สัมผัสอุ่นร้อนบนเรียวปากยังไม่ทันเลือนหาย กลิ่นอายบุหรี่จางๆ ผสมผสานกับความดุดันเอาแต่ใจของเขายังคงติดตรึงอยู่ที่ปลายประสาทสัมผัส พิมพาดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก หัวใจเต้นระรัวราวกับกลองศึกยามที่ดวงตาสีเข้มคู่นั้นกวาดมองเธอด้วยประกายไฟที่พร้อมจะแผดเผาทุกสิ่งที่ขวางหน้า
ให้ตายสิ... เขาจูบเธอกลางงานอีเวนต์ใหญ่โต ต่อหน้าแขกเหรื่อและสื่อมวลชนนับชีวิตไม่ถ้วน!
“คุณกวินท์คะ! นี่มันหมายความว่ายังไงคะเนี่ย!” เสียงหวานใสที่แฝงแววไม่พอใจดังขึ้นจากทางด้านข้าง ขัดจังหวะความเงียบที่น่าอึดอัดระหว่างคนทั้งคู่ มีนยืนกอดอก ใบหน้าสวยเฉี่ยวบึ้งตึงด้วยความหมั่นไส้ระคนตกใจ “จู่ๆ ก็พุ่งเข้ามาฉุดเพื่อนฉันไปจูบโชว์สื่อแบบนั้น คิดว่าเท่มากหรือไงคะ มาเฟียใจร้อนรังแกผู้หญิงมันน่าภูมิใจนักเหรอ!”
คีย์ (กวินท์) ไม่แม้แต่จะชายตามองลูกพี่ลูกน้องจอมจุ้นคนนั้น ดวงตาคมกริบราวกับเหยี่ยวจดจ้องอยู่เพียงแค่ใบหน้าแดงก่ำของพิมมาดา ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้าไปประชิดตัวเธออีกก้าว ครอบครองพื้นที่ส่วนตัวจนหญิงสาวต้องเอนตัวหนีตามสัญชาตญาณ แต่มือหนากลับคว้าเอวบางเอาไว้แน่นราวกับคีมเหล็ก ไม่อนุญาตให้เธอถอยหนีแม้แต่มิลลิเมตรเดียว
“ปากเก่งนักนะพิมมาดา” น้ำเสียงทุ้มต่ำลอดไรฟัน เอ่ยออกมาด้วยความหึงหวงที่พุ่งทะยานจนควบคุมไม่อยู่ “เมื่อกี้ยังยิ้มรับหน้าชื่นตาบานให้กับไอ้เด็กหน้าอ่อนนั่นอยู่เลยไม่ใช่หรือไง สนุกมากไหมที่ได้ยืนหัวเราะต่อกระซิกกับผู้ชายคนอื่นต่อหน้าสามีตัวเอง”
“สามีเหรอคะ?” พิมเชิดหน้าขึ้นทันที ความอายถูกแทนที่ด้วยความพยศดื้อรั้น ดวงตากลมโตจ้องตอบเขาอย่างไม่เกรงกลัว “เราแค่เซ็นสัญญาแต่งงานกันเพื่อธุรกิจค่ะคุณกวินท์ จำไม่ได้เหรอคะ? อีกอย่าง... ฉันจะคุยกับใคร ยิ้มให้ใคร มันก็สิทธิ์ของฉัน คุณไม่มีสิทธิ์มาทำรุ่มร่ามกับฉันแบบนี้ต่อหน้าคนอื่นนะ!”
คำว่า *‘แค่เซ็นสัญญาแต่งงานกัน’* พุ่งเข้าปะักอกกวินท์เข้าอย่างจัง ราวกับมีใครเอาค้อนมาทุบเข้าที่กลางอก ความหึงหวงบวกกับความอวดดีของหญิงสาวทำให้สติที่เหลือน้อยนิดของเจ้าพ่อมาเฟียขาดผึ่งลงทันที เขาหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ฟังดูน่ากลัวจนคนรอบข้างต้องรีบถอยกรูด
“สิทธิ์เหรอ? อยากรู้ไหมล่ะว่าสามีตามกฎหมายและพฤตินัยอย่างฉัน มีสิทธิ์ทำอะไรกับเธอบ้าง!”
