“ถ้าคุณยังทำหน้านิ่งเหมือนหินแกะสลักแบบนี้ต่อไปอีกสักนาที ฉันสาบานเลยนะว่าตอนที่คีย์กลับเข้ามาเห็น... เขาต้องคิดว่าฉันเป็นคนชวนคุณมานั่งจ้องตาให้เป็นลมตายตรงนี้แน่ๆ”
พิมมาดาเคาะนิ้วลงบนโต๊ะทำงานกระจกใส เสียงนั้นดังแผ่วเบาแต่ก้องกังวานในความรู้สึกของคนฟัง เธอส่งสายตาเรียบนิ่งไปหา ‘กรณ์’ มือขวาผู้จงรักภักดีของคีย์ที่บัดนี้ดูเหมือนจะกำลังแบกภารกิจกู้ชาติไว้บนบ่า
“ผมไม่ได้จะจ้องคุณครับคุณพิม” กรณ์ถอนหายใจยาวพลางปรับท่านั่งให้ดูเป็นธรรมชาติที่สุด “ผมแค่กำลังคิดว่า แผนของ ‘มีน’ มันจะทำให้คุณพังมากกว่ารุ่ง”
“แผนของยัยนั่นน่ะเหรอคะ?” พิมเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ปากบางเหยียดยิ้มอย่างรู้ทัน “แผนการที่ยัยตัวดีบอกว่าจะส่ง ‘คนคุยเก่า’ ของคีย์เข้ามาป้วนเปี้ยนให้ฉันหึงน่ะเหรอ? อย่าว่าแต่หึงเลยค่ะ แค่คิดว่าคีย์จะเอาเวลาที่ไหนไปคุยกับใครได้ ในเมื่อตารางชีวิตเขามีแต่ประชุมกับหน้าบึ้งๆ ของเขาเนี่ย”
“นั่นแหละครับปัญหา” กรณ์โน้มตัวเข้ามาใกล้ น้ำเสียงทุ้มต่ำเปลี่ยนเป็นจริงจัง “เจ้านายผมเป็นพวกปากแข็งยิ่งกว่าคอนกรีต ถ้าไม่กระตุ้นด้วยความหึงหวงแบบแรงๆ ต่อให้เขาคลั่งรักคุณแค่ไหน เขาก็ไม่มีวันพูดคำว่า ‘รัก’ ออกมาหรอกครับ”
พิมชะงักไปครู่หนึ่ง สายตาที่เคยมั่นคงสั่นไหววูบหนึ่งอย่างไม่อาจปกปิด แต่เธอก็รีบปรับสีหน้าให้กลับมาเป็นสาวมั่นผู้ไม่ยอมก้มหัวให้ใครตามเดิม
“แล้วคุณกับมีนจะทำยังไง? จะให้ฉันไปยืนทำหน้าเศร้าๆ บีบน้ำตาให้เขาปลอบเหรอ? ฝันไปเถอะค่ะ”
“ไม่ขนาดนั้นครับ”
จังหวะที่กรณ์กำลังจะเอ่ยต่อ ประตูห้องทำงานหรูหราก็ถูกผลักเข้ามาอย่างแรงโดยไม่ต้องรอการอนุญาต ร่างเล็กปราดเปรียวของ ‘มีน’ ก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่ส่งไปให้ทั้งสองคน
“พี่คีย์กำลังเดินมาค่ะ!” มีนประกาศเสียงใสพลางปรบมือเบาๆ “เตรียมตัวให้พร้อมนะพี่พิม วันนี้ ‘เหยื่อ’ ตัวจริงกำลังจะมาเยือนถึงถิ่น ถ้าพี่คีย์ไม่สติหลุดจนยอมสารภาพความในใจออกมาให้รู้กันไปข้าง ก็ให้มันรู้ไปว่าใครจะนิ่งได้นานกว่ากัน”
“คุณมีน แผนนี้มันเสี่ยงเกินไปหรือเปล่าครับ?” กรณ์ขมวดคิ้ว
