โลหิตสีชาดหยดหนึ่งร่วงหล่นจากปลายนิ้ว กระทบพื้นหยกศิลาเย็นเยียบจนเกิดเสียงกังวานดั่งระฆังวัดโบราณ
ฉินเยี่ยไม่แม้แต่จะปรายตามองบาดแผลที่ฝ่ามือขวา สายตาของเขายังคงจับจ้องอยู่ที่คมกระบี่ไร้ลักษณ์ในมือ ศาสตราวุธวิเศษเล่มนี้มิได้มีรูปลักษณ์ที่ฉูดฉาดสะดุดตา มันใสกระจ่างดั่งธารน้ำแข็งไร้เงา ทว่ายามเมื่อโคจรพลังปราณอัคคีเหมันต์ผ่านจุดชีพจรทั่วร่าง รัศมีกดดันอันน่าสะพรึงกลัวก็แผ่ซ่านออกมาราวกับพญามังกรตื่นจากการหลับใหล
รอบกายเขาในยามนี้คือมิติผนึกสวรรค์ชั้นที่เก้า อุณหภูมิลดต่ำจนแม้แต่วิญญาณยังต้องแข็งค้าง ทว่าเม็ดเหงื่อกาฬกลับผุดพรายขึ้นตามไรผมของชายหนุ่ม สะท้อนถึงความเดือดดาลของพลังปราณภายในที่กำลังพعيปะทุราวกับลาวาใต้พื้นพิภพ
"เจ้ายังดึงดันจะฝืนวิถีแห่งฟ้าอยู่อีกหรือ..."
เสียงหวานใสปนความเยือกเย็นดั่งหิมะพันปีดังขึ้นจากเบื้องหลัง เซียนจื่อเวยยืนสง่างามอยู่บนยอดเสาศิลาแกะสลัก อาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์พริ้วไหวตามสายลมปราณที่ปั่นป่วน ดวงเนตรคู่คมดั่งหยกสลักมองตรงมาที่ชายหนุ่มด้วยแววตาที่ซ่อนความห่วงใยไว้อย่างมิดชิด แต่นางย่อมรู้ดีว่าบุรุษผู้นี้... จอมยุทธ์ผู้ทะนงตนในวิถีกระบี่ไร้ลักษณ์คนนี้ มิใช่ผู้ที่จะยอมจำนนต่อโชคชะตาเพียงเพราะคำเตือนอันหวังดี
ฉินเยี่ยไม่หันกลับไปมอง นางเซียนผู้สูงส่งผู้นี้คือคนเดียวในใต้หล้าที่ทำให้หัวใจที่ด้านชาของเขาเกิดระลอกคลื่น ทว่าในยามนี้... เพลงกระบี่ขั้นที่เจ็ดที่เขาไขว่คว้ามาตลอดชีวิตกำลังจะถูกปลดปล่อย ความเป็นความตายอยู่ห่างกันเพียงเส้นยาแดงผ่าแปด
"วิถีแห่งฟ้าหรือ?" มุมปากของฉินเยี่ยยกขึ้นเป็นรอยยิ้มหยัน "หากฟ้าดินกำหนดให้ข้าต้องสูญเสียอาจารย์และผู้คนรอบกายไปทีละคน เช่นนั้นข้าก็จะใช้กระบี่ในมือนี้... ผ่าฟ้าดินออกเป็นสองเสี่ยงเสีย!"
สิ้นคำพูด ประกายตาก็เปล่งวาบดั่งสายฟ้าฟาดในความมืด ฉินเยี่ยสะบัดข้อมือวาบ เพลงกระบี่ขั้นที่เจ็ด—**'หิมะโปรยดับสุริยัน'** ถูกแผดเผาออกมาจากสัญชาตญาณดิบแห่งวิถีกระบี่
ตูม!
