พันธนาการรักกับดักหัวใจมาเฟียร้าย•ตอนที่ 2

กฎเหล็กสามข้อ

ผลงานโดย ไวโอเล็ตการ์เด้น
แรงบีบที่ข้อมือไม่ได้เจ็บปวดจนทนไม่ไหว ทว่ามันเด็ดขาดและหนักหน่วงเสียจนพิมมาดาต้องสูดลมหายใจเข้าปอดลึก ร่างบางถูกแรงดึงมหาศาลเหวี่ยงกลับเข้ามาในห้องเพนต์เฮาส์หรูระันทึกระทึกใจ ประตูกระจกบานใหญ่ด้านหลังปิดล็อกด้วยเสียง ‘คลิก’ หนักๆ จากระบบอิเล็กทรอนิกส์ เป็นสัญญาณเตือนภัยกลายๆ ว่านับจากวินาทีนี้เป็นต้นไป เธอกำลังก้าวเข้าสู่กรงขังที่ถูกถักทอด้วยความเย่อหยิ่งและอำนาจมืดของมาเฟียหนุ่มอย่างกวินท์ "ปล่อยค่ะ! คุณบ้าไปแล้วหรือไง ถึงได้ใช้วิธีลักพาตัวฉันแบบนี้!" พิมมาดาไม่รอช้า เธอสะบัดข้อมือออกจากการเกาะกุมทันทีที่เขาคลายแรง ดวงตากลมโตคู่สวยจ้องมองร่างสูงที่ยืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้าด้วยความกรุ่นโกรธ ดีไซเนอร์สาวไม่เคยคิดเลยว่าการตกลงเซ็นสัญญาแต่งงานเพื่อกอบกู้ธุรกิจของครอบครัว จะพาเธอมาตกอยู่ในสถานการณ์บ้าคลั่งเช่นนี้ กวินท์แค่นหัวเราะในลำคอ ร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสั่งตัดพิเศษทิ้งตัวพิงสะโพกกับขอบโต๊ะทำงานตัวยาว ดวงตาคมกริบดั่งเหยี่ยวทอดมองผู้หญิงตรงหน้าด้วยแววตานิ่งสนิท ทว่าลึกซึ้งและยากจะคาดเดา เขาปัดเศษฝุ่นที่ไม่มีอยู่จริงบนแขนเสื้ออย่างไม่ยี่หสอ ราวกับสิ่งที่เพิ่งทำลงไปเป็นเพียงเรื่องเล็กน้อยเสียเต็มประดา "ลักพาตัว? พูดจาให้มันระวังหน่อยคุณพิมมาดา..." น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นด้วยความราบเรียบ แต่มันกลับเต็มไปด้วยแรงกดดันที่ทำให้อุณหภูมิรอบตัวลดฮวบลงอย่างรวดเร็ว "ในเมื่อทะเบียนสมรสยังไม่ทันแห้งดี และคุณก็คือภรรยาตามกฎหมายของผม... การที่ผมจะพาภรรยาตัวเองกลับมานอนใต้ชายคาเดียวกัน มันผิดกฎหมายข้อไหนไม่ทราบ?" "ภรรยา?" พิมมาดาย้อนถามเสียงสูง เผลอก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าวเมื่อร่างสูงขยับเข้าประชิด "เราตกลงกันแล้วนะคะว่านี่มันเป็นแค่ 'ธุรกิจ' เป็นแค่สัญญาแต่งงานบังหน้าเพื่อผลประโยชน์ทางธุรกิจเท่านั้น ฉันไม่ได้มีหน้าที่ต้องมาปรนนิบัติหรือใช้ชีวิตร่วมห้องกับคุณ!" "ธุรกิจเหรอ?" กวินท์ทวนคำ เสียงหัวเราะในลำคอของเขาน่าหมั่นไส้เสียจนพิมมาดาอยากจะคว้าแจกันดอกไม้แถวนั้นมาฟาดหน้าเขาให้สาสม "ถ้าคุณคิดว่ามันเป็นแค่ธุรกิจ ทำไมตอนเซ็นสัญญาคุณถึงไม่ใช้สมองคิดให้ดีล่ะว่า บนเตียงและในชีวิตประจำวันของมาเฟีย ไม่มีคำว่า 'พาร์ทเนอร์ชิป' ครึ่งๆ กลางๆ หรอกนะพิม" เขายืดตัวขึ้นเต็มความสูง ก้าวเท้าเข้ามาใกล้ทีละก้าวอย่างเชื่องช้า แต่มันกลับบีบคั้นพื้นที่หายใจของเธอจนแทบหมดสิ้น กลิ่นอายบุรุษผสมผสานกับน้ำหอมราคาแพงลอยเข้าแตะจมูก ยิ่งทำให้หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวอย่างไม่เป็นจังหวะ ไม่ใช่เพราะความกลัว... แต่มันคือความหงุดหงิดที่ผู้ชายคนนี้เอาแต่ใจตัวเองเป็นที่สุด "ถอยไปเลยนะ!" เธอยกมือขึ้นดันแผงอกกว้างที่ขวางทางไว้ แต่เขากลับนิ่งเฉยราวกับแผ่นผากผา "ถ้าคุณไม่มีเหตุผล ฉันก็จะกลับบ้าน คืนนี้ฉันมีแบบสเกตช์ชุดคอลเลกชันใหม่ที่ต้องส่งให้ลูกค้าพรีวิวพรุ่งนี้เช้า ขืนอยู่กับคุณมีหวังงานพังหมดพอดี" "ไม่มีทาง" กวินท์สวนกลับทันควัน น้ำเสียงเด็ดขาดไร้ซึ่งความปรานี มือหนาเอื้อมไปคว้าปลายคางมนของเธอไว้เบื้องหน้า บังคับให้ใบหน้าหวานแหงนขึ้นสบตา เขาก้มลงมองเธอด้วยแววตาที่สั่นไหววับชั่วพริบตา ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความแข็งกร้าวตามเดิม "และเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาความเข้าใจผิดระหว่างเรา... ผมคิดว่าเราควรทำความเข้าใจ 'กฎเหล็ก' ในการอยู่ร่วมกันภายใต้หลังคาเดียวกันเสียก่อน" พิมมาดากัดริมฝีปากล่างอย่างขัดใจ ดวงตาคู่สวยลุกโชนไปด้วยไฟโทสะ แต่เธอก็ยอมหยุดนิ่งเพื่อฟังว่าพ่อมาเฟียจอมเผด็จการคนนี้จะมีข้ออ้างอะไรมาบังคับเธออีก "เชิญค่ะ! เชิญสาธยายกฎปัญญาอ่อนของคุณมาให้หมดเลย!" กวินท์มุมปากกระตุกขึ้นเล็กน้อยคล้ายกำลังพอใจที่เห็นเธอฮึดฮัดเหมือนลูกแมวขู่ฟ่อ เขาลดมือลงจากคางมน ยืนกอดอกมองเธอด้วยท่าทีเย่อหยิ่งตามเคย ก่อนจะเริ่มเอ่ยกฎข้อแรกด้วยน้ำเสียงจริงจัง "ข้อที่หนึ่ง... ห้ามออกไปไหนยามวิกาลโดยไม่ได้รับอนุญาตจากผม ไม่ว่าจะเป็นเรื่องงานปาร์ตี้ สังสรรค์ หรืออะไรก็ตาม ถ้าผมไม่อนุญาต... คุณก็ไม่มีสิทธิ์ก้าวเท้าออกจากเพนต์เฮาส์นี้แม้แต่ก้าวเดียว" พิมมาดาสวนกลับทันทีโดยไม่ต้องคิด "นี่มันกักขังหน่วงเหนี่ยวชัดๆ! ฉันเป็นดีไซเนอร์นะคะ ไม่ใช่นักโทษเด็ดขาดชายที่จะมาสั่งห้ามโน่นห้ามing!" "ฟังให้จบก่อนคุณพิมมาดา" กวินท์เสียงเข้มขึ้น ปรายตาคมกริบมองเธออย่างคาดโทษ "ข้อที่สอง... พื้นที่ส่วนตัวคือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ห้องนอนใหญ่ฝั่งตะวันออกคือเขตหวงห้าม ห้ามคุณเข้ามาวุ่นวาย จัดระเบียบ หรือแตะต้องข้าวของส่วนตัวของผมเด็ดขาด... เว้นแต่ผมจะเรียกใช้" พิมมาดากลอกตาขึ้นฟ้าทันทีด้วยความเหลืออด เธอยกมือขึ้นกอดอกเลียนแบบเขาบ้างแล้วยิ้มเยาะใส่ "โอ้โห! ฟังดูมีเกียรติมากเลยนะคะท่านประธาน นึกว่าฉันอยากจะเข้าไปเหยียบห้องนอนของคุณนักนี่นา แค่คิดว่าต้องหายใจร่วมอากาศกับคุณฉันก็สะอิดสะเอียนจะแย่อยู่แล้ว!" คำพูดประชดประชันนั้นทำให้กวินท์คิ้วกระตุก ขากรรไกรแกร่งขบเข้าหากันจนขึ้นสันนูน ความอดทนที่พยายามเก็บรักษาไว้เริ่มสั่นคลอนเมื่อเจอฝีปากกล้าๆ ของภรรยาหมาดๆ คนนี้ "และข้อสุดท้าย..." กวินท์ก้าวเข้ามาประชิดตัวเธออีกครั้ง คราวนี้ใกล้เสียจนพิมมาดาต้องแนบแผ่นหลังติดกับผนังห้องโดยปริยาย ดวงตาทรงเสน่ห์ก้มลงมองริมฝีปากอิ่มที่เอาแต่เถียงเขาไม่หยุด "ห้ามต่อปากต่อคำ ห้ามขัดคำสั่ง และห้ามทำตัวเป็นภรรยาจอมดื้อรั้น... เพราะถ้าคุณทำผิดกฎข้อนี้แม้แต่ครั้งเดียว..." เขาก้มหน้าลงกระซิบชิดใบหูเรียวเล็ก น้ำเสียงทุ้มพร่าแหบสั่นสะท้อนความอันตรายบางอย่างที่ทำเอาขนลุกซู่ไปทั้งตัว "...