เลือดสีสดหยดหนึ่งร่วงหล่นลงบนเกล็ดหิมะที่ขาวโพลนดั่งผืนผ้าไหม ดั่งหยาดหมึกที่แต้มลงบนพู่กันเพื่อวาดลวดลายแห่งความตาย
ฉินเยี่ยไม่ได้หยุดมองมัน เขาเพียงแต่ก้าวเท้าไปข้างหน้า ท่ามกลางพายุเหมันต์ที่กรีดผิวหนังดั่งคมมีดนับหมื่นเล่ม ป้อมปราการหิมะแห่งหุบเขาลับแลตระหง่านอยู่เบื้องหน้า สูงเสียดฟ้าและเงียบงันจนน่าขนลุก มันเปรียบเสมือนกรงขังที่กักขังดวงดาราที่เขาโหยหาที่สุดไว้ภายใน
"ข้าบอกแล้วว่าที่นี่คือแดนต้องห้ามของเหล่านักพรต" เสียงแหบพร่าดังก้องมาจากความว่างเปล่า เงาร่างของพิทักษ์หอคอยเจ็ดคนปรากฏขึ้นดุจภูตผี พวกมันสวมชุดคลุมสีเงินยวบยาบ ในมือถือโซ่ตรวนที่แผ่ไอเย็นจัดจนอากาศรอบข้างกลายเป็นน้ำแข็ง
ฉินเยี่ยไม่แม้แต่จะเหลือบมอง มือขวาของเขายังคงวางนิ่งอยู่บนด้ามกระบี่ไร้ลักษณ์ที่ห่อหุ้มด้วยหนังมังกรทมิฬ เขากล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าแฝงไว้ด้วยกระแสจิตสังหารที่เยือกเย็นยิ่งกว่าลมหนาว
"ในสายตาของข้า ไม่มีที่ใดที่กระบี่ของข้าจะไปไม่ถึง และไม่มีผู้ใดที่จะพรากนางไปจากข้าได้... แม้แต่สวรรค์"
"โอหัง!" หนึ่งในนักพรตพุ่งตัวเข้ามา โซ่ตรวนในมือสะบัดดั่งอสรพิษหมายรัดพันคอของฉินเยี่ย
*ฉวิ้ง!*
เสียงกระบี่ดังขึ้นเพียงแผ่วเบา แต่สำหรับผู้ที่ฝึกวิชากระบี่ มันคือเสียงเพรียกแห่งหายนะ ฉินเยี่ยไม่ได้ชักกระบี่ออกมาเต็มฝัก แต่เขากลับใช้สันกระบี่กระแทกเข้าที่จุดชีพจรของนักพรตผู้นั้นด้วยความเร็วที่เหนือกว่าสายตาจะมองทัน ร่างนั้นกระเด็นออกไปปะทะกับกำแพงน้ำแข็งจนแตกร้าวเป็นวงกว้าง เลือดพุ่งกระจายย้อมหิมะจนกลายเป็นสีชาด
เขาก้าวเดินต่อราวกับกำลังเดินชมสวนในยามค่ำคืน ไม่ใช่การบุกรุกป้อมปราการที่เต็มไปด้วยกับดักมรณะ
ภายในหอคอยชั้นในสุด เซียนจื่อเวยนั่งอยู่บนบัลลังก์ศิลาเย็นเยียบ ดวงตาที่เคยเปล่งประกายดั่งแสงจันทร์ในคืนเพ็ญบัดนี้หม่นแสงลง ร่างกายของนางถูกพันธนาการด้วยโซ่ตรวนดาราสวรรค์ที่ดูดกลืนพลังปราณไปทุกวินาที ผิวพรรณของนางซีดเผือดดั่งหิมะแรกฤดู
นางสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายที่คุ้นเคย กลิ่นอายของดาบที่ผ่านการร่ำเรียนจากคมเขี้ยวแห่งความโดดเดี่ยว
"ฉินเยี่ย... เจ้าจะมาที่นี่ทำไม" นางพึมพำ น้ำเสียงสั่นเครือด้วยความกังวล "ที่นี่คือกับดัก... เจ้ากำลังเดินเข้าสู่กองเพลิงที่ไร้ทางออก"
แม้จะกล่าวเช่นนั้น แต่ในส่วนลึกของหัวใจที่เย็นชามานานนับร้อยปี กลับมีความอบอุ่นระลอกหนึ่งกระเพื่อมไหว นางเฝ้าภาวนา... ไม่ใช่เพื่อเอาชีวิตรอด แต่เพื่อไม่ให้บุรุษผู้เป็นที่รักต้องมาจบชีวิตลงที่แห่งนี้
ภายนอกประตูยักษ์ที่ทำจากเหล็กกล้าพันปี ฉินเยี่ยหยุดฝีเท้า เขารู้ว่าเบื้องหลังประตูบานนี้คือยอดฝีมือที่แข็งแกร่งที่สุดของนิกายเหมันต์นิรันดร์ มันไม่ใช่แค่การต่อสู้ แต่เป็นการตัดสินชะตากรรมระหว่างความมุ่งมั่นของมนุษย์กับกฎเกณฑ์ของสวรรค์