บรรยากาศรอบตัวลดฮวบลงจนแทบติดลบ กรณ์ที่ยืนดูสถานการณ์อยู่ไม่ไกลรีบก้าวเข้ามาเพื่อจะห้ามทัพ แต่ยังไม่ทันได้เอ่ยปาก ร่างสูงโปร่งของใครอีกคนก็แทรกเข้ามาขวางกลางระหว่างคีย์และพิมเสียก่อน
“รุ่นพี่พิมครับ เป็นอะไรหรือเปล่าครับ สีหน้าดูไม่ค่อยดีเลย ให้ผมพาไปนั่งพักไหมครับ?”
กรณ์ (ธนกร) นายแบบหนุ่มลูกครึ่งดาวรุ่งพุ่งแรง ดีกรีพระเอกโฆษณาพันล้าน และเป็นรุ่นน้องคนสนิทที่พิมเพิ่งร่วมงานด้วยเมื่อครู่ ส่งยิ้มเป็นห่วงเป็นใยให้หญิงสาวอย่างเปิดเผย โดยไม่รู้เลยว่าตัวเองกำลังเหยียบอยู่บนระเบิดเวลาลูกใหญ่ที่พร้อมจะระเบิดได้ทุกเมื่อ
คีย์หรี่ตามองผู้ชายตรงหน้า รังสีอำมหิตแผ่ซ่านออกมาจากร่างสูงจนกรณ์รู้สึกได้ถึงความเย็นเยือกที่แล่นริ้วขึ้นมาตามสันหลัง ดวงตาคมกริบกวาดมองมือของรุ่นน้องหนุ่มที่กำลังจะเอื้อมมาแตะแขนของพิมมาดาด้วยความรังเกียจขั้นสุด
“ถอนมือเน่าๆ ของแกออกจากตัวเมียฉัน ก่อนที่ฉันจะสั่งให้ลูกน้องหั่นมันทิ้งซะ” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยออกมานิ่งสนิท แต่เต็มไปด้วยอำนาจมืดที่กดดันจนคนฟังแทบหายใจไม่ออก
กรณ์ชะงักไปเล็กน้อย แต่ด้วยความที่เป็นคนรุ่นใหม่และไม่เคยกลัวใครหน้าไหน (แถมยังไม่รู้เบื้องลึกเบื้องหลังของมาเฟียหนุ่ม) เขาจึงยิ้มรับด้วยท่าทีสบายๆ แต่แววตากลับท้าทาย “อ้าว... นี่คุณกวินท์ ประธานคีย์โกลบอลหรือครับ? ผมนึกว่าคุณกับรุ่นพี่พิมเป็นแค่หุ้นส่วนทางธุรกิจกันซะอีก เห็นข่าวลงว่าแต่งงานกันเพราะผลประโยชน์นี่ครับ”
*เปรี้ยง!*
คำพูดนั้นเปรียบเสมือนฟางเส้นสุดท้ายที่ขาดลง คีย์พุ่งเข้ากระชากคอเสื้อของกรณ์อย่างรวดเร็วจนตั้งตัวไม่ทัน แรงปะทะทำให้ทุกคนในงานกรีดร้องด้วยความตกใจ มีนอ้าปากค้าง ส่วนพิมมาคาร้องอุทานออกมาด้วยความตกใจระคนตกใจ
“ไอ้เด็กเวร... แกอยากลองดีกับฉันใช่ไหม!” คีย์คำรามในลำคอ หมัดหนาทรงพลังง้างขึ้นเตรียมซัดเข้าที่ใบหน้าหล่อเหลานั้นอย่างเต็มแรง
“หยุดนะคุณกวินท์!” พิมกรีดร้องลั่น เธอพยายามใช้สองมือทุบตีและดันแผงอกกว้างของสามีตัวเองให้ถอยห่าง “ปล่อยเขานะ! คุณบ้าไปแล้วหรือไงถึงจะมาต่อyกับเด็กในงานอีเวนต์แบบนี้!”
