กระดาษแผ่นเล็กบนโต๊ะทำงานตัวนั้นยังคงนอนนิ่งอยู่ท่ามกลางความเงียบงันที่น่าอึดอัด ข้อความที่ปรากฏอยู่บนนั้นทำเอากวินท์และพิมถึงกับหน้าถอดสีในพริบตาเดียว บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกดูดออกไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงเสียงลมหายใจที่สะดุดกึกของคนทั้งคู่ที่ยืนประจันหน้ากันในห้องทำงานส่วนตัว
"คุณหมายความว่ายังไง... คีย์"
พิมเป็นฝ่ายทำลายความเงียบขึ้นมาก่อน น้ำเสียงของเธอยังคงพยายามรักษาความแข็งกร้าวเอาไว้ ทว่าปลายนิ้วที่กำลังกำกระดาษแผ่นนั้นจนยับยู่ยี่กลับสั่นเทาเล็กน้อยอย่างปิดไม่มิด
กวินท์ขบกรามแน่นจนสันนัดนูนเด่น ดวงตาคมกริบดูลึกล้ำและเต็มไปด้วยความอึดอัดจนแทบจะระเบิดออกมา เขากวาดสายตามองหญิงสาวตรงหน้า ร่างเพรียวบางที่เขาเผลอเอาแต่ใจใส่มาตลอด ร่างกายที่เคยคิดว่าควบคุมได้ทุกตารางนิ้ว ตอนนี้กลับทำให้หัวใจของเขาเต้นรัวผิดจังหวะจนน่าหงุดหงิด
"ก็หมายความตามที่ตาเห็นนั่นแหละค่ะ... เอ้ย! หมายถึง... ตามที่เขียนนั่นแหละ!" กวินท์เผลอหลุดปากเสียงดังกลบเกลื่อนความประหม่า ใบหน้าหล่อเหลาบึ้งตึงขึ้นทันทีเพื่อซ่อนความรู้สึกที่แท้จริงเอาไว้ภายใต้หน้ากากความเย็นชาที่สร้างขึ้นมา
"หึ! พูดจาไม่รู้เรื่อง..." พิมแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตากลมโตวาวโรจน์ขึ้นด้วยความหมั่นไส้ "ถ้าคิดจะเขียนอะไรไร้สาระแบบนี้ขึ้นมาเล่นๆ ล่ะก็ บอกไว้ก่อนนะคะว่าฉันไม่มีเวลามาเล่นเกมประสาทเสียกับคุณหรอก!"
"ใครเล่นเกม?" กวินท์ก้าวเท้าเข้ามาประชิดตัวเธออย่างรวดเร็ว แรงกดดันจากร่างสูงใหญ่ทำให้พิมต้องถอยหลังไปจนแผ่นหลังชนเข้ากับชั้นหนังสือด้านหลัง "คุณคิดว่าผมว่างมากหรือไง ถึงได้เอาเรื่องพวกนี้มาล้อเล่นกับคุณ พิมมาดา!"
"ถอยไปนะ คีย์! คุณเข้ามาใกล้เกินไปแล้ว!" พิมเอามือยันแผงอกกว้างของเขาเอาไว้ กล้ามเนื้อแน่นตึงใต้เสื้อเชิ้ตราคาแพงส่งไอความร้อนแผ่ซ่านผ่านฝ่ามือของเธอ จนเธอต้องรีบชักมือกลับราวกับถูกไฟลวก
ดวงตาสีเข้มของมาเฟียหนุ่มจ้องมองริมฝีปากอิ่มที่กำลังขยับเถียงเขาฉอดๆ ด้วยความรู้สึกที่ตีรวนอยู่ในอก ทั้งหมั่นไส้ ทั้งอยากจะดึงเข้ามาจูบให้หายปากเก่ง และที่สำคัญ... เขากำลังจะพูดมันออกไปแล้ว ความรู้สึกบ้าๆ ที่คั่งค้างอยู่ในใจมานานจนเกือบจะทนไม่ไหว
"เมื่อกี้... ที่ผมเกือบจะบอกคุณ..." กวินท์เริ่มเสียงอ่อนลง สายตาคมกริบกวาดมองแพขนตางอนและแก้มใสที่ขึ้นสีเรื่อโดยไม่รู้ตัว "คือ... จริงๆ แล้ว..."
