คราบน้ำตาร้อนผ่าวที่เพิ่งเหือดแห้งไปบนแก2ข้าง ไม่ได้ทำให้ความรู้สึกอึดอัดภายในห้องนอนกว้างขวางลดน้อยลงเลยแม้แต่น้อย พิมมาดาซบหน้าผากเข้ากับกระจกหน้าต่างบานใส มองทัศนียภาพยามค่ำคืนของเมืองใหญ่ที่เต็มไปด้วยแสงไฟระยิบระยับ ทว่าภายในอกกลับมืดมนและเคว้งคว้างจนน่าใจหาย สัญญาแต่งงานฉบับนั้น... ข้อตกลงที่เริ่มต้นด้วยผลประโยชน์และการคุมเชิงกัน กลายสภาพเป็นโซ่ตรวนที่ผูกมัดหัวใจของเธอไว้โดยไม่รู้ตัว
เสียงเปิดประตูกระทบวงกบแผ่วเบาไม่ได้ทำให้เธียรหันกลับไปมอง เพราะแผ่นหลังกว้างที่คุ้นเคยพร้อมกับกลิ่นอายน้ำหอมบุรุษปะปนกลิ่นบุหรี่จางๆ นั้นประกาศชัดเจนว่าใครคือผู้มาเยือน
"ดึกดื่นค่อนคืนทำไมไม่นอน มายืนรับลมอะไรตรงนี้ อยากป่วยเป็นรอบที่สองหรือไง"
น้ำเสียงห้วนจัดที่เจือความหงุดหงิดตามนิสัยเดิมไม่ได้ทำให้พิมมาดาสะเทือนใจเหมือนเก่า ทว่ามันกลับมีความสั่นเครือบางเบาซ่อนอยู่ลึกๆ จนคนพูดเองก็คงไม่รู้ตัว กวินท์ในยามนี้ไม่ได้สวมสูทเนี๊ยบเฉียบคมเหมือนตอนอยู่บริษัท เขายืนปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตสีดำเม็ดบนออกด้วยท่าทางกระฟัดกระเฟียด ก่อนจะสาวเท้าเข้ามาหยุดยืนซ้อนอยู่เบื้องหลังในระยะประชิด
พิมมาดาแค่นหัวเราะในลำคอเบาๆ ดวงตากลมโตที่ผ่านการร้องไห้จนแดงก่ำหันกลับมาเผชิญหน้ากับร่างสูงที่สูงกว่าเธอเกือบหนึ่งช่วงตัว "เป็นห่วงฉันเหรอคะ... หรือกลัวฉันตายแล้วคุณจะไม่มีข้ออ้างไปหย่ากับพ่อยลธรตามสัญญาเล่า"
"พิม!" ควินท์ขบกรามแน่นจนสันนูนเด่นชัด ดวงตาคมกริบราวกับพญาอินทรีย์วาวโรจน์ด้วยความกรุ่นโกรธ เขาเกลียดนักเวลานายหญิงตัวดีของเขาใช้คำพูดเชือดเฉือนทำลายบรรยากาศ และเกลียดที่สุดคือการที่เธอยังคงดึงดันจะผลักไสเขาออกไปจากชีวิต ทั้งๆ ที่... ให้ตายเถอะ หัวใจเขาเกือบจะหยุดเต้นอยู่แล้วตอนที่เห็นเธอยืนร้องไห้เงียบๆ คนเดียวในห้องนี้
"ทำไมคะ พูดความจริงมันเจ็บปวดมากหรือไง" พิมมาดาเชิดหน้าขึ้นสู้ สายตาคู่สวยมองลึกเข้าไปในดวงตาคู่คมที่ไหววูบไปชั่วขณะ เธอเห็นความกังวลและความเจ็บปวดพาดผ่านมันอย่างรวดเร็วก่อนจะถูกกลบเกลื่อนด้วยมา Nเยือกเย็นตามฟอร์มของเจ้าตัว
กวินท์ก้าวเข้ามาประชิดตัวจนแผ่นหลังบางแนบติดกับกระจกหน้าต่าง ปลายจมูกโด่งคมแทบจะชนกับพวงแก้มเนียนที่ยังคงหลงเหลือรอยชื้นของหยาดน้ำตา มือหนาเอื้อมไปคว้าข้อมือเล็กทั้งสองข้างตรึงไว้ข้างลำตัวอย่างไม่ยอมให้ขยับหนี แม้จะไม่ได้ออกแรงบีบจนเจ็บ แต่พละกำลังที่เหนือกว่าก็ทำให้เธอตกอยู่ในสถานะจำยอมในทันที
"ปากดีเหลือเกินนะพิมมาดา ลองพูดคำว่าหย่าออกมาอีกสักคำสิ ฉันจะจูบให้เธอหมดสิทธิ์พูดไปตลอดชีวิตเลยคอยดู" ขู่ด้วยน้ำเสียงต่ำทุบที่สั่นพร่า ลมหายใจอุ่นร้อนที่เป่ารดอยู่ข้างแก้มทำให้หัวใจดวงน้อยที่พยายามแข็งกระด้างเต้นรัวระรัวจนแทบหลุดออกมานอกอก
"คุณมันเผด็จการ... อื้อ!"