"ข้าเคยสัญญากับเจ้าแล้ว" เขากล่าวกับประตูบานนั้น ราวกับว่านางกำลังยืนฟังอยู่ตรงหน้า "ข้าจะไม่ยอมให้วิถีกระบี่ของข้าต้องแปดเปื้อนด้วยความขี้ขลาด หากข้าต้องสูญเสียเจ้าไป แม้จะเป็นเทพเซียนผู้เป็นอมตะ ก็ไม่มีความหมายใดต่อข้าอีก"
เขาชักกระบี่ออกมาจนสุดฝัก ประกายกระบี่สว่างวาบราวกับสายฟ้าที่ผ่าลงมากลางทุ่งหิมะ อักขระโบราณที่สลักอยู่บนใบกระบี่เริ่มสั่นสะเทือน มันกำลังร่ำร้องด้วยความกระหายในการต่อสู้ พลังปราณของเขาพุ่งทะยานขึ้นสู่ขีดสุดจนรอบข้างเริ่มเกิดรอยแยกของมิติ
ทันใดนั้นเอง บานประตูเหล็กกล้าค่อยๆ เปิดออกเผยให้เห็นเงาร่างของชายชราผู้หนึ่งนั่งขัดสมาธิอยู่กลางห้องโถงกว้าง เขาสวมชุดขาวสะอาดตา ใบหน้าเรียบเฉยไร้อารมณ์ แต่ดวงตาคู่นั้นกลับลุ่มลึกดั่งห้วงเหวที่ไม่มีก้นบึ้ง
"เจ้ามาไกลเกินไปแล้ว ฉินเยี่ย" ชายชราเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ดังก้องกังวานดุจระฆังทองคำ "ศิษย์ของข้าถูกลิขิตมาให้เป็นผู้คุมสมดุลของโลกนี้ มิใช่คู่ครองของจอมยุทธ์ผู้ละทิ้งศีลธรรมเช่นเจ้า"
ฉินเยี่ยก้าวข้ามธรณีประตูเข้าไป สายตาของเขาสบกับดวงตาของชายชราอย่างไม่เกรงกลัว "ลิขิตฟ้าหรือ? ข้าเดินทางมาไกลเพื่อทำลายลิขิตนั้นทิ้งเสีย หากข้าไม่สามารถปกป้องนางได้ ข้าจะเรียกตัวเองว่าจอมยุทธ์ไปเพื่ออะไร"
ในขณะที่ฉินเยี่ยกำลังจะยกกระบี่ขึ้นเพื่อเปิดศึก ทันใดนั้น ร่างของเซียนจื่อเวยที่ถูกพันธนาการอยู่บนบัลลังก์ก็สั่นสะท้านอย่างรุนแรง ดวงตาของนางเบิกโพลงขึ้น สีหน้าที่เคยเย็นชากลับเปลี่ยนเป็นความตื่นตระหนกสุดขีดเมื่อเห็นบางสิ่งที่ซ่อนอยู่ในเงาหลังบัลลังก์ศิลา
เงาร่างที่สามปรากฏขึ้น... มันไม่ใช่คนของนิกายเหมันต์ แต่เป็นบุรุษในชุดคลุมสีดำสนิทที่แผ่กลิ่นอายแห่งความมืดมิดที่ฉินเยี่ยคุ้นเคยเป็นอย่างดี มันคือเงาจากอดีตที่เขาพยายามลบเลือนไปตลอดชีวิต
บุรุษชุดดำผู้นั้นแสยะยิ้มก่อนจะเอื้อมมือไปวางบนบ่าของเซียนจื่อเวย พร้อมกระซิบเสียงต่ำที่ทำให้ฉินเยี่ยต้องชะงักฝีเท้า "เจ้าคิดว่านางเป็นแค่ตัวประกันงั้นหรือ? ผิดแล้ว... นางคือภาชนะที่ข้าเฝ้ารอมานานนับพันปี"
ฉินเยี่ยกระชับกระบี่ในมือแน่น ความเยือกเย็นในดวงตาเปลี่ยนเป็นเพลิงโทสะที่พร้อมจะแผดเผาทุกอย่างให้เป็นเถ้าถ่าน นี่ไม่ใช่แค่การช่วยนาง แต่คือการเผชิญหน้ากับความลับที่เขากลัวที่สุดในชีวิต
ขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านห้วงเวลาและวิถีกระบี่นี้ด้วยกันนะครับ
กระบี่หิมะโปรยกับนางเซียนผู้เหมันต์นิรันดร์•ตอนที่ 26
บุกทะลวงป้อมหิมะ
ผลงานโดย กระบี่ไร้ลักษณ์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กระบี่ไร้ลักษณ์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่หิมะโปรยกับนางเซียนผู้เหมันต์นิรันดร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!