เสียงโลหะเสียดสีกันเบา ๆ ดังกังวานก้องกังวานอยู่ในหูของฉินเยี่ย ราวกับเสียงคำรามแผ่วเบาของพญามังกรที่หลับใหลมานานนับทศวรรษ ละอองหิมะสีขาวโพลนที่โปรยปรายลงมาจากนภากาศถูกแรงกดดันจากกระแสปราณที่รั่วไหลออกมาจากฝักกระบี่ผลักไสจนแตกกระจายออกเป็นละอองหมอกสีขาวบริสุทธิ์ ท่ามกลางความเงียบงันที่กดดันจนแทบหยุดหายใจนี้ ปลายเท้าของบุรุษหนุ่มมิได้ขยับเขยื้อนแม้แต่น้อย ทว่ารัศมีรอบกายกลับแผ่ขยายออกไปดั่งคลื่นกระบี่ที่ไร้รูปร่างแต่มั่นคงดั่งขุนเขา
เซียนจื่อเวยยืนนิ่งอยู่เบื้องหน้า อาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ของนางพลิ้วไหวตามแรงลมปราณที่หมุนวนอย่างบ้าคลั่ง ดวงเนตรคู่หงส์ที่เย็นชาดั่งน้ำแข็งพันปีจดจ้องมองไปยังฝักกระบี่ไม้เก่าคร่ำคร่าในมือของฉินเยี่ยอย่างไร้ความหวั่นเกรง มีเพียงประกายความสนใจระยิบระยับราวกับดวงดาวในยามค่ำคืนที่วาบผ่านก้นบึ้งของดวงตานั้นวูบหนึ่ง
"สิบปี..." เสียงของนางกังวานใสราวน้ำค้างแข็งบนยอดเขาหิมะ ทว่าเย็นเยียบจนบาดลึกเข้าไปถึงกระดูก "สิบปีเต็มที่เจ้าเก็บซ่อนคมกระบี่นี้ไว้ในฝัก วันนี้ ข้าอยากรู้นักว่า วิถีกระบี่ไร้ลักษณ์ที่อาจารย์ของเจ้าทิ้งไว้ก่อนดับสูญ จะยังคงความคมกริบพอที่จะสะบั้นหิมะเก้าชั้นฟ้าได้หรือไม่"
ฉินเยี่ยไม่ตอบคำถาม ริมฝีปากของเขายกขึ้นเป็นรอยยิ้มหยันที่เจือความเย่อหยิ่งทระนงตนอันเป็นเอกลักษณ์ ดวงตาคมกริบดั่งเหยี่ยวทอดมองคู่สนทนาด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อน ปราณกระบี่ในตันtian (จุดตันเถียน) ของเขาหมุนวนควบแน่นจนกลายเป็นพายุหมุนขนาดเล็ก เสียงคำรามฮึดฮัดของพลังลมปราณดังเล็ดลอดออกมาจากผิวกายราวกับเสียงเสือคำรามในป่าลึก
"เซียนจื่อเวย..." ฉินเยี่ยเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำและราบเรียบ "วิชากระบี่ของข้า มิได้มีไว้เพื่อสะบั้นหิมะ แต่มันมีไว้เพื่อทวนกระแสลิขิต หากเจ้าปรารถนาจะทดสอบ เชิญชักกระบี่ของเจ้าออกมาเถอะ อย่าให้ข้าต้องลงมือโดยที่เจ้ายังไม่ได้แม้แต่จะชักอาวุธประจำตัว"
สิ้นเสียงคำพูดนั้น อุณหภูมิโดยรอบก็ลดฮวบลงจนถึงขีดสุด หยาดน้ำค้างกลางอากาศกลายเป็นเกล็ดน้ำแข็งแหลมคมนับหมื่นนับพันเล่มในพริบตา นางเซียนผู้เหมันต์นิรันดร์มิได้เกรี้ยวกราด นางเพียงแค่ยกมือเรียวงามขึ้นช้า ๆ นิ้วมือเรียวดั่งลำหยกขาวแตะลงที่ด้ามกระบวนท่า 'เหมันต์ล้างโลก' กระบี่เซียนจื่อเวยค่อย ๆ ถูกชักออกจากฝักอย่างเชื่องช้า ทว่าทุก ๆ นิ้วที่เคลื่อนไหวกลับสร้างแรงกดดันทางจิตวิญญาณราวกับภูเขาทั้งลูกกำลังกดทับลงมาบนบ่าของฉินเยี่ย
*ช้ง!*
เสียงกระบี่เซียนจื่อเวยหลุดออกจากฝักอย่างสมบูรณ์ แสงสีฟ้าครามประกายรัศมีเย็นเยือกพวยพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า แหวกกลุ่มเมฆหนาทึบจนเผยให้เห็นจันทร์เสี้ยวสีเงินยวงที่สาดส่องลงมาอาบไล้เรือนร่างของทั้งสอง ท่ามกลางหิมะที่โปรยปรายลงมาอย่างบ้าคลั่ง การประลองด้วยกระแสปราณที่แท้จริงได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว
ฉินเยี่ยขยับตัวเพียงเล็กน้อย ร่างของเขากลายเป็นเงาสลัวเลือนรางในสายฝนหิมะ นิ้วมือที่กุมด้ามกระบี่ไร้ลักษณ์ออกแรงเพียงนิดเดียว—
*เปรี้ยง!*