"อะไรคะ? จะบอกว่าคุณเกลียดฉันนักหนา หรือจะไล่ฉันออกจากบ้านหลังนี้อีกรอบล่ะ?" พิมรีบสวนกลับทันทีด้วยความระแวง เธอกลัวเหลือเกินว่าถ้าฟังต่อ หัวใจเจ้ากรรมจะเผลอไปหลงเชื่อคำพูดของผู้ชายปากร้ายคนนี้เข้าจริงๆ
"นี่คุณช่วยหยุดพูดแล้วฟังผมสักนาทีจะได้ไหม!" กวินท์ขึ้นเสียงอย่างเหลืออด ความซึนเดะและฟอร์มจัดที่สะสมมานานนับปีทำให้เขาไม่รู้จะเรียบเรียงคำสารภาพอย่างไรให้มันดูเท่และไม่เสียฟอร์ม "ผมไม่ได้จะพูดเรื่องนั้น!"
"แล้วเรื่องอะไรล่ะคะ?!" พิมเชิดหน้าขึ้นสู้ ดวงตาคู่สวยฉายแววท้าทาย "ถ้าไม่ใช่เรื่องพวกนั้น ทำไมคุณต้องหน้าแดงแล้วก็อึกอักขนาดนี้ด้วยล่ะ หรือว่า... คุณกลัวความจริงบางอย่าง?"
"ผมเนี่ยนะกลัว?!" กวินท์สวนกลับทันควัน ความอีโก้สูงลิ่วทำให้เขาไม่มีวันยอมรับคำว่า 'กลัว' เด็ดขาด "คนอย่างกวินท์ไม่มีทางกลัวอะไรทั้งนั้น! โดยเฉพาะเรื่อง... เรื่องที่..."
ชายหนุ่มกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก หัวใจเต้นโครมครามราวกับเสียงกลองศึก เขาดันตัวเข้าไปชิดเธอมากกว่าเดิมจนแทบไม่มีช่องว่าง มือหนายื่นออกไปหมายจะคว้ามือเล็กมาจับไว้เพื่อรวบรวมความกล้าทั้งหมดที่มี
ทว่า...
"อุ๊ย์! ฉันไม่ได้ตั้งใจจะขัดจังหวะสวีทหวานนะคะ พอดีประตูมันไม่ได้ล็อก..."
เสียงแหลมสูงของมีนดังแทรกขึ้นมากลางอากาศ พร้อมกับร่างโปร่งของลูกพี่ลูกน้องจอมจุ้นที่ผลักประตูห้องทำงานเข้ามาหน้าตาเฉย โดยมีกรณ์ยืนกอดอกทำหน้าเอือมระอาอยู่ด้านหลัง
กวินท์สะดุ้งสุดตัว รีบผละออกจากพิมราวกับโดนไฟช็อต ใบหน้าหล่อเหลาบึ้งตึงขึ้นทันทีด้วยความหงุดหงิดที่พุ่งทะยานถึงขีดสุด ส่วนพิมก็รีบจัดเสื้อผ้าให้เข้าที่ ใบ้าร้อนผ่าวด้วยความเขินอายที่เกือบจะถูกคนนอกจับได้ว่ายืนใกล้ชิดกันเกินงาม
"มีน! ใครใช้ให้เธอเข้ามาโดยไม่เคาะประตู!" กวินท์หันไปตวาดแว้ดใส่ลูกพี่ลูกน้องทันทีเพื่อระบายความหงุดหงิดที่ค้างคา
"แหม คีย์ ก็ฉันเคาะแล้วตั้งสามครั้ง แต่พวกคุณมัวแต่... เอ่อ สบตากันปิ๊งๆ จนไม่ได้ยินเองนี่นา" มีนลากเสียงยาวอย่างกวนประสาท ยักคิ้วหลิ่วตาให้พิมที่ยืนหน้าแดงก่ำอยู่ข้างๆ "แล้วนี่... บรรยากาศมาคุแปลกๆ นะคะเนี่ย กำลังสารภาพรักอะไรกันอยู่หรือเปล่าเอ่ย?"
