พันธนาการรักกับดักหัวใจมาเฟียร้าย•ตอนที่ 24

ตามตื๊อฉบับมาเฟีย

ผลงานโดย ไวโอเล็ตการ์เด้น
กลิ่นอายความเย็นจากเครื่องปรับอากาศในห้องทำงานส่วนตัวไม่ได้ช่วยลดทอนอุณหภูมิความคุกกรุ่นที่หลงเหลือจากเหตุการณ์เมื่อครู่ลงได้เลย พิมมาดายังคงยืนกอดอกนิ่งอยู่หน้าโต๊ะกระจกใส ดวงตากลมโตจ้องมองเงาสะท้อนของตัวเองที่มีร่องรอยความเหนื่อยล้าฉาบอยู่จางๆ แต่สิ่งที่เด่นชัดยิ่งกว่าคือความสับสนระคนหงุดหงิดในอก สัมผัสจากฝ่ามือหนาที่กุมมือเธอไว้แน่นท่ามกลางดงกระสุนและสถานการณ์ตึงเครียดเมื่อคืน... มันยังอุ่นวาบอยู่ที่ข้อมือราวกับตีตราจอง ทั้งที่ปากของเจ้าตัวเอาแต่พ่นคำพูดเย็นชาใส่ไม่หยุดหย่อน *“คนที่บอกว่าไม่เคยคิดจะรัก กำลังกุมมือเธอแน่นราวกับว่าเธอกลายเป็นสิ่งเดียวที่เขายอมให้พังทลายไม่ได้ในโลกใบนี้”* พิมมาดาสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อสลัดความคิดไร้สาระออกไป เธอเป็นดีไซเนอร์มืออาชีพ ชีวิตไม่ได้มีไว้หมุนตามอารมณ์ประหลาดของมาเฟียปากแข็งอย่างกวินท์เสียหน่อย แต่ดูเหมือนเจ้าตัวปัญหาจะไม่อมพะงาบปล่อยให้เธอนั่งสงบสติอารมณ์ได้นานนัก ก๊อกๆ! เสียงเคาะประตูดังขึ้นสองครั้งก่อนที่ร่างสูงสง่าในชุดสูทเข้ารูปจะก้าวเข้ามาโดยไม่รอให้เจ้าของห้องอนุญาต กวินท์ปรายตามองเอกสารบนโต๊ะด้วยใบหน้าเรียบเฉย แววตาคมกริบซ่อนความรู้สึกไว้อย่างมิดชิดตามวิสัยของนักบริหารและเจ้าพ่อผู้ทรงอิทธิพล แต่จังหวะการก้าวเดินที่ช้ากว่าปกติเล็กน้อยนั้น... ฟ้องชัดว่าเขาไม่ได้ตั้งใจจะเดินเข้ามาเพื่อคุยเรื่องงานธรรมดา "งานออกแบบคอลเลกชันใหม่ยังไม่เสร็จเหรอ ถึงได้นั่งเหม่ออยู่แบบนี้" น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้น เรียบเรื่อยและติดจะกวนประสาทนิดๆ ตามสไตล์ พิมมาดาหันขวับ ดวงตาคู่สวยตวัดมองค้อนวงพักตร์คมคายที่เชิดขึ้นเล็กน้อยอย่างถือดี "มันเป็นเรื่องของฉันค่ะคุณกวินท์ หรือว่าตำแหน่งสามีในนามแถมพ่วงด้วยสิทธิ์ผู้ปกครองของคุณ มันครอบคลุมไปถึงการตรวจงานดีไซน์ส่วนตัวของฉันด้วยคะ?" กวินท์ชะงักไปนิด มุมปากหยักลึกกระตุกขึ้นเสี้ยวหนึ่งอย่างไม่ยอมแพ้ ร่างสูงก้าวเข้ามาประชิดโต๊ะทำงานของเธอมากขึ้น จนพิมมาดารู้สึกได้ถึงกลิ่นอายน้ำหอมผู้ชายเจือจางกับความกดดันที่แผ่ออกมาจากตัวเขา "เปล่า... แค่ผ่านมาแถวนี้ แล้วเห็นว่าคุณทำหน้าเหมือนคนท้องผูกมาสามวัน" เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงหน้าตาย ตาคมมองสำรวจเธอตั้งแต่หัวจรดเท้า "ถ้าเครียดมากนัก จะให้กรณ์ไปหาซื้อยาคูลท์มาให้สักโหลไหม