คลื่นกระบี่สีเทาหม่นสายหนึ่งพวยพุ่งออกจากฝักราวกับสายฟ้าฟาดกลางวันแสกๆ มันไม่ใช่ประกายแสงที่เจิดจ้า แต่มันคือความว่างเปล่าที่กลืนกินทุกสิ่งทุกอย่างที่ขวางหน้า ปราณกระบี่ไร้ลักษณ์ปะทะเข้ากับปราณเหมันต์พันปีของเซียนจื่อเวยอย่างจังกลางอากาศ แรงปะทะทำให้มิติรอบข้างบิดเบี้ยวเกิดเป็นเสียงหึ่งต่ำๆ คล้ายเสียงคำรามของอสูรกาย พื้นดินรอบกายยุบตัวลงเป็นวงกว้าง ละอองหิมะนับล้านถูกแผดเผาด้วยความร้อนแรงของพลังปราณที่ขัดแย้งกันจนกลายเป็นไอน้ำพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า
เซียนจื่อเวยถอยหลังไปครึ่งก้าว ดวงตาคู่หงส์เบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย นางสัมผัสได้ถึงพลังที่ไร้ซึ่งรูปร่างแต่น่าสะพรึงกลัวอย่างยิ่ง ปราณกระบี่ของฉินเยี่ยไม่ได้พยายามทำลายพลังของนาง แต่มันกำลัง *กลืนกิน* และ *ปรับเปลี่ยน* วิถีของมัน ราวกับกระแสธารที่ไหลผ่านซอกหินโดยไม่มีวันถูกกั้นขวาง
"นี่คือ... วิถีกระบี่ไร้ลักษณ์อย่างนั้นหรือ?" นางพึมพำกับตนเองด้วยความตื่นตะลึงระคนชื่นชม
"ถูกต้อง" ฉินเยี่ยก้าวเท้าไปข้างหน้าหนึ่งก้าว ร่างของเขายืนตระหง่านท่ามกลางพายุหิมะที่โหมกระหน่ำ ดวงตาคู่นั้นมองตรงมาที่นางด้วยความจริงจัง "วิชานี้ไม่มีรูปแบบ จึงไม่มีวันถูกทำลาย ไม่มีกระบวนท่า จึงไม่มีวันพ่ายแพ้ เซียนจื่อเวย หากเจ้ามีดีเพียงเท่านี้ เกรงว่าค่ำคืนนี้คงต้องจบลงด้วยความพ่ายแพ้ของเจ้าแล้ว"
รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นบนริมฝีปากซีดเซียวของนางเซียนผู้เยือกเย็น นางไม่เพียงแต่ไม่โกรธเคืองต่อคำสบประมาทนั้น กลับกัน ประกายตาของนางทอแสงเจิดจ้ายิ่งกว่าเดิม นางสะบัดข้อมือเบา ๆ กระบี่ในมือวาดเป็นวงโค้งกลางอากาศ เกิดเป็นดอกบัวน้ำแข็งขนาดยักษ์เบ่งบานขึ้นกลางหิมะ กลีบดอกแต่ละกลีบคมกริบราวนับพันคมมีดที่พร้อมจะฉีกกระชากทุกสรรพสิ่งให้เป็นจุล
"ฉินเยี่ย อย่าได้ลำพองใจจนเกินไปนัก..." เซียนจื่อเวยกล่าวเสียงเย็นเยียบ "วิชากระบี่ของเจ้าไร้ลักษณ์ แต่หัวใจของเจ้า... ยังคงมีร่องรอยให้จับต้องได้!"
สิ้นคำพูดของนาง ดอกบัวน้ำแข็งยักษ์ก็พุ่งเข้าใส่ฉินเยี่ยด้วยความเร็วปานสายฟ้าแลบ พร้อม ๆ กับที่บรรยากาศรอบตัวหยุดนิ่งลงชั่วขณะ ราวกับกาลเวลาถูกแช่แข็งเอาไว้ในชั่วพริบตานั้นเอง
ฉินเยี่ยหรี่ตาลงเล็กน้อย หัวใจของเขาเต้นช้าลงแต่มั่นคง ความรู้สึกเย็นยะเยือกแล่นพล่านไปตามไขสันหลังเมื่อเขาสัมผัสได้ว่า การโจมตีครั้งนี้ของเซียนจื่อเวยไม่ได้มุ่งหมายเอาชีวิตนาง แต่มันคือการพยายาม *ทะลวง* เข้าไปถึงห้วงจิตวิญญาณที่เขาปิดตายมาตลอดทศวรรษ ทันใดนั้นเอง เงาร่างลึกลับสายหนึ่งก็ปรากฏขึ้นอย่างเงียบเชียบที่ด้านหลังของเซียนจื่อเวย โดยที่ทั้งสองจอมยุทธ์ผู้ยิ่งใหญ่ต่างไม่มีใครทันรู้ตัวมาก่อน—!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปในวิถีกระบี่นี้ด้วยกันนะครับ
กระบี่หิมะโปรยกับนางเซียนผู้เหมันต์นิรันดร์•ตอนที่ 4
ประลองด้วยกระแสปราณ
ผลงานโดย กระบี่ไร้ลักษณ์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กระบี่ไร้ลักษณ์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่หิมะโปรยกับนางเซียนผู้เหมันต์นิรันดร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!