"สารภาพบ้าอะไร! ออกไปจากห้องฉันเดี๋ยวนี้เลยนะ!" กวินท์ชี้มือไล่เสียงเข้ม ใบหน้าคมคายแดงก่ำด้วยความโกรธปนความอายที่เกือบจะเสียฟอร์ม
"โอ๊ะๆ อย่าเพิ่งไล่กันสิคะท่านประธาน พอดีฉันมีเรื่องด่วนกว่านั้นต้องรายงาน..." มีนหุบยิ้มทันที สีหน้าเปลี่ยนเป็นจริงจังขึ้นมาจนน่าตกใจ หันไปสบตากับกรณ์ที่พยักหน้ารับช้าๆ "เรื่องที่พวกคุณต้องรู้ตอนนี้เลย ไม่อย่างนั้น... แผนการทั้งหมดที่เราเตรียมไว้ อาจจะพังไม่เป็นท่า"
พิมขมวดคิ้วมุ่นด้วยความสงสัย ลืมความขัดแย้งกับกวินท์ไปชั่วขณะเมื่อเห็นท่าทีเคร่งเครียดของมีนและกรณ์
กวินท์สูดหายใจเข้าลึกๆ เพื่อระงับอารมณ์กรุ่นโกรธ ดวงตาดุร้ายหันกลับมามองลูกน้องคนสนิท "มีเรื่องอะไรอีก?"
กรณ์ก้าวเท้าเข้ามาใกล้โต๊ะทำงาน สีหน้าเคร่งเครียดจนเห็นรอยย่นที่หน้าผาก "สายของเราเพิ่งรายงานเข้ามาครับนาย... ตอนนี้ 'คนคนนั้น' กำลังเดินทางมาที่นี่ และคาดว่าน่าจะมาถึงหน้าคฤหาสน์ภายในสามนาทีนี้ครับ"
สิ้นคำพูดของกรณ์ กวินท์และพิมก็ชะงักค้างไปพร้อมกัน ร่างสูงของมาเฟียหนุ่มหันขวับไปมองหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่เชื่อมต่อกับกล้องวงจรปิดหน้าคฤหาสน์ทันที
ภาพบนหน้าจอเผยให้เห็นรถยนต์หรูสีดำคันคุ้นเคยแล่นผ่านประตูรั้วเข้ามาจอดสนิทอยู่ที่ลานกว้างหน้าบ้าน และก่อนที่ใครจะได้ทันตั้งตัว ประตูรถด้านหลังก็ถูกเปิดออก พร้อมกับร่างของบุคคลที่ไม่คาดฝันก้าวเท้าลงมา...
คนคนนั้นคือคนที่กวินท์ไม่อยากเจอที่สุดในเวลานี้ และเป็นคนที่จะมาพลิกเกมทุกอย่างให้พังทลายลงในพริบตาเดียว!
ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและคอยสนับสนุนนิยายเรื่องนี้ด้วยหัวใจนะคะ ไวโอเล็ตการ์เด้นซาบซึ้งใจมากๆ ค่ะ!
พันธนาการรักกับดักหัวใจมาเฟียร้าย•ตอนที่ 19
คำสารภาพครึ่งๆ กลางๆ
ผลงานโดย ไวโอเล็ตการ์เด้น
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไวโอเล็ตการ์เด้น)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธนาการรักกับดักหัวใจมาเฟียร้าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!