“คุณจะยิ้มแบบนั้นทำไมคะรุ้ง? มันไม่ได้ทำให้ข้อเท็จจริงเปลี่ยนไปหรอกนะ”
เสียงเรียบเฉยของพิมมาดาดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันที่กดทับห้องโถงกว้าง ร่างบางยืนตระหง่านไม่ไหวติง แม้ในใจจะสั่นไหวกับสายตาคมกริบของกวินท์ที่จับจ้องมาไม่วางตา รอยยิ้มเย้ยหยันของรุ้งที่เผยออกมานั้นเหมือนน้ำมันที่ราดลงบนกองเพลิงแห่งความไม่พอใจของมาเฟียหนุ่ม
กวินท์ขบกรามแน่นจนขึ้นสันนูน ความรู้สึกแปลกประหลาดที่เขากำลังเผชิญอยู่มันไม่ใช่ความโกรธปกติ แต่มันคือ ‘ความรุ่มร้อน’ ที่เขาสั่งให้หยุดไม่ได้ ยิ่งเห็นพิมมาดาเมินเฉยต่อสายตาของเขา แล้วหันไปจัดการกับรุ้งด้วยท่าทีเย็นชาจนน่าหมั่นไส้ เขาก็ยิ่งรู้สึกเหมือนคนกำลังจะขาดอากาศหายใจ
“พิม... มาคุยกันให้รู้เรื่อง” เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจสั่งการ พร้อมกับก้าวเท้าเข้ามาประชิดร่างบางในระยะที่ลมหายใจอุ่นๆ รดรินใบหน้า
“คุยเรื่องอะไรคะ?” พิมมาดาเอี้ยวตัวหลบอย่างแนบเนียน เธอไม่ได้ถอยหนี แต่เป็นการขยับเพื่อเว้นระยะห่างอย่างจงใจ “ถ้าเรื่องธุรกิจ ฉันจัดการเรียบร้อยแล้ว ถ้าเรื่องส่วนตัว... ฉันว่าตอนนี้เราไม่มีเรื่องอะไรต้องคุยกันนะคะ”
คำว่า ‘ไม่มีเรื่องต้องคุย’ เหมือนมีดเล่มคมที่กรีดลงบนอีโก้ของมาเฟียหนุ่ม กวินท์คว้าข้อมือเล็กไว้ทันควัน ความร้อนจากฝ่ามือเขาทำให้พิมมาดาชะงัก เธอเงยหน้าขึ้นสบตาเขา ดวงตาคู่สวยสะท้อนภาพชายหนุ่มที่ดูหงุดหงิดจนแทบคลุ้มคลั่ง
“อย่ามาทำเป็นเก่งนักเลยพิมมาดา” กวินท์กระซิบเสียงรอดไรฟัน “เธอกำลังเล่นเกมอะไรอยู่? ทำตัวห่างเหิน คิดว่าฉันจะสนใจงั้นเหรอ?”
“ฉันไม่ได้เล่นเกม และฉันก็ไม่ได้สนว่าคุณจะรู้สึกยังไงด้วยค่ะ” พิมมาดาสะบัดมือออกอย่างรวดเร็ว “คุณทำตัวของคุณให้ดีเถอะ คุณคีย์... คนอย่างคุณเหมาะกับการอยู่กับความเย็นชามากกว่ามาวุ่นวายกับชีวิตของฉันนะคะ”
บรรยากาศรอบข้างเริ่มเย็นเยียบ รุ้งที่ยืนมองเหตุการณ์อยู่ไม่ไกลแสร้งยกมือขึ้นปิดปากหัวเราะเบาๆ ก่อนจะเอ่ยแทรกขึ้นมา
“ดูเหมือนคุณคีย์จะหงุดหงิดนะคะ หรือว่าของเล่นชิ้นโปรดเริ่มไม่อยู่ในโอวาทแล้ว?”
กวินท์หันไปตวัดสายตามองรุ้งด้วยแววตาดุจเพชฌฆาต “หุบปากซะรุ้ง ถ้าไม่อยากให้ห้องนี้กลายเป็นสุสานของความมั่นใจตัวเอง”
เขาหันกลับมาที่พิมมาดาอีกครั้ง แววตาของเขาเปลี่ยนจากความเกรี้ยวกราดเป็นความสับสนที่พยายามซ่อนไว้ พิมมาดาไม่ได้สะทกสะท้านกับรังสีอำมหิตนั้นเลยแม้แต่น้อย เธอเพียงแค่หันหลังกลับ เตรียมตัวเดินออกจากห้องโถงเพื่อกลับไปที่ห้องทำงานของเธอ
“พิม! ฉันบอกให้หยุด!”
