กระบี่หิมะโปรยกับนางเซียนผู้เหมันต์นิรันดร์•ตอนที่ 8

น้ำค้างหยดเดียวชุบชีวิต

ผลงานโดย กระบี่ไร้ลักษณ์
โลหิตสีดำคล้ำหยดหนึ่งร่วงกระทบพื้นศิลาหยกขาว เกิดเป็นเสียงสะท้อนกังวานดั่งระฆังมรณะในหอคอยเหมันต์ ร่างของฉินเยี่ยในยามนี้แทบไม่เหลือเค้าโครงของยอดฝีมือผู้ทะนงตนในวิถีกระบี่ไร้ลักษณ์อีกต่อไป เส้นชีพจรทั่วร่างปูดโปนเป็นสีม่วงคล้ำ พิษมารโลหิตสวรรค์กัดกินลึกถึงกระดูกแก่นแท้ ลมหายใจของเขาแผ่วเบาราวกับเปลวเทียนต้องลมพายุ ทว่าดวงตาทั้งสองข้างยังคงเบิกโพสต์ จ้องมองตรงไปเบื้องหน้าด้วยความดื้อรั้นอันเป็นเอกลักษณ์ "เจ้าคนโง่... คิดจะฝืนต้านทานทัณฑ์สวรรค์ด้วยตัวคนเดียวเช่นนี้ ถึงกับยอมให้พิษมารย้อนกลับเข้าสู่จุดตันเถียนเชียวหรือ" น้ำเสียงเยือกเย็นดั่งหิมะพันปีเอ่ยขึ้น ทว่าในครานี้กลับสั่นเครือเล็กน้อย เซียนจื่อเวยผู้สง่างามไร้ผู้ต่อต้าน บัดนี้กำลังคุกเข่าลงเบื้องร่างที่ชุ่มโชกไปด้วยเลือดของชายหนุ่ม นางมองดูร่องรอยกระบี่ที่ฉินเยี่ยใช้สลักลงบนแผ่นหลังของตนเอง—มันคือวิถีกระบี่ที่แม้แต่เซียนบนสวรรค์ยังต้องสะท้านสะเทือน จื่อเวยกัดริมฝีปากจนห่อเลือด รสชาติเค็มปร่าของโลหิตผสมผสานกับความปวดร้าวในจิตวิญญาณ นางเป็นใคร? นางคือผู้คุมหอคอยเหมันต์ ผู้บรรลุวิถีเซียนไร้รัก ไร้ความอาลัยอาวรณ์ต่อสรรพสิ่งมาเนิ่นนานนับพันปี เหตุใดหัวใจที่เคยเยือกแข็งดั่งน้ำค้างแข็งในฤดูเหมันต์บัดนี้จึงบีบรัดเข้าหากันจนเจ็บปวดราวกับถูกพันธนาการด้วยโซ่ตรวนอัคคี "ข้า... ยังต้องไปให้ถึงจุดสูงสุดของวิถีกระบี่..." ฉินเยี่ยเค้นเสียงลอดไรฟัน เลือดสดๆทะลักออกจากมุมปากของเขา "ข้ายังไม่อาจ... ตายที่นี่..." "หุบปากเสีย!" จื่อเวยตวาดเสียงกร้าว ดวงตางามล้ำประกายแสงสีฟ้าครามเจิดจ้า นางยื่นมือเรียวบางที่สั่นเทาออกไปกดลงบนจุดชีพจรสำคัญทั่วร่างของฉินเยี่ย ปราณเหมันต์บริสุทธิ์ทะลักออกจากฝ่ามือของนางราวกับกระแสน้ำวนแห่งมหาสมุทร พยายามกดขี่และแช่แข็งพิษมารโลหิตที่กำลังอาละวาดในกายเขา *ฉ่า—!