เศษเสี้ยวโลหิตหยดลงบนพื้นศิลาหยกขาว เกิดเสียงดัง "ติ๋ง" กังวานบาดแก้วหู ราวกับเสียงนาฬิกานับถอยหลังสู่วาระสุดท้ายของความตาย
กลิ่นอายมรณะแผ่ซ่านปกคลุมไปทั่วอาณาบริเวณค่ายกลดารา ท้องนภามืดครึ้มไร้ซึ่งแสงดาว มีเพียงกลุ่มควันสีชาดที่หมุนวนเป็นเกลียวคลื่นขนาดมหึมา กดทับร่างของคนทั้งสองจนกระดูกข้อต่อส่งเสียงลั่นกรอบ ฉินเยี่ยกัดฟันแน่นจนโลหิตสีแดงฉานซึมผ่านมุมปาก
"ฉินเยี่ย... เจ้าคิดว่าการก้าวข้ามด่านนี้จะทำให้เจ้ารอดพ้นจากเงื้อมมือของสำนักเงาโลหิตได้งั้นหรือ?"
เสียงแหบพร่าดั่งมาจากขุมนรกดังขึ้นเสียดแทงประสาท พร้อมกับที่เงาร่างในชุดคลุมทมิฬยกเคียวมหึมาขึ้นชี้ตรงมายังพวกเขา พลังกดดันระดับหลอมรวมวิญญาณแผ่ขยายออกเป็นวงกว้าง บีบอัดห้วงอากาศจนบิดเบี้ยวเป็นรอยแยกสีดำสนิท
"สิบปีที่ตามล่า เจ้าเป็นเพียงเหยื่อ... และบัดนี้ ได้เวลาเก็บเกี่ยววิญญาณแล้ว!"
ฉินเยี่ยไม่เอ่ยคำใด ดวงตาคมกริบดั่งคมกระบี่จ้องมองไปยังร่างของเงาทมิฬเบื้องหน้า มือขวาที่กุมด้ามกระบี่ไร้ลักษณ์สั่นเทาเล็กน้อย หาใช่เพราะความหวาดกลัว แต่เป็นเพราะเพลิงโทสะที่ลุกโชนอยู่ในอกจนถึงขีดสุด เขาคือนักกระบี่ผู้ทะนงตน ปลายทางวิถีกระบี่ของเขาคือการฝืนลิขิตฟ้าดิน ไฉนเลยจะยอมก้มหัวให้สุนัขรับใช้แห่งสำนักเงาโลหิต
ทว่า ในวินาทีที่เขากำลังจะแผדพุ่งพลังปราณกระบี่ทะลวงค่ายกล แสงดาราเจิดจ้าสายหนึ่งก็พุ่งลงมาจากฟากฟ้า ราวกับกรงขังมรกตที่ถูกสร้างขึ้นจากเสาหลักสวรรค์เจ็ดต้น
*เปรี้ยง!*
"อึก..." เซียนจื่อเวยครางแผ่วเบา ร่างระหงในชุดอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์สะท้อนแสงประกายมุกทรุดฮวบลงคุกเข่ากับพื้น บาดแผลฉกรรจ์ที่หัวไหล่จากการปะทะก่อนหน้าทำให้เลือดสีแดงตัดกับชุดขาวจนน่ากลัว ปราณเหมันต์นิรันดร์ที่เคยแผ่ความเย็นเยียบปกป้องนาง บัดนี้กลับถูกกดทับด้วยค่ายกลดาราจนแทบมอดดับ
"จื่อเวย!" ฉินเยี่ยแผดเสียงคำรามลั่น พลังปราณทั่วร่างระเบิดออกราวกับภูเขาไฟระเบิด เขาพุ่งทะยานเข้าไปหมายจะประคองร่างนาง
"อย่าเข้ามา... ฉินเยี่ย!" เสียงหวานเอ่ยห้ามอย่างเด็ดขาด แม้ใบหน้านางจะซีดเซียวไร้สีเลือด แต่แววตายังคงมีความเย่อหยิ่งดั่งเซียนผู้สูงส่ง "นี่คือ 'ค่ายกลกักดาราเจ็ดทิศ' เป้าหมายของมันไม่ใช่เจ้า... แต่คือพลังเหมันต์ในตัวข้า"
สิ้นคำพูดของนาง เสาแสงดาราทั้งเจ็ดก็พุ่งทะยานขึ้นจากพื้น ล้อมรอบร่างของจื่อเวยไว้ตรงกลาง อักขระโบราณนับหมื่นตัวลอยเคว้งคว้างอยู่ในอากาศ ก่อนจะพุ่งเข้าสู่ร่างของนางราวกับลูกศรนับพันดอก
"อาร์...!"
เซียนจื่อเวยส่งเสียงร้องด้วยความเจ็บปวดล้ำลึก พลังปราณในตันtian (จุดตันเถียน) ของนางปั่นป่วนอย่างรุนแรง เส้นชีพจรทั่วร่างถูกตรึงด้วยโซ่ตรวนแห่งดาราจักร นางพยายามรวบรวมจิตใจโคจรเคล็ดวิชาเหมันต์นิรันดร์เพื่อต่อต้าน ทว่า ยิ่งขัดขืน ค่ายกลยิ่งรัดแน่นขึ้น ปราณดาราแผดเผาพลังชีวิตของนางทีละน้อย ราวกับเอาน้ำแข็งพันปีไปย่างบนกองไฟ
"ฮ่าๆๆๆ นังเซียนผู้เย็นชา เจ้าเคยเหยียบย่ำสาวกสำนักเงาโลหิตของเราไว้เท่าไหร่ บัดนี้จงลิ้มรสชาติของการถูกจองจำในค่ายกลดาราดูบ้าง!" เงาทมิฬหัวเราะลั่นอย่างสะใจ เคียวในมือหมุนวนสร้างพายุโลหิตปิดกั้นเส้นทางถอยร่นทั้งหมด
ฉินเยี่ยยืนนิ่งอยู่เบื้องนอกค่ายกล ร่างกายของเขาสั่นสะท้อน สายตาที่มองไปยังหญิงสาวผู้เป็นดั่งดวงใจในยามนี้เต็มไปด้วยความเจ็บปวดและสำนึกในความไร้พลัง
ภาพเหตุการณ์เมื่อสิบปีก่อนซ้อนทับเข้ามาในห้วงความคิด—ภาพที่อาจารย์ของเขาต้องดับสูญไปต่อหน้าต่อตาโดยที่เขาไม่สามารถปกป้องสิ่งใดไว้ได้เลย และบัดนี้คนที่เขารักที่สุดกำลังจะถูกพรากไปต่อหน้าต่อตาอีกครั้ง?
*ไม่... ข้าไม่ยอมให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอยเด็ดขาด!*
ดวงตาของฉินเยี่ยเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำ เส้นเลือดที่ขมับปูดโปน ร่างกายปลดปล่อยจิตสังหารอันน่าสะพรึงกลัวออกมาจนห้วงอากาศรอบตัวเกิดรอยร้าว เสียงกระบี่ในฝักส่งเสียงร้องคำรามดังก้องราวกับพยัคฆ์ร้ายที่กำลังตื่นจากการหลับใหล
"ฉินเยี่ย... ถอยไป..." จื่อเวยเงยหน้าขึ้นมองเขา หยดน้ำตาใสไหลรินอาบแก้มคู่สวย แต่มันกลับกลายเป็นเกล็ดน้ำแข็งร่วงหล่นลงสู่พื้นก่อนจะสัมผัสถึงผิว "ค่ายกลนี้... ผูกพันธะกับจิตวิญญาณของข้า หากเจ้าฝืนทำลายมันจากภายนอก แรงสะท้อนจะบดขยี้วิญญาณของเจ้าให้แตกสลายไปด้วย..."
"ต่อให้วิญญาณของข้าต้องแตกสลายเป็นจุล... ข้าก็ไม่มีวันยอมยืนดูเจ้าถูกจองจำอยู่ที่นี่!"
ฉินเยี่ยเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำแต่เด็ดเดี่ยว ทรงพลัง และเปี่ยมด้วยความทะนงตน เขาไม่ได้มองนางเป็นเพียงสตรีที่ต้องปกป้อง แต่นางคือจิตวิญญาณ คือครึ่งหนึ่งของวิถีกระบี่ที่เขาเพียรพยายามบำเพ็ญมาตลอดชีวิต
เขาก้าวเท้าออกไปหนึ่งก้าว พื้นศิลาใต้ฝ่าเท้าแตกร้าวเป็นวงกว้าง มือข้างหนึ่งเอื้อมไปกุมด้ามกระบี่ไร้ลักษณ์แน่น
"วิถีกระบี่ไร้ลักษณ์... กระบวนท่าที่หนึ่งร้อยเจ็ด: ตัดสิ้นดารา!"