ผมจะลงโทษคุณด้วยวิธีที่ทำให้คุณไม่มีแรงแม้แต่จะลุกขึ้นมาเถียงผมไปตลอดทั้งสัปดาห์" พิมมาดาหน้าแดงซ่านด้วยความโกรธปนความเขินอายที่ถูกคุกคามระยะประชิด เธอเงยหน้าขึ้นเตรียมจะพ่นคำด่าชุดใหญ่ใส่หน้าเขาให้สำนึก แต่จังหวะนั้นเอง... *ติ๊งด่อง!* เสียงสัญญาณกริ่งหน้าห้องพักหรูดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงัน กวินท์ชะงักเล็กน้อย ดวงตาคมกริบละจากใบหน้าหวานหันไปมองทางประตูด้วยความแปลกใจ ขณะที่พิมมาดาฉวยโอกาสนี้ผลักอกแกร่งออกเต็มแรงเพื่อถอยรักษาระยะห่าง ร่างสูงเดินไปที่หน้าจออินเตอร์คอมเพื่อเช็คภาพจากกล้องวงจรปิด ทว่าเมื่อใบหน้าของผู้ที่มาเยือนปรากฏขึ้นบนจอ กวินท์ก็ขมวดคิ้วมุ่นด้วยความหงุดหงิดระคนระอาใจทันที พิมมาดายืนจัดเสื้อผ้าให้เข้าที่ เหล่ตามองท่าทีของสามีในนามด้วยความสงสัย ใครกันที่กล้ามาหาเขาถึงเพนต์เฮาส์ในยามวิกาลแบบนี้ กวินท์กดปุ่มเปิดประตูอัตโนมัติด้วยใบหน้าบึ้งตึง ก่อนที่บานประตูห้องจะเปิดออกพร้อมกับการปรากฏตัวของร่างโปร่งของหญิงสาวหน้าตาสะสวยในชุดเดรสแบรนด์เนมราคาแพง พร้อมด้วยรอยยิ้มเจิดจ้าที่ส่งตรงมาให้เจ้าของห้อง "พี่ยักษ์คะ! มีนคิดถึงจังเลย... ทำไมติดต่อไม่ได้ ตั้งใจมาเซอร์ไพรส์ซะหน่อย..." เสียงหวานใสเอ่ยขึ้นพร้อมกับที่หญิงสาวก้าวเข้ามาในห้องอย่างคุ้นเคย ทว่าเธอกลับต้องชะงักฝีเท้ากึก เมื่อสายตาดันเหลือบไปเห็นผู้หญิงอีกคนที่ยืนอยู่เคียงข้างกวินท์ในชุดดีไซน์เรียบหรู มีน... ลูกพี่ลูกน้องจอมจุ้นที่เพิ่งบินกลับมาจากต่างประเทศ เบิกตากว้างด้วยความตกใจ ปรายตามองพิมมาดาสลับกับกวินท์ด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่ฉายแววหาเรื่องสนุกทันที "อุ๊ย... ตายแล้ว!" มีนยกมือปิดปาก อุทานเสียงดังลั่นห้อง "มีนมาขัดจังหวะอะไรสำคัญของพี่หรือเปล่าคะเนี่ย... แล้วนี่ผู้หญิงคนนี้เป็นใครกัน ทำไมถึงมาอยู่ในห้องนอนของพี่ยักษ์ได้ล่ะคะ?" บรรยากาศในห้องเพนต์เฮาส์พลันเย็นเยียบลงในพริบตา กวินท์ลอบถอนหายใจเฮือกใหญ่ด้วยความปวดหัว ขณะที่พิมมาดากลับหรี่ตามองแขกผู้มาใหม่ด้วยรอยยิ้มมุมปาก... งานนี้ดูท่าทางความสงบสุขในกฎเหล็กสามข้อของเธอ คงจะต้องพังไม่เป็นท่าตั้งแต่คืนแรกเสียแล้วล่ะค่ะ -------------------------------------------------- ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาสัมผัสความฟินและร่วมลุ้นไปกับความสัมพันธ์สายซึนของคีย์กับพิมนะคะ!
สารจากนักเขียน (ไวโอเล็ตการ์เด้น)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธนาการรักกับดักหัวใจมาเฟียร้าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%