* เสียงคล้ายเหล็กเผาไฟกระทบกับน้ำแข็งดังสนั่นหอคอย ไอพิษสีดำพวยพุ่งขึ้นจากร่างของฉินเยี่ยจนเพดานศิลาสั่นสะเทือน การปะทะกันระหว่างปราณเหมันต์ขั้วโลกและพิษมารโลหิตสวรรค์สร้างความเจ็บปวดมหาศาลให้กับทั้งสองฝ่าย ใบหน้าของจื่อเวยซีดเผือดลงทีละน้อย เม็ดเหงื่อเย็นเยียบผุดพรายขึ้นตามไรผมและขมับของนาง การช่วยชีวิตฉินเยี่ยในสภาวะเช่นนี้ มิใช่การรักษาธรรมดา หากแต่เป็นการ "ถ่ายทอดแก่นแท้พลังเซียน" และ "ยอมรับพิษร้ายครึ่งหนึ่งมาไว้ในร่างตนเอง" นี่คือการเดิมพันด้วยชีวิตและวิถีเซียนนับพันปี! "จื่อเวย... เจ้ากำลังทำอะไร..." ฉินเยี่ยฝืนเบนสายตาขึ้นมองสตรีผู้สูงส่งที่บัดนี้เรือนร่างบอบบางกำลังสั่นสะท้าน ปราณเหมันต์ของนางเริ่มแปรปรวนเนื่องจากต้องแบกรับพิษมารแทนเขา "ถอนตัว... ออกไปซะ... หากเจ้าพลาดพลั้ง วิถีเซียนของเจ้าจะ..." "ข้าบอกให้เจ้าหุบปาก!" จื่อเวยขัดขึ้น เสียงของนางก้องกังวานและเต็มไปด้วยอำนาจเด็ดขาด นางเคลื่อนกายเข้าประชิดร่างของเขาอย่างแนบชิด จนฉินเยี่ยสามารถสัมผัสได้ถึงกลิ่นหอมเย็นจางๆ คล้ายดอกเหมันต์พันปีที่ผลิบานท่ามกลางหิมะโปรยปราย กลิ่นนี้... เป็นกลิ่นเดียวกับที่เขาโหยหาและฝัง ตรึง ไว้ในความทรงจำตลอดการเดินทางอันโดดเดี่ยว นางประกบฝ่ามือทั้งสองเข้ากับแผ่นอกของฉินเยี่ย หลับตาลงตั้งจิตเป็นหนึ่งเดียว ปราณเซียนสีครามเข้มแผ่ขยายออกเป็นวงกว้าง กลายเป็นค่ายกลเหมันต์เก้าชั้นฟ้าปกคลุมร่างของคนทั้งคู่ไว้ภายใน "ฉินเยี่ย ฟังข้าให้ดี..." เสียงของจื่อเวยอ่อนลงเหลือเพียงกระซิบแผ่วเบา ทว่ากลับทรงพลังราวดั่งประกาศิตจากสรวงสวรรค์ "เจ้ามอบความทะนงในวิถีกระบี่ให้โลกได้เห็น ส่วนชีวิตของเจ้า... นับจากวินาทีนี้เป็นต้นไป เป็นของข้า เซียนจื่อเวยผู้นี้!" สิ้นเสียงนั้น นางก็รวบรวมลมปราณเฮือกสุดท้าย หยด "น้ำค้างเซียนพันปี" ที่กลั่นจากหัวใจของตนเองผสมผสานกับปราณเหมันต์บริสุทธิ์ ป้อนเข้าสู่ริมฝีปากที่แห้งผากของฉินเยี่ยโดยตรง นี่คือ "น้ำค้างหยดเดียวชุบชีวิต" — เคล็ดลับวิชาบรรพกาลที่ต้องแลกมาด้วยการสูญเสียพลังตบะครึ่งหนึ่งของผู้ใช้! ทันทีที่หยดน้ำค้างเซียนล่วงลึกสู่ลำคอ ร่างของฉินเยี่ยก็กระตุกวูบอย่างรุนแรง ดวงตาทั้งสองข้างเบิกกว้าง เสียงคำรามต่ำราวกับพยัคฆ์บาดเจ็บดังเล็ดลอดจากลำคอของเขา กระบี่ไร้ลักษณ์ที่วางอยู่ข้างกายพลันส่งเสียงกังวานสั่นสะท้าน มันทะยานขึ้นจากพื้นด้วยพลังปราณที่ระเบิดออกอย่างไร้ขีดจำกัด