่อนความกลวงเปล่าข้างใน” พิมสวนกลับทันควัน น้ำเสียงนิ่งสนิทแต่เฉียบคมราคารดน้ำร้อนลวก
คุณหญิงรสรินโกรธจนตัวสั่น ยกนิ้วชี้หน้าพิมด้วยความแค้นเคือง “ฉันจะฟ้องท่านประธาน! ฉันจะให้เขาไล่เธอออกเดี๋ยวนี้!”
“เชิญตามสบายเลยค่ะ ประตูห้องท่านประธานอยู่ชั้นบนสุด ลิฟต์ตัวริมขวานะคะ กดไปได้เลยค่ะ ดิฉันไม่ส่ง” พิมผายมือเชิญด้วยรอยยิ้มหวานหยดที่ทำเอาคู่กรณีแทบกระออกเลือดด้วยความแค้น ก่อนที่คุณหญิงรสรินจะสะบัดหน้าพรืดเดินกระแทกส้นเท้าออกไปจากแผนกด้วยความหัวเสีย
ทันทีที่คุณหญิงลับสายตาไป เสียงปรบมือเบาๆ และเสียงเป่าปากแซวจากเพื่อนร่วมงานก็ดังขึ้นรอบตัว พิมถอนหายใจยาวออกมาเฮือกหนึ่งด้วยความโล่งอก พร้อมกับทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ทำงานอย่างหมดแรง
ทว่า... ไม่มีใครสังเกตเห็นเลยว่า ที่มุมเสาหน้าประตูทางเข้าแผนก มีร่างสูงโปรดของกวินท์ยืนกอดอกพิงกำแพงอยู่ตั้งแต่ตอนไหนไม่มีใครรู้ นัยน์ตาคมกริบมองเหตุการณ์ทั้งหมดตั้งแต่ต้นจนจบ
มุมปากหยักลึกที่มักจะบึ้งตึงและเย็นชาอยู่เสมอกลับค่อยๆ ยกย่องขึ้นอย่างห้ามไม่อยู่ เสียงหัวเราะทุ้มต่ำในลำคอหลุดออกมาเบาๆ อย่างนึกเอ็นดูในความแสบสันต์และปากกล้าที่ไม่ยอมก้มหัวให้ใครของภรรยาจำเป็น
*“ยัยตัวแสบเอ๊ย... ปากคอเราะร้ายแบบนี้ ชักอยากจะรู้จริงๆ ว่าเวลาอยู่บนเตียง จะยังเถียงเก่งแบบนี้อยู่หรือเปล่า”*
กวินท์คิดในใจ รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏขึ้นบนใบหน้าคมคาย ก่อนที่เขาจะแสร้งทำเป็นเดินตรวจงานผ่านเข้ามาทางนั้นพอดี พร้อมกับตีสีหน้าเรียบเฉยเย็นชาดังเดิมราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
“เสียงดังเอะอะอะไรกันตรงนี้ งานการไม่มีทำกันหรือไง” เสียงทุ้มทรงอำนาจเอ่ยขึ้น ทำเอาพนักงานทุกคนที่กำลังยืนล้อมรอบพิมสะดุ้งสุดตัวและรีบแยกย้ายกลับโต๊ะทำงานของตัวเองแทบไม่ทัน
พิมเงยหน้าขึ้นมองตามต้นเสียง ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อสบเข้ากับนัยน์ตาคมกริบที่กำลังมองตรงมาที่เธอด้วยแววตาอ่านยาก หัวใจดวงน้อยกระตุกวูบอย่างห้ามไม่อยู่
กวินท์ก้าวเข้ามาหยุดยืนตรงหน้าโต๊ะทำงานของเธอ ร่างสูงโน้มตัวลงมาใกล้จนได้กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจาง ชายหนุ่มโน้มใบหน้ากระซิบชิดริมหูของเธอด้วยน้ำเสียงพร่าต่ำที่จงใจให้ได้ยินกันแค่สองคน
“เมื่อกี้... เถียงเก่งดีนี่พิมมาดา... สนใจไปเถียงต่อกันที่ห้องทำงานฉันไหมล่ะ หืม?”
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาฟินและจิกหมอนไปพร้อมกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ!
พันธนาการรักกับดักหัวใจมาเฟียร้าย•ตอนที่ 6
รอยยิ้มที่ซ่อนไว้
ผลงานโดย ไวโอเล็ตการ์เด้น
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไวโอเล็ตการ์เด้น)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธนาการรักกับดักหัวใจมาเฟียร้าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!