คำพูดต่อว่าถูกกลืนหายไปในลำคอทันทีเมื่อริมฝีปากหยักหนาฉวยโอกาสประทบลงมาปิดกั้นคำพูดแสลงหู รสจูบครั้งนี้ไม่ได้ดุดันและป่าเถื่อนเหมือนทุกครั้ง แต่มันกลับเต็มไปด้วยความเว้าวอน ความโหยหา และความกลัวลึกๆ ที่กวินท์ไม่เคยปริปากบอกใคร ปลายลิ้นร้อนสอดแทรกเข้ามาตักตวงความหวานล้ำอย่างเอาแต่ใจ บังคับให้เรียวปากนุ่มต้องเผยอรับสัมผัสวาบหวามที่ค่อยๆ ละลายกำแพงน้ำแข็งในใจพิมมาดาลงทีละนิด
เนิ่นนานกว่าที่ประธานหนุ่มผู้หยิ่งผยองจะยอมถอนริมฝีปากออกอย่างอาลัยอาวรณ์ หน้าผากกว้างทาบชิดกับหน้าผากมน ลมหายใจหอบกระชั้นเป่ารดกันและกันจนแทบเป็นสายลมเดียวกัน
"ฉันไม่ใช่คนใจดี... และไม่ใช่คนพูดเก่ง" กวินท์กระซิบเสียงพร่าชิดริมฝีปากอิ่มที่บวมเจ่อจากการจูบ ดวงตาคมเข้มทอดมองเธอด้วยความรู้สึกที่แทบจะไม่เหลือคราบมาเฟียผู้เยือกเย็นอีกต่อไป "แต่สิ่งที่ฉันทำ... และสิ่งที่ฉันเป็นอยู่ตอนนี้ มันยังชัดเจนไม่พอให้เธอเลิกโง่ระแวงฉันสักทีหรือไง"
พิมมาดานิ่งงัน หัวใจเต้นแรงจนเจ็บแปลบ หยาดน้ำตาที่เพิ่งแห้งเหือดกลับรื้นขึ้นมาคลอหน่วยอีกระลอก ไม่ใช่เพราะความเสียใจ แต่มتเพราะความตระหนักรู้บางอย่างที่พรั่งพรูเข้ามาในหัวใจ
ภาพตอนที่เขาวิ่งฝ่าสายฝนเพื่อมาหาเธอ ภาพแว่นตาที่แตกละเอียดจากการตะลุมบอนเพื่อปกป้องเธอ และอ้อมกอดที่อบอุ่นที่สุดในคืนที่เธอรู้สึกโดดเดี่ยวที่สุดในโลก... ทุกอย่างมันคือคำตอบที่ชัดเจนยิ่งกว่าคำพูดหวานหูใดๆ
"คุณ... คลั่งรักฉันเหรอคะ" เธอแกล้งเอ่ยแซวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ แม้ขอบตาจะยังแดงก่ำแต่ริมฝีปากบางกลับคลี่Wยยิ้มบางเบาที่งดงามที่สุดเท่าที่กวินท์เคยเห็น
"ปากเก่งไม่เลิก" ควินท์หมั่นไส้จนต้องกดจมูกโด่งลงบนแก้มเนียนแรงๆ อย่างมันเขี้ยว "เออ... คลั่งรัก ชัดพอหรือยัง ยัยตัวแสบ"
คำยอมรับที่หลุดออกมาจากปากของคนปากแข็งทำเอาพิมมาดานิ่งอึ้ง หัวใจที่เคยปิดตายค่อยๆ เปิดรับความอบอุ่นนั้นเข้ามาทีละน้อยอย่างยอมจำนน เธอยกมือขึ้นโอบรอบลำคอแกร่งของเขาไว้หลวมๆ ใบหน้าหวานซบลงกับลาดไหล่กว้าง ปล่อยให้ความรู้สึกโล่งใจและความสุขสายเล็กๆ ไหลซ่านไปทั่วทุกอณูความรู้สึก
ทว่า... ในจังหวะที่บรรยากาศกำลังหวานชื่นและหัวใจสองดวงกำลังขยับเข้ามาแนบชิดกันอย่างไร้รอยต่อ เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นรัวๆ ขัดจังหวะ พร้อมกับเสียงโวยวายคุ้นหูที่ตะโกนแทรกเข้ามาจนบรรยากาศโรแมนติกพังทลายลงในพริบตา
"พี่คีย์! พี่พิม! เปิดประตูเดี๋ยวนี้เลยนะ! เกิดเรื่องใหญ่แล้ว งานเปิดตัวคอลเลกชันใหม่โดนป่วนยับเลย!"
เสียงของมีน ลูกพี่ลูกน้องจอมจุ้นดังทะลุเข้ามา ทำเอาควินท์สบถออกมาคำโตด้วยความหัวเสียอย่างรุนแรง ดวงตาคมกริบฉายแววหงุดหงิดจัดจนแทบจะกินเลือดกินเนื้อคนที่บังอาจมาขัดจังหวะเวลาสำคัญของเขากับภรรยา
พิมมาดาผละออกจากอ้อมอกกว้าง รอยยิ้มขบขันผุดขึ้นที่มุมปากเมื่อเห็นสีหน้าของสามีจำเป็นที่กำลังบึ้งตึงราวกับคนท้องผูก
"ดูเหมือนว่า... เรื่องใหญ่ของคุณ จะมาขัดจังหวะความคลั่งรักซะแล้วนะคะ คุณสามี"
_________________________________________________
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างและเดินทางร่วมกันมาจนถึงตอนนี้ค่ะ ไวโอเล็ตการ์เด้นซาบซึ้งใจมากๆ เลยนะคะ!
พันธนาการรักกับดักหัวใจมาเฟียร้าย•ตอนที่ 28
ความจริงใจที่สัมผัสได้
ผลงานโดย ไวโอเล็ตการ์เด้น
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไวโอเล็ตการ์เด้น)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธนาการรักกับดักหัวใจมาเฟียร้าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!