กวินท์ก้าวยาวๆ ไปดักหน้าเธอไว้ เขาใช้วงแขนแกร่งกักตัวเธอไว้กับผนังห้อง พิมมาดาผงะเล็กน้อยก่อนจะเชิดหน้าขึ้นสู้ สายตาของเธอนิ่งสนิทจนเขารู้สึกหวั่นใจ... ความนิ่งเฉยที่น่ากลัวกว่าการตะโกนด่าทอ
“คุณต้องการอะไรอีกคะ?” เธอถามเสียงเรียบ
“ฉัน...” กวินท์อึกอัก หัวใจที่เต้นรัวในอกเริ่มทำให้เขาหงุดหงิดตัวเอง “ฉันแค่อยากรู้ว่าทำไมเธอต้องทำตัวห่างเหิน หรือเพราะไอ้หมอนั่นที่มาหาเธอเมื่อวาน? เธอถึงได้ลืมไปว่าใครคือเจ้าของสัญญาแต่งงานนี้”
พิมมาดาแค่นหัวเราะในลำคอ “เจ้าของสัญญา... อ๋อ ใช่ค่ะ คุณคือเจ้าของสัญญา แต่คุณไม่ใช่เจ้าของหัวใจฉันนะคะคุณคีย์ และคนอย่างคุณ... ไม่เคยคิดที่จะเป็นด้วยซ้ำ”
คำพูดนั้นจี้จุดตายของเขาอย่างจัง กวินท์รู้สึกเหมือนถูกตบหน้าฉาดใหญ่ เขาไม่ได้โกรธที่เธอต่อปากต่อคำ แต่เขาโกรธตัวเองที่ไม่สามารถปฏิเสธความจริงที่ว่า ‘เขาต้องการให้เธออยู่ใกล้ๆ’ มากกว่าแค่ในฐานะเมียในนาม
เขาก้มหน้าลงต่ำจนปลายจมูกแทบจะชนกัน กลิ่นหอมอ่อนๆ จากตัวเธอทำให้สติสัมปชัญญะของเขาพร่าเลือน “ปากเก่งนักใช่ไหม? ถ้าอย่างนั้นก็ลองดูว่าคนปากแข็งแบบฉัน จะจัดการกับคนอวดดีอย่างเธอได้ยังไง”
กวินท์โน้มใบหน้าลงไปหมายจะปิดปากที่แสนอวดดีนั้นด้วยริมฝีปากของตัวเอง แต่ในจังหวะที่หัวใจของทั้งสองเต้นรัวประสานกันเป็นจังหวะเดียว ประตูห้องโถงก็ถูกเปิดออกอย่างแรง พร้อมกับเสียงที่คุ้นหูของกรณ์ที่ตะโกนเข้ามาอย่างตื่นตระหนก
“คุณคีย์ครับ! เกิดเรื่องแล้วครับ... ทางฝั่งคู่แข่งกำลังปล่อยข่าวเรื่องสัญญาแต่งงานของเราออกสู่สาธารณะแล้วครับ!”
ทั้งสองผละออกจากกันอย่างรวดเร็ว กวินท์สบถออกมาอย่างหัวเสีย สายตาของเขาเปลี่ยนเป็นมาดเข้มทันที ความหงุดหงิดที่เคยมีต่อพิมมาดาถูกแทนที่ด้วยความเย็นชาดุจน้ำแข็งที่พร้อมจะบดขยี้ศัตรู
พิมมาดาขยับตัวถอยห่าง เธอเห็นความตึงเครียดในดวงตาของเขา แต่ในขณะที่เขากำลังจะหันไปฟังรายงานจากกรณ์ มือหนาของเขากลับคว้ามือเธอไว้แน่น สัมผัสที่แน่นหนานั้นสื่อความหมายบางอย่างที่พิมมาดาเองก็อ่านไม่ออก
“อยู่ใกล้ๆ ฉัน” กวินท์สั่งเสียงเข้ม “อย่าไปไหนเด็ดขาด... เพราะถ้าเธอเป็นอะไรไป ต่อให้เป็นงานของฉัน ฉันก็ไม่รับประกันว่าฉันจะทำอะไรกับคนที่บังอาจมาแตะต้องเธอ!”
เขาไม่ได้มองหน้าเธอ แต่กุมมือเธอไว้อย่างแน่นหนาจนเจ็บ กวินท์หันไปหากรณ์ด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยเพลิงแค้น ทว่ามือที่กุมมือพิมมาดากลับไม่ยอมปล่อยแม้แต่นิดเดียว พิมมาดามองแผ่นหลังกว้างของคนที่ขึ้นชื่อว่าเป็นสามีด้วยความสับสน... คนที่บอกว่าไม่เคยคิดจะรัก กำลังกุมมือเธอแน่นราวกับว่าเธอกลายเป็นสิ่งเดียวที่เขายอมให้พังทลายไม่ได้ในโลกใบนี้
ขอบคุณทุกการติดตามและกำลังใจจากรี้ดเดอร์ที่น่ารักทุกคนนะคะ ไว้เจอกันใหม่ตอนหน้าค่ะ!
พันธนาการรักกับดักหัวใจมาเฟียร้าย•ตอนที่ 23
คนปากแข็งเริ่มร้อนรน
ผลงานโดย ไวโอเล็ตการ์เด้น
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไวโอเล็ตการ์เด้น)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธนาการรักกับดักหัวใจมาเฟียร้าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!