กระบี่หิมะโปรยกับนางเซียนผู้เหมันต์นิรันดร์•ตอนที่ 7

เลือดหลั่งรินในวสันต์

ผลงานโดย กระบี่ไร้ลักษณ์
โลหิตสีชาดกระเซ็นต้องกลีบดอกเหมยร่วงหล่นราวกับห่าฝนสีเลือด ปราณกระบี่สายหนึ่งกรีดฟ้าผ่าพื้นดินจนแยกออกเป็นร่องลึก ท่ามกลางกลิ่นอายคาวเลือดที่คละคลุ้งไปทั่วหุบเขาหมื่นบุปผา เงาร่างของฉินเยี่ยยังคงยืนหยัดตระหง่านราวกับขุนเขาที่ไม่ยอมสยบต่อฟ้าดิน แม้ว่าอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ของเขาจะถูกย้อมด้วยหยาดโลหิตจนกลายเป็นสีแดงฉาน ทว่าแววตาดุดั่งพญาอินทรีย์คู่นั้นหาได้มีความหวาดหวั่นพรั่นพรึงแม้แต่น้อย "ศิษย์รัก... เจ้าคิดจริงๆ หรือว่า อาจารย์ของเจ้าตายไปแล้วเมื่อสิบปีก่อน?" สุ้มเสียงแหบพร่าดั่งมาจากขุมนรกของยอดฝีมือปริศนา ยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาทของฉินเยี่ย ประโยคนั้นบาดลึกเข้าไปในจิตวิญญาณยิ่งกว่าคมกระบี่ใดๆ สิบปีที่ผ่านมา เขาแบกรับความแค้นและการฝึกฝนอย่างบ้าคลั่งก็เพื่อล้างแค้นให้อาจารย์ผู้ล่วงลับ ทว่าเวลานี้ ประโยคเดียวกลับสั่นคลอนรากฐานเต๋าที่เขาเพียรสร้างมาตลอดชีวิต "เหลวไหล!" ฉินเยี่ยคำรามในลำคอ กระบี่ไร้ลักษณ์ในมือสั่นระริก ปราณกระบี่พวยพุ่งทะยานเสียดฟ้าจนหมู่เมฆบนนากระเจิง "อาจารย์ของข้าสิ้นชีพต่อหน้าต่อตาข้าเมื่อสิบปีก่อน เจ้าเป็นตัวประหลาดที่ไหน ไฉนจึงกล้าเอาเรื่องความเป็นความตายของบูรพจารย์มาล้อเล่น!" "ฮ่าๆๆๆ... เด็กน้อยผู้โง่เขลา เจ้าคิดว่าสิ่งที่เจ้าเห็นคือความจริงทั้งหมดงั้นหรือ?" เงาร่างในชุดคลุมสีดำสนิทที่ปกปิดใบหน้าภายใต้หมวกสานปีกกว้าง หัวร่อด้วยความสมเพช แววตาคมกริบที่ลอดผ่านเงาหมวกจ้องมองฉินเยี่ยราวกับจ้องมองมดปลวกตัวหนึ่ง พลังกดดันระดับขอบเขตหลอมรวมวิญญาณขั้นสมบูรณ์แผ่ซ่านกดทับจนบรรยากาศรอบกายบิดเบี้ยว อากาศรอบตัวราวกับกลายเป็นใบมีดนับหมื่นที่พร้อมจะเฉือนร่างของฉินเยี่ยเป็นชิ้นๆ เบื้องหลังของฉินเยี่ยในเวลานี้ มีร่างอันสั่นเทาของศิษย์สำนักจื่อเวยสามคนหลบอยู่ พวกเขาต่างได้รับบาดเจ็บสาหัสจนไร้เรี่ยวแรงจะขยับกาย หากไม่มีแผ่นหลังของฉินเยี่ยคอยต้านทานกระบี่สะท้านฟ้าเมื่อครู่ไว้ ศิษย์ทั้งสามคงกลายเป็นวิญญาณใต้คมดาบไปนานแล้ว "ศิษย์พี่ฉิน... ท่าน... ท่านหนีไปเถอะขอรับ!" ศิษย์น้องคนรองเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ เลือดสดๆ ไหลทะลักออกจากมุมปาก "พวกเราเป็นเพียงตัวถ่วง... หากท่านสู้ต่อ... ท่านจะตาย..." "หุบปาก!" ฉินเยี่ยตวาดเสียงกร้าวโดยไม่หันกลับไปมอง ภายในใจของเขารู้ดีว่าหากเขาถอย ร่างของคนทั้งสามเบื้องหลังจะไร้ซึ่งลมหายใจในพริบตา ในฐานะศิษย์พี่ใหญ่และผู้ฝึกวิถีกระบี่ไร้ลักษณ์ วิญญาณนักสู้ไม่อนุญาตให้เขาทอดทิ้งผู้ใดไว้เบื้องหลัง "ข้าคือฉินเยี่ย ผู้ใดอยากคร่ากุมชีวิตพวกมัน ข้ามศพข้าไปก่อน!" สิ้นเสียงคำราม ฉินเยี่ยก้าวเท้าออกไปหนึ่งก้าว พื้นดินใต้ฝ่าเท้าแตกร้าวเป็นใยแมงมุม พลังปราณทั่วร่างระเบิดออกราวกับภูเขาไฟระเบิด เคล็ดวิชา 'กระบี่ไร้ลักษณ์ ไร้ร่องรอย' ถูกขับเคลื่อนจนถึงขีดสุด แสงกระบี่สีครามเข้มทอประกายเจิดจ้าตัดกับความมืดมิดของราตรี "รนหาที่ตาย!" ยอดฝีมือชุดดำแค่นAเสียงเย็นชา สะบัดแขนเสื้อเพียงครั้งเดียว คลื่นกระบี่สีดำสนิทราวกับพญามารแหวกว่ายผ่านอากาศพุ่งตรงเข้าใส่ฉินเยี่ยด้วยความเร็วราสายฟ้าแลบ ตูม! แรงปะทะอันมหาศาลทำให้ร่างของฉินเยี่ยปลิวถอยหลังไปนับสิบวา เท้าทั้งสองข้างลากเป็นทางยาวบนพื้นดิน กระบี่ในมือเกือบหลุดร่วง โลหิตคำใหญ่ทะลักออกจากปากของเขา ย้อมพื้นหญ้าให้กลายเป็นสีชาดน่ากลัว บาดแผลฉกรรจ์ที่หน้าอกปริแตกออก เผยให้เห็นรอยกระบี่ลึกที่เกือบถึงกระดูก "ศิษย์พี่!" เสียงกรีดร้องด้วยความตื่นตระหนกของศิษย์สำนักจื่อเวยดังประสานกัน ในวินาทีเป็นตายนั้นเอง มิติเบื้องบนพล Rสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง อุณหภูมิรอบบริเวณลดฮวบลงจนหยาดน้ำค้างกลายเป็นเกล็ดน้ำแข็งในพริบตา หิมะสีขาวบริสุทธิ์โปรยปรายลงมาจากท้องฟ้าที่ไร้เมฆหมอก กลิ่นอายความเย็นเยือกที่สามารถแช่แข็งวิญญาณแผ่ซ่านปกคลุมไปทั่วสารทิศ เงาร่างระหงในชุดอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ปักลวดลายดอกเหมย ปรากฏขึ้นกลางอากาศอย่างเงียบเชียบ นางลอยตัวอยู่เหนือพื้นดินราวกับเทพธิดาผู้สูงส่งที่ไม่แปดเปื้อนธุลีโลกีย์ เส้นผมสีดำสนิทปลิวไสวตามแรงลม ใบหน้าเรียบเฉยเยือกเย็นดั่งน้ำแข็งพันปี ทว่าในดวงงตาคู่นั้นกลับประกายแสงสังหารที่เยียบเย็นจนน่าสะพรึงกลัว "บังani... กล้าทำร้ายคนของสำนักจื่อเวย และยังกล้าทำร้าย... สวามีของข้า" สุ้มเสียงหวานใสแต่เย็นยะเยือกดั่งมาจากห้วงน้ำแข็งนิรันดร์ ดังขึ้นสะท้านสะเทือนเลื่อนลั่น เซียนจื่อเวยกวาดสายตามองยอดฝีมือชุดดำด้วยแววตาดุจดั่งมองซากศพ ไ Pรปราณเหมันต์นิรันดร์ระเบิดออกจากร่างนางจนเกิดเป็นพายุหิมะขนาดยักษ์ กลืนกินรัศมีร้อยวารอบตัวในพริบตา ยอดฝีมือชุดดำชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาภายใต้หมวกสานหรี่แคบลงอย่างระแวดระวัง แม้จะเป็นยอดฝีมือระดับเดียวกัน แต่เผชิญหน้ากับเซียนจื่อเวย ผู้ครองหอคอยเหมันต์และวิชาเหมันต์สวรรค์ เขาก็ไม่กล้าประมาทแม้แต่น้อย "เซียนจื่อเวย... เจ้าคิดจะสอดมือเรื่องนี้งั้นรึ?" เสียงแหบพร่าเอ่ยถามอย่างระแวดระวัง เซียนจื่อเวยไม่เอ่ยคำใดตอบโต้ นางเพียงแค่ยกมือเรียสงดงามขึ้นช้าๆ ดาบยาวโปร่งแสงที่หลอมขึ้นจากน้ำแข็งพันปีปรากฏขึ้นบนฝ่ามือ อุณหภูมิรอบกายลดต่ำลงจนถึงขีดสุด น้ำแข็งเริ่มก่อตัวขึ้นตามพื้นดินและไล่ลามขึ้นไปตามร่างของยอดฝีมือชุดดำอย่างรวดเร็ว "ผู้ใดที่บังอาจทำให้เขาหลั่งเลือด..." เซียนจื่อเวยก้าวเท้าเดินกลางอากาศช้าๆ ทุกย่างก้าวที่นางเดินผ่าน พื้นที่รอบด้านถูกแช่แข็งจนกลายเป็นประติมากรรมน้ำแข็ง "วันนี้... มันผู้นั้นต้องใช้ชีวิตชดใช้!" ฉินเยี่ยที่คุกเข่าข้างหนึ่งอยู่กับพื้น ยกมือขึ้นเช็ดเลือดที่มุมปาก ดวงตาคมกริบมองแผ่นหลังอันบอบบางแต่แข็งแกร่งของสตรีผู้เป็นที่รัก ความอบอุ่นสายหนึ่งไหลหลากเข้าสู่หัวใจที่ด้านชา ทว่าในขณะที่เขากำลังจะเอ่ยปากห้ามปราม สายตาของเขาก็เหลือบไปเห็นความผิดปกติบางอย่างที่ชายเสื้อของยอดฝีมือชุดดำ รอยสัญลักษณ์รูป 'ดวงจันทร์สีเลือด' ที่ปักด้วยด้ายสีทอง... รูปลักษณ์นั้น... มันคือสัญลักษณ์เดียวกับที่สลักอยู่บนดาบประจำตัวของอาจารย์ผู้ล่วงลับเมื่อสิบปีก่อน! หัวใจของฉินเยี่ยกระตุกวูบ ลมหายใจสะดุดกึก ความจริงอันน่าสะพรึงกลัวกำลังจะถูกเปิดเผย "จื่อเวย... ระวัง!" ฉินเยี่ยตะโกนสุดเสียง ทว่าสายเกินไปเสียแล้ว... ยอดฝีมือชุดดำหาได้หวาดกลัวไม่ มุมปากภายใต้หมวกสานกลับยกยิ้มขึ้นอย่างเหี้ยมเกรียม มือข้างหนึ่งล้วงเข้าไปในอกเสื้อแล้วดึงวัตถุชิ้นหนึ่งออกมา... มันคือป้ายหยกประจำตัวที่ควรจะถูกฝังอยู่พร้อมกับหลุมศพของอาจารย์ฉินเยี่ย! ขอขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางฝ่าฟันวิถีกระบี่เคียงบ่าเคียงไหล่กันมา ณ ที่นี้ด้วยนะครับ
สารจากนักเขียน (กระบี่ไร้ลักษณ์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่หิมะโปรยกับนางเซียนผู้เหมันต์นิรันดร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%