“เสี่ยงสิคะถึงจะสนุก!” มีนขยิบตาให้พิม “พี่พิมขา... จำไว้ว่าถ้าเขาเริ่มดุ พี่พิมต้องอ่อย... เอ้ย! ต้องอ่อนหวานเข้าสู้ ยิ่งเขาปากร้าย พี่พิมยิ่งต้องยิ้มหวานแบบนางเอกผู้ถูกกระทำ เชื่อสิ... มาเฟียขี้เก๊กแบบพี่คีย์น่ะ แพ้ทางรอยยิ้มแบบนี้ที่สุด”
พิมหัวเราะหึในลำคอ ดวงตาคมกริบฉายแววท้าทาย “ได้ค่ะ... ถ้าเขาอยากเล่นเกมนี้ ฉันก็จะจัดให้แบบชุดใหญ่ไฟกะพริบเลยคอยดู”
ทว่า บรรยากาศภายในห้องที่กำลังคุกรุ่นด้วยแผนการลับกลับหยุดชะงักลงทันที เมื่อเสียงฝีเท้าหนักแน่นที่คุ้นเคยดังใกล้เข้ามาถึงหน้าประตู เสียงหัวใจของพิมเต้นระรัวในอกอย่างไม่อาจควบคุม แม้ปากจะบอกว่าไม่สน แต่สัมผัสจากวงแขนแกร่งที่มักจะโอบกอดเธอในยามค่ำคืนยังคงฝังแน่นอยู่ในความรู้สึก
ประตูบานใหญ่ถูกเปิดออก กวินท์ก้าวเข้ามาในห้องด้วยชุดสูทสีเข้ม ใบหน้าคมสันเรียบเฉยไร้อารมณ์ ดวงตาสีเข้มดุจก้นบึ้งของมหาสมุทรตวัดมองคนทั้งสามก่อนจะหยุดลงที่พิมมาดาเพียงผู้เดียว
“คุยอะไรกันอยู่?” น้ำเสียงทุ้มต่ำติดจะกระด้างดังขึ้น “พิม... ทำไมไม่กลับไปพักผ่อนที่บ้าน?”
พิมเงยหน้าขึ้น สบตาเขาอย่างไม่ลดละ เธอแสร้งทำเป็นถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะหันไปยิ้มให้มีนที่แอบกระซิบข้างหูเธอว่า *‘เริ่มเลย’*
“พอดีคุณกรณ์เขามีเรื่อง ‘น่าสนใจ’ จะมาเล่าให้ฟังน่ะค่ะคีย์” พิมลุกขึ้นยืนช้าๆ เดินเข้าไปหาคนตัวสูงที่ยืนขวางประตูอยู่ “เรื่องของ... แขกพิเศษ ที่กำลังจะมาถึงในอีกไม่กี่นาทีนี้”
กวินท์เลิกคิ้วขึ้น สายตาหรี่มองกรณ์ที่ยืนทำหน้าไม่ถูก ก่อนจะกวาดสายตากลับมาที่พิม “แขกพิเศษ? ผมไม่เคยนัดใครที่นี่”
“บางที... คุณอาจจะลืมไปแล้วก็ได้นะคะ ว่าใครที่เคยมีความหมายกับคุณมาก่อน” พิมเอ่ยเสียงหวาน เธอแกล้งขยับเข้าไปใกล้จนกลิ่นน้ำหอมจางๆ ของเขาสัมผัสจมูก แกล้งโน้มตัวไปจัดปกเสื้อสูทให้เขาอย่างแผ่วเบา โดยไม่สนสายตาของมีนที่พยายามกลั้นขำ
กวินท์ชะงักไป มือแกร่งคว้าข้อมือเธอไว้แน่น แรงบีบนั้นไม่ได้รุนแรงแต่หนักแน่นจนพิมรู้สึกถึงอุณหภูมิที่ร้อนระอุ “พิม... หยุดเล่นเกมได้แล้ว”
“เกมอะไรคะ?” เธอเอียงคอถาม ดวงตาคู่สวยพราวระยับ “ฉันแค่กำลังคุยเรื่องความทรงจำเก่าๆ ของคุณ... เอ๊ะ หรือว่าคุณกำลังกลัวอะไรอยู่กันแน่คะ?”