“ใช่! ฉันมันบ้า!” คีย์หันมาตวาดใส่พิมด้วยความน้อยใจและโกรธเกรี้ยวจนหน้าดำคร่ำเครียด ดวงตาสีเข้มแดงก่ำด้วยพิษรักแรงหึง “เพราะผู้หญิงใจร้ายอย่างเธอคนเดียว พิมมาดา! ถ้าเธอไม่ทำตัวสนิทสนมกับไอ้เด็กนี่จนออกนอกหน้า ฉันจะสติหลุดแบบนี้เหรอ!”
กรณ์ที่ตั้งหลักได้ ยิ้มมุมปากอย่างเยาะเย้ย แม้จะถูกกระชากคอเสื้ออยู่แต่เขาก็ไม่แสดงอาการหวาดกลัวเลยสักนิด “รุ่นพี่พิมครับ ดูท่าทางสามีคุณจะไม่ค่อยน่ารักเท่าไหร่เลยนะครับ สนใจเปลี่ยนมาคบกับเด็กแบบผมไหมล่ะครับ น่าจะคุยง่ายกว่าเยอะ”
สิ้นคำพูดนั้น คีย์เงื้อมัดซัดเข้าที่โหนกแก้มของกรณ์เต็มแรงจนร่างของนายแบบหนุ่มเซถลาไปชนกับโต๊ะจัดเลี้ยง แก้วไวน์แตกกระจายเสียงดังสนั่นหวั่นไหว ความโกลาหลเกิดขึ้นทันทีในงาน แขกเหรื่อต่างพากันแตกตื่น บ้างก็หยิบมือถือขึ้นมาถ่ายคลิป
พิมยืนตัวชา กลิ่นคาวเลือดจางๆ ลอยมาแตะจมูก เธอหันไปมองหน้าสามีที่ตอนนี้ดวงตาดำมืดสนิทด้วยความโกรธเกรี้ยวและหึงหวงจนขาดสติ ก่อนที่เธอจะตัดสินใจสะบัดหน้าหนีด้วยความผิดหวัง
“ถ้าคุณยังทำตัวป่าเถื่อนไร้เหตุผลแบบนี้... เราหย่ากันเถอะค่ะ!”
ร่างสูงของกวินท์ชะงักกึก ราวกับถูกสายฟ้าฟาดลงกลางกระบาล หัวใจที่เคยเต้นรัวด้วยความโกรธหยุดกะทันหัน ดวงตาคมกริบเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยอย่างไม่เชื่อหูตัวเองเมื่อได้ยินคำว่า ‘หย่า’ หลุดออกมาจากปากภรรยา
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ ท่ามกลางเสียงกระซิบกระซาบของคนรอบข้าง คีย์ค่อยๆ หันกลับมามองหน้าภรรยาตัวน้อยที่ยืนน้ำตาคลอเบ้าแต่สายตากลับแข็งกร้าวและเด็ดเดี่ยว
ในวินาทีที่บรรยากาศกำลังดิ่งลงสู่จุดต่ำสุด เสียงปรบมือช้าๆ และทรงพลังก็ดังขึ้นจากทางประตูทางเข้างาน พร้อมกับการปรากฏตัวของร่างระหงในชุดเดรสยาวสีแดงเพลิงของแขกผู้มาใหม่ที่ไม่ได้รับเชิญ—ผู้หญิงคนเก่าในอดีตของเขาที่หายตัวไปนานหลายปี!
“ว้าว... บรรยากาศเร่าร้อนดีนี่คะ กวินท์... ไม่คิดเลยว่าคุณจะมีเมียเด็กที่ดุขนาดนี้”
_____________________________________________
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างและเดินทางมาถึงตอนที่ 30 แล้วนะคะ รอดูกันต่อค่ะว่างานนี้มาเฟียซึนของเราจะแก้เกมยังไงเมื่อถ่านไฟเก่าดันกลับมาในวันที่กำลังหึงเมียจนหน้ามืดแบบนี้! ไว้พบกันตอนหน้าค่ะ ❤️
พันธนาการรักกับดักหัวใจมาเฟียร้าย•ตอนที่ 30
หึงจนหน้ามืด
ผลงานโดย ไวโอเล็ตการ์เด้น
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไวโอเล็ตการ์เด้น)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธนาการรักกับดักหัวใจมาเฟียร้าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!