มิติรอบด้านสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง รอยแยกสีดำสนิทปรากฏขึ้นกลางอากาศราวกับปากอสูร อณูละอองหิมะนับล้านเปลี่ยนสภาพเป็นคมดาบโปร่งแสง พุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องนภาราวกับฝนดาวตกย้อนศร พลังกดดันระดับทะลวงด่านเซียนแผ่ขยายออกไปจนภูเขาน้ำแข็งรอบหอคอยเหมันต์สั่นสะท้าน
เซียนจื่อเวยถึงกับต้องถอยหลังไปหนึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว นางมองภาพตรงหน้าด้วยความตื่นตะลึงระคนชื่นชม แม้แต่นางผู้บรรลุเคล็ดวิชาเหมันต์นิรันดร์มานานนับร้อยปี ก็ยังไม่เคยพบเห็นผู้ใดที่สามารถหลอมรวมกระบี่เข้ากับจิตวิญญาณแห่งฟ้าดินได้ถึงขีด Aura ระดับนี้ในวัยเพียงเท่านี้
ทว่า... ทันใดนั้นเอง
กระแสพลังย้อนกลับอันน่าสะพรึงกลัวก็ตีกลับเข้าสู่ร่างของฉินเยี่ย ใบหน้าของเขาซีดเผือดลงในพริบตา เลือดสดๆทะลักพุ่งออกจากมุมปาก ทรวงอกกระแทกกระทั้นราวกับถูกค้อนสวรรค์ทุบซ้ำ บาดเดิมที่ยังไม่หายดีระเบิดออกพร้อมกัน ร่างกายของเขากำลังจะถูกพลังปราณของตนเองกลืนกิน!
"ฉินเยี่ย!"
เสียงหวานที่เคยเยือกเย็นมาตลอดกาลบัดนี้สั่นเครือ เซียนจื่อเวยพุ่งทะยานเข้ามาประชิดร่างของชายหนุ่มในพริบตา นางใช้วิชาเซียนประคับประคองแผ่นหลังที่กำลังทรุดลง ปราณเหมันต์บริสุทธิ์ถูกถ่ายเทเข้าไปเพื่อกดขี่ธาตุไฟที่กำลังตีกลับ ทว่าความดื้อรั้นของพลังกระบี่ขั้นที่เจ็ดกลับต่อต้านพลังของนางอย่างรุนแรง จนร่างของทั้งสองสั่นสะท้าน
ฉินเยี่ยหอบหายใจรวยริน ใบหน้าแนบชิดกับลาดไหล่ที่ปกคลุมด้วยอาภรณ์ขาวของนาง กลิ่นหอมเย็นดั่งดอกเหมันต์โชยเข้าจมูกท่ามกลางกลิ่นคาวเลือด เขาฝืนยกมือขึ้นแตะปลายคางของนางเบาๆ แววตายังคงดื้อรั้นและเปล่งประกายเจิดจ้า
"ข้า... สำเร็จแล้ว..." เขาเอמהกระซิบเสียงแผ่วเบา รอยยิ้มเย้ยหยันโลกปรากฏขึ้นที่มุมปากอีกครั้ง
ทว่าก่อนที่เซียนจื่อเวยจะได้กล่าวสิ่งใด ท้องฟ้าเบื้องบนมิติผนึกก็แปรเปลี่ยนเป็นสีเลือด เมฆทมิฬหนาทึบก่อตัวขึ้นพร้อมกับเสียงคำรามของสายฟ้าทัณฑ์สวรรค์ที่สะท้านไปถึงสามภพ
และในเสี้ยววินาทีนั้นเอง... ผนึกโบราณที่ปิดตายหอคอยเหมันต์มานับหมื่นปีก็เกิดรอยร้าว เสียงฝีเท้าอันหนักหน่วงและคุ้นเคยอย่างยิ่งดังขึ้นจากความมืดมิดเบื้องล่าง—เสียงฝีเท้าของบุคคลที่ควรจะดับสูญไปพร้อมกับอาจารย์ของเขาเมื่อสิบปีก่อน!
ขอขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางฝ่าฝันมรสุมอักษรมาด้วยกันในตอนนี้นะครับ
กระบี่หิมะโปรยกับนางเซียนผู้เหมันต์นิรันดร์•ตอนที่ 18
วิชาดาบตระการตา
ผลงานโดย กระบี่ไร้ลักษณ์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กระบี่ไร้ลักษณ์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่หิมะโปรยกับนางเซียนผู้เหมันต์นิรันดร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!