กวินท์ขบกรามแน่น สันกรามขยับนูนชัดเจน เขาโน้มใบหน้าลงมาจนชิดปลายจมูกของเธอ ลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่บนผิวหน้า “อย่าให้ผมหมดความอดทนนะครับพิม ผมไม่ได้มีอารมณ์มานั่งเล่นบทตัวร้ายในละครน้ำเน่ากับคุณ”
“ถ้าไม่ชอบ... ก็แค่บอกสิคะว่ารักฉันมากแค่ไหน ฉันจะได้เลิกเล่น” พิมท้าทาย
ทว่าในวินาทีที่กวินท์กำลังจะอ้าปากโต้ตอบ เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นขัดจังหวะ ตามด้วยร่างระหงของหญิงสาวสวยจัดที่ก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มหวานหยด
“สวัสดีค่ะกวินท์... คิดถึงจังเลยนะคะ”
กวินท์ชะงักไปชั่วขณะ ดวงตาคู่คมเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน พิมมาดาสัมผัสได้ถึงแรงบีบที่ข้อมือของเธอที่เพิ่มขึ้นจนเกือบเจ็บ เธอหันไปมองผู้มาใหม่ ก่อนจะหันกลับมามองกวินท์ที่กำลังหน้าถอดสี
“อ้าว... มาตามนัดพอดีเลยนะคะ” พิมแกล้งเอ่ยยิ้มๆ ทั้งที่ในใจรู้สึกเหมือนถูกบีบด้วยความหน่วง “ดูท่าทางคุณจะดีใจมากเลยนะคะที่เห็นเธอ... ถึงกับมือเย็นเชียว”
กวินท์ยังไม่ทันได้แก้ต่าง หญิงสาวปริศนาก็เดินตรงเข้ามาหาเขาหมายจะโอบกอด แต่กวินท์กลับเบี่ยงตัวหลบอย่างรวดเร็ว ทำเอาบรรยากาศในห้องเย็นยะเยือกขึ้นมาทันตาเห็น
“พิม... ฟังผมก่อน” กวินท์หันมามองพิมด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความวุ่นวายใจ
พิมกระตุกยิ้มที่มุมปาก เธอดึงข้อมือออกจากมือเขาอย่างถือดี “ไม่จำเป็นต้องอธิบายหรอกค่ะ ในเมื่อเรื่องของคุณมันดูสำคัญขนาดนี้... งั้นเชิญคุณ ‘คุย’ กับแขกของคุณให้สบายใจนะคะ ส่วนฉัน... ก็คงหมดหน้าที่ของภรรยาในห้องนี้แล้ว”
เธอกำลังจะหมุนตัวเดินออกจากห้อง แต่กวินท์กลับคว้าเอวบางของเธอไว้แล้วดึงเข้าหาตัวอย่างแรงจนแผ่นหลังปะทะกับแผงอกแกร่ง ท่ามกลางสายตาอึ้งๆ ของมีนและกรณ์ที่ดูเหมือนจะคุมสถานการณ์ไม่อยู่แล้ว
กวินท์กระซิบข้างหูพิมด้วยน้ำเสียงที่เย็นชาแต่สั่นพร่าด้วยแรงอารมณ์บางอย่างที่พิมอ่านไม่ออก
“อยากรู้ใช่ไหมว่าผมรู้สึกยังไงกับเรื่องนี้...” เขากดเสียงต่ำจนคนทั้งห้องต้องเงียบกริบ “ได้... งั้นก็อยู่ดูให้เห็นกับตาว่า ผมจัดการกับ ‘อดีต’ ของผมยังไง”
เขากระชากร่างเธอหันไปเผชิญหน้ากับหญิงสาวคนนั้น ก่อนจะก้มลงประทับจูบลงบนริมฝีปากของพิมอย่างดุดันและเร่าร้อน ต่อหน้าต่อตาแขกที่เพิ่งมาถึง!
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามและเป็นกำลังใจให้กันเสมอมานะคะ หวังว่าจะถูกใจความเผ็ดร้อนในตอนนี้ค่ะ!
พันธนาการรักกับดักหัวใจมาเฟียร้าย•ตอนที่ 29
แผนการของตัวป่วน
ผลงานโดย ไวโอเล็ตการ์เด้น
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไวโอเล็ตการ์เด้น)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธนาการรักกับดักหัวใจมาเฟียร้าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!