เผื่อลำไส้จะได้ทำงานดีขึ้น สมองจะได้ปลอดโปร่งกว่านี้" ให้ตายสิ! นี่มันวิธีง้องอนประสาอะไรของอีตามาเฟียปากเสียคนนี้กัน! พิมมาดาแทบจะหยิบแฟ้มงานฟาดหน้าคนตัวโตสักที สองมือบางกำแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ เธอสูดลมหายใจเฮือกใหญ่เพื่อระงับอารมณ์เดือดพล่านที่พุ่งทะยานขึ้นมาถึงขั้วหัวใจ "ขอบคุณมากนะคะสำหรับความหวังดีอันประเสริฐ แต่ฉันไม่ได้ท้องผูก! และที่สำคัญ... ฉันไม่ได้เครียดเรื่องงาน ฉันเครียดเรื่องที่มีคนบางคนแถวนี้ชอบทำตัวน่ารำคาญมากกว่าค่ะ!" เธอสวนกลับทันควัน นัยน์ตาวาววับด้วยความท้าทาย กวินท์เลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่งอย่างเหนือกว่า รอยยิ้มร้ายกาจผุดขึ้นที่มุมปากหนา ทว่าแววตากลับไหววูบไปชั่วขณะเมื่อสบเข้ากับดวงตาคู่สวยที่ฉายชัดถึงความดื้อรั้น เขาไม่ได้ถอยหนี กลับทิ้งตัวลงนั่งบนขอบโต๊ะทำงานของเธออย่างไร้มารยาท ทำเอาพิมมาดาต้องเอนตัวหนีโดยอัตโนมัติ "น่ารำคาญเหรอ?" เขาทวนคำ น้ำเสียงลดระดับลงจนทุ้มนุ่มและชิดใกล้ขึ้น "แต่เมื่อคืนฉันจำได้นะว่า... มีใครบางคนแถวนี้เกาะแขนฉันแน่นยิ่งกว่าปลิง แถมยังทำหน้าตาตื่นกลัวจนน่าเอ็นดูซะไม่มี" "นั่นมันสถานการณ์ฉุกเฉินต่างหากล่ะคะ! ใครจะไปอยากแตะต้องคุณถ้าไม่ใช่เพราะความจำเป็น!" พิมมาดาเถียงเสียงแข็ง ใบงดงามเริ่มขึ้นสีแดงเรื่อด้วยความเคืองโกรธปนเขินอายที่ถูกจี้จุด "จำเป็นเหรอ..." กวินท์ทวนคำอีกครั้ง ดวงตาคมกริบพินิจพิเคราะห์ใบหน้าหวานที่พยายามเชิดขึ้นอวดดี เขาโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้จนลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่ข้างแก้มเนียน "งั้นไอ้ที่กุมมือกันไม่ยอมปล่อยเมื่อคืน... ก็คงเป็นเพราะความจำเป็นด้วยสินะ พิมมาดา" หัวใจของหญิงสาวกระตุกวูบ สัมผัสอุ่นร้อนเมื่อคืนย้อนกลับมาเด่นชัดในความรู้สึกจนเธอเผลอกลั้นหายใจ กวินท์ในโหมดนี้... โหมดที่ต้อนเธอจนมุมด้วยสายตาและความใกล้ชิด เป็นอาวุธร้ายกาจที่เธอไม่อาจหาเกราะป้องกันได้เลย "คุณมัน... คนฉวยโอกาส" เธอกัดริมฝีปากล่างเบาๆ หลบสายตาคมกริบที่มองทะลุปรุโปร่งไปถึงก้นบึ้งหัวใจ กวินท์หัวเราะในลำคอเบาๆ เสียงทุ้มนุ่มนั้นสั่นพร่าเล็กน้อยอย่างมีเสน่ห์ มือหนายื่นออกไปราวกับจะแตะกลุ่มผมสลวย แต่แล้วก็ชะงักค้างกลางอากาศราวกับยั้งใจไว้ทัน เขาดึงมือกลับแล้วจัดปกเสื้อสูทของตัวเองให้เข้าที่ด้วยท่าทีขรึมขริมดังเดิม "ฉันไม่ใช่คนฉวยโอกาส... แต่เป็นคนทวงสิทธิ์ต่างหาก" เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ปรับน้ำเสียงให้กลับมาเป็นมาเฟียผู้เยือกเย็นอีกครั้ง "ตั้งใจทำงานซะล่ะ เย็นนี้มีงานเลี้ยงต้อนรับนักลงทุนใหญ่ ห้ามปฏิเสธเด็ดขาด เพราะชุดที่คุณต้องใส่... ฉันเป็นคนเลือกให้เอง" พูดจบ เจ้าตัวก็หมุนตัวเดินสาวเท้าก้าวออกไปจากห้องทำงานทันที ทิ้งให้พิมมาดานั่งกัดฟันกรอดด้วยความหมั่นไส้ระคนหัวใจที่เต้นรำไม่เป็นจังหวะอยู่เบื้องหลัง บรรยากาศในห้องทำงานกลับมาเงียบสงบอีกครั้ง ทว่าคลื่นความรู้สึกในอกของหญิงสาวกลับปั่นป่วนเกินกว่าจะควบคุม เธอสะบัดหน้าไล่ความฟุ้งซ่านแล้วกลับมาสนใจหน้าจอคอมพิวเตอร์ตรงหน้า พยายามบอกตัวเองว่าผู้ชายปากร้ายอย่างกวินท์ไม่มีทางทำให้ใจเธอสั่นไหวได้เด็ดขาด... เวลาล่วงเลยจนถึงช่วงบ่ายแก่ๆ เสียงเคาะประตูดังขึ้นอีกครั้ง พร้อมกับการปรากฏตัวของมีน ลูกพี่ลูกน้องจอมจุ้นที่เดินยิ้มร่าเข้ามาพร้อมถุงขนมเต็มมือ "พิมมม! นั่งหน้าดำคร่ำเครียดอะไรอยู่เนี่ย" มีนทักเสียงใส พลางวางถุงขนมลงบนโต๊ะ "เมื่อกี้ฉันเดินสวนกับคุณคีย์หน้าตาบูดบึ้ง... เอ้ย หน้าตาเคร่งขรึมที่ลิฟต์มา เขาฝากนี่มาให้เธอด้วยนะ เห็นบอกว่าเป็นกาแฟแก้ปวดหัว" พิมมาดาขมวดคิ้วมุ่น รับแก้วกาแฟเย็นจากมือลูกพี่ลูกน้องมาพิจารณา บนแก้วมีกระดาษโน้ตแปะไว้ด้วยลายมือหวัดๆ แต่ทรงพลัง *[ดื่มซะ จะได้เลิกเถียงฉันสักที - ก.]* หญิงสาวเม้มปากแน่น พยายามกลั้นยิ้มที่กำลังจะระเบิดออกมาจากมุมปาก แต่วินาทีนั้นเอง เสียงโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะก็แผדเสียงกรีดร้องขัดจังหวะขึ้น พิมมาดากดรับสายด้วยความสงสัย ทว่าเสียงที่ลอดผ่านลำโพงกลับไม่ใช่เสียงของเลขาหน้าห้อง หรือแม้แต่เสียงกวินท์... *"คุณพิมมาดาใช่ไหมครับ... ตอนนี้สามีของคุณเกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ!"* หัวใจของพิมมาดาดิ่งวูบลงไปถึงตาตุ่ม รอยยิ้มเมื่อครู่อันตรธานหายไปในพริบตา เมื่อปลายสายเอ่ยประโยคถัดมาที่ทำให้โลกทั้งใบแทบพังทลาย *"รถของท่านประธานกวินท์ประสบอุบัติเหตุถูกลอบยิงบนทางด่วน... ตอนนี้ขาดการติดต่อและสถานการณ์วิกฤตมากครับ!"* --- **[ไวโอเล็ตการ์เด้น]:** ใจหายวาบเลยใช่ไหมคะ รี้ดเดอร์ขา มาลุ้นกันค่ะว่าพ่อมาเฟียปากแข็งของเราจะรอดพ้นเงื้อมมือมัจจุราชครั้งนี้ไปได้ยังไง แล้วใครคือคนที่อยู่เบื้องหลังแผนการชั่วร้ายนี้กันแน่ กดติดตามตอนต่อไปด่วนๆ เลยนะคะ!
สารจากนักเขียน (ไวโอเล็ตการ์เด้น)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธนาการรักกับดักหัวใจมาเฟียร้าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%