ตัดผ่านอากาศจนเกิดรอยแยกสีดำมืดมิด! กระแสพลังงานสองสาย—สายหนึ่งร้อนแรงดั่งโลหิตมาร อีกสายหนึ่งหนתวเย็นดั่งน้ำแข็งนิรันดร์—หลอมรวมเข้าด้วยกัน ณ จุดตันเถียนของฉินเยี่ย ทะลวงผ่านจุดชีพจรที่อุดตันทีละจุด... สองจุด... เจ็ดจุด... จนกระทั่งถึงจุดชีพจรที่เก้าสิบเก้าซึ่งไม่เคยมีใครทะลวงผ่านได้มาก่อนในรอบหมื่นปี! *เปรี้ยง—!* สายฟ้าสีครามคำรามกึกก้องทะลุหลังคาหหอคอยเหมันต์ขึ้นสู่ท้องน้ายามวิกาล แรงกดดันระดับขอบเขตเซียนแท้จริงแผ่ขยายปกคลุมไปทั่วทั้งอาณาจักร ฉินเยี่ยลืมตาขึ้นอีกครั้ง ประกายตาทั้งสองข้างคมกริบดั่งคมกระบี่ที่เพิ่งออกจากฝัก พลังอำนาจที่เอ่อล้นทำให้มิติรอบกายถึงกับบิดเบี้ยว ทว่า... ในขณะที่ฉินเยี่ยกำลังจะก้าวข้ามสู่ขอบเขตพลังขั้นถัดไป ร่างของจื่อเวยที่หมดสิ้นเรี่ยวแรงกลับทรุดฮวบลงสู่อ้อมกอดของเขา ลมหายใจของนางแผ่วเบาจนแทบสัมผัสไม่ได้ ผิวพรรณที่เคยเปล่งปลั่งบัดนี้ถูกปกคลุมด้วยเกล็ดน้ำแข็งสีดำสนิท—พิษมารโลหิตสวรรค์ที่นางรับแทนเขา ได้ย้อนกลับมาแผดเผาแก่นแท้เซียนของนางจนหมดสิ้นแล้ว! "จื่อเวย!" ฉินเยี่ยอุทานลั่น ความเย็นชาและเย่อหยิ่งทั้งหมดในวิถีกระบี่พลันมลายหายไปสิ้น เขารวบร่างอันเย็นเฉียบของนางเข้าแนบอกอย่างร้อนรน มือข้างที่ถือกระบี่สั่นเทาเป็นครั้งแรกในรอบหลายสิบปี ทว่า ก่อนที่เขาจะได้ถ่ายทอดปราณรักษาภรรยาในนาม ประตูศิลาหนักหมื่นชั่งของหอคอยเหมันต์ก็ถูกระเบิดออกเป็นจุลด้วยพลังปราณสีทองอร่ามอันเกรี้ยวกราด เงาร่างหนึ่งในชุดคลุมมังกรทองก้าวเข้ามาอย่างช้าๆ เสียงหัวเราะเย้ยหยันดังสะท้อนไปทั่วห้องโถง "ฮ่าๆๆๆ! ช่างเป็นภาพที่น่าประทับใจเสียจริง เทพธิดาเหมันต์ผู้สูงส่ง ยอมสละตบะพันปีเพื่อจอมยุทธ์นอกรีตผู้หนึ่ง... น่าเสียดายนัก ฉินเยี่ย วันนี้ทั้งตัวนางและชีวิตของเจ้า ต้องตกเป็นของ 'สำนักกระบี่สวรรค์' ของข้า!" ขอขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางฝ่าฟันวิถีกระบี่เคียงบ่าเคียงไหล่กันมา ณ ที่นี้นะครับ
สารจากนักเขียน (กระบี่ไร้ลักษณ์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่หิมะโปรยกับนางเซียนผู้เหมันต์นิรันดร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%