สิ้นเสียงคำราม ฉินเยี่ยชักกระบี่ออกจากฝัก!
ประกายแสงกระบี่เจิดจ้าเสียดแทงฟ้าดิน พลังปราณที่บริสุทธิ์และทรงพลังถึงขีดสุดพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า แหวกม่านเมฆสีชาดจนเกิดเป็นช่องว่างขนาดใหญ่ แรงกดดันของค่ายกลดาราถูกพลังกระบี่เข้าปะทะจนเกิดเสียงระเบิดกัมปนาทสะเทือนเลื่อนลั่นไปทั่วทั้งหุบเขา
เงาทมิฬผู้ควบคุมค่ายกลสีหน้าเปลี่ยนเป็นตื่นตระหนกอย่างเห็นได้ชัด มันไม่คาดคิดว่าจอมยุทธ์หนุ่มผู้นี้จะมีพลังกล้าแข็งถึงเพียงนี้ แม้แต่ค่ายกลดาราเจ็ดทิศยังสั่นคลอนอย่างรุนแรง
"คิดจะทำลายค่ายกลเรอะ ฝันไปเถอะ!" เงาทมิฬแผดเสียงกรีดร้อง มันสะบัดมือซัดแผ่นยันต์โลหิตนับร้อยแผ่นพุ่งเข้าเสริมพลังให้แก่เสาแสงดารา ทันใดนั้น ร่างของเซียนจื่อเวยที่อยู่ใจกลางค่ายกลก็กระอักเลือดคำใหญ่สดๆ ออกมา ปราณเหมันต์ในร่างแตกซ่าน โซ่ตรวนดาราพุ่งรัดแน่นยิ่งกว่าเดิมจนผิวเนื้อของนางปริแตก
"อ๊ากกก!"
"จื่อเวย!" ฉินเยี่ยหัวใจแทบสลาย พลังกระบี่ในมือชะงักไปชั่วเสี้ยวลมหายใจ ความลังเลเพียงชั่วพริบตาทำให้พลังสะท้อนกลับซัดเข้าใส่ร่างของเขาเต็มรัก
*อึก!* ฉินเยี่ยกระเด็นถอยหลังไปหลายก้าว กระอักโลหิตออกมาคำโต ร่างกายโซเซเกือบทรุดลงกับพื้น แต่เขายังคงใช้ปลายกระบี่ค้ำยันพื้นดินไว้ สายตายังคงจับจ้องไปที่หญิงสาวด้วยความห่วงหาอาทร
ในขณะที่สถานการณ์กำลังแขวนอยู่บนเส้นด้ายแห่งความเป็นความตาย จู่ๆ ห้วงมิติเบื้องบนค่ายกลดาราก็เกิดการบิดเบี้ยวอย่างรุนแรง เสียงคำรามดังกึกก้องราวกับเสียงคำรามของมังกรบรรพกาลดังทะลุผ่านม่านเมฆลงมา
เงาร่างหนึ่งในชุดคลุมสีทองอร่าม ปรากฏกายขึ้นอย่างเงียบเชียบเหนือค่ายกลดาราโดยที่ไม่มีใครทันรู้ตัว มือข้างหนึ่งถือกระบี่โบราณที่สลักลวดลายสุริยันจันทรา แววตาคมปลาบดุจพญาอินทรีทอดมองลงมาเบื้องล่างด้วยความรู้สึกที่ยากจะหยั่งถึง
"หึ... สำนักเงาโลหิตช่างกล้าดีนัก กล้ามาลอบกัดถึงอาณาเขตของสำนักกระบี่สวรรค์เช่นนี้เชียวหรือ?"
ฉินเยี่ยและเงาทมิฬเบิกตาโพรงขึ้นพร้อมกันเมื่อสัมผัสได้ถึงพลังกดดันระดับทะลวงขอบเขตเซียนที่แผ่ซ่านออกมาจากผู้มาใหม่ผู้นั้น!
ขอขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านห้วงเวลาและวิถีกระบี่นี้ด้วยกันนะครับ
กระบี่หิมะโปรยกับนางเซียนผู้เหมันต์นิรันดร์•ตอนที่ 25
จื่อเวยถูกจองจำ
ผลงานโดย กระบี่ไร้ลักษณ์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กระบี่ไร้ลักษณ์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่หิมะโปรยกับนางเซียนผู้เหมันต์นิรันดร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!