“ถ้าคิดว่าการเอาซองจดหมายบ้าๆ นี่มาขู่จะทำให้ฉันยอมสยบอยู่ใต้ฝ่าเท้าคุณได้ ก็เชิญเก็บกลับไปเถอะค่ะ เพราะต่อให้มันเป็นระเบิดเวลา ฉันก็จะไม่มีวันแตะต้องมันจนกว่าจะประชุมเสร็จ”
คีย์วางซองจดหมายสีดำสนิทนั่นลงบนโต๊ะไม้โอ๊กตัวยาวเสียงดังปัง ก่อนจะกวาดสายตามองไปรอบห้องประชุมที่ตอนนี้เต็มไปด้วยบอร์ดบริหารและทีมงานสร้างสรรค์ของค่ายเพลงยักษ์ใหญ่ ทุกสายตาจับจ้องมาที่คนสองคน—คีตภัทร ผู้จัดการสตูดิโอหน้านิ่งที่กำลังเดือดจัด และ ‘เพลิง’ ศิลปินหนุ่มอัจฉริยะที่นั่งไขว่ห้างพิงพนักเก้าอี้ด้วยท่าทีสบายอารมณ์ราวกับกำลังนั่งจิบไวน์ในเลานจ์หรู
เพลิงยกยิ้มมุมปาก นัยน์ตาสีเข้มคู่นั้นพราวระยับราวกับมีประกายไฟเต้นเร่าอยู่ข้างใน เขาโน้มตัวไปข้างหน้าจนระยะห่างระหว่างเขากับคีย์เหลือเพียงคืบ กลิ่นน้ำหอมยี่ห้อเฉพาะตัวที่เจือด้วยกลิ่นบุหรี่จางๆ ของเขามันชวนให้ประสาทสัมผัสของคีย์ปั่นป่วน
“ความใจกล้าของคุณมันก็น่ารักดีนะคีย์ แต่น่าเสียดายที่กฎของผมมันไม่ใช่แค่เรื่องงาน แต่มันคือเรื่องของ ‘เรา’ ในห้องปิดตายห้องนั้น” เสียงทุ้มต่ำนั่นจงใจกดต่ำให้ได้ยินกันแค่สองคน ท่ามกลางความเงียบกริบของห้องประชุม
“เรา? ไม่มี ‘เรา’ ในเอกสารสัญญาค่ะคุณเพลิง” คีย์สวนกลับทันควัน มือเรียวกำปากกาในมือแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด “ในฐานะผู้จัดการสตูดิโอ สิ่งที่ฉันสนใจมีแค่ยอดวิว การผลิตผลงานให้ทันเดดไลน์ และการลากคุณกลับเข้าสตูดิโอให้ตรงเวลา ไม่ใช่การมานั่งเล่นเกมประสาทกับศิลปินที่เอาแต่ใจตัวเองที่สุดในสังกัด”
“ปากจัดเหมือนเดิมเลยนะ” เพลิงหัวเราะหึในลำคอ ดวงตาคมกริบกวาดมองใบหน้าเนียนใสของหญิงสาวตรงหน้าที่กำลังขยับแว่นสายตาด้วยท่าทีข่มอารมณ์ “แต่รู้ไหม... ยิ่งคุณพยายามตีตัวออกห่างเท่าไหร่ มันก็ยิ่งทำให้ผมอยากรู้ว่าถ้าได้เห็นคนเจ้าระเบียบอย่างคุณหลุดฟอร์มจนคุมสติไม่อยู่ มันจะดูน่ามองขนาดไหน”
“พอได้แล้วค่ะ” รินรดาที่นั่งอยู่ข้างๆ คีย์กระแอมไอแรงๆ เพื่อเตือนสติ “คุณเพลิงคะ ที่เราเรียกมาวันนี้คือการดีลเรื่องตารางงานคอนเสิร์ตใหญ่ ไม่ใช่การมานั่งจีบผู้จัดการของตัวเองนะคะ ถ้าคุณยังไม่หยุดกวนประสาท ฉันจะถือว่าคุณตกลงทำตามเงื่อนไขที่คีย์ร่างไว้ทั้งหมดโดยไม่มีข้อโต้แย้ง”
เพลิงหันไปมองรินรดาด้วยสายตาเรียบเฉย ก่อนจะหันกลับมาหาคีย์ที่ตอนนี้กำลังเปิดแท็บเล็ตเพื่อโชว์ตารางงานอย่างเป็นทางการ ท่าทางของเขาเปลี่ยนไปเป็นโหมดจริงจังในทันที แต่มันกลับดูคุกคามยิ่งกว่าเดิม
“ตารางงานแน่นเอี้ยดแบบนี้ คุณคงกะจะขังผมไว้ในห้องอัดจนไม่ต้องเห็นเดือนเห็นตะวันเลยสินะ?” เพลิงเอ่ยพลางใช้นิ้วชี้เคาะบนหน้าจอแท็บเล็ตเบาๆ “แต่มีเงื่อนไขเดียว ผมต้องการให้คุณเป็นคนคุมโปรดักชั่นเอง... ไม่ใช่ผู้ช่วยของคุณ และไม่ใช่คนของทีมงานอื่น”
คีย์ชะงัก สายตาสบเข้ากับดวงตาคมของคนตรงหน้าโดยไม่ตั้งใจ ความทรงจำบางอย่างจากค่ำคืนที่เขาส่งซองจดหมายฉบับนั้นให้แล่นเข้ามาในหัว ความรู้สึกร้อนวูบที่ใบหน้าเมื่อนึกถึงคำพูดที่ว่า ‘คุณเป็นคนทำลายกฎเหล็กตั้งแต่วินาทีที่กล้าสบตาเขาตรงๆ’ มันตามมาหลอกหลอนจนเธอต้องเม้มปากแน่น
“คุณไม่มีสิทธิ์ต่อรองเรื่องคนในทีมค่ะ”
“ผมมี” เพลิงขยับเข้าไปใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน “เพราะถ้าผมไม่ทำ ผมก็แค่ฉีกสัญญาฉบับนี้ทิ้ง แล้วเดินออกไปจากห้องนี้... คุณก็น่าจะรู้นะว่าถ้าผมไม่ขึ้นเวที สปอนเซอร์หลักจะขาดทุนกี่สิบล้าน”
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องประชุมอีกครั้ง เสียงเครื่องปรับอากาศดูดังผิดปกติในจังหวะที่หัวใจของคีย์เต้นรัวเหมือนกลองรบ เธอรู้ดีว่านี่คือการท้าทายอำนาจของเธอ และถ้าเธอแพ้ เธอจะไม่มีทางได้คุมเกมนี้อีกต่อไป แต่ถ้าเธอชนะ... เธอจะต้องตกอยู่ในหลุมพรางที่เขาขุดไว้
“ก็ได้ค่ะ” คีย์ยอมรับคำท้าด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งที่สุดเท่าที่จะทำได้ แม้ในใจจะอยากหยิบแฟ้มเอกสารฟาดหน้าคนตรงหน้าเต็มทน “ถ้าคุณต้องการแบบนั้น ฉันก็จะคุมเอง แล้วเราจะได้เห็นกันว่าศิลปินอัจฉริยะอย่างคุณ จะทนมือทนเท้าของ ‘ผู้จัดการจอมเนี๊ยบ’ คนนี้ได้นานแค่ไหน”
เพลิงยิ้มกว้าง ยิ้มที่ดูเหมือนพระเอกในนิยายรักแต่แฝงไว้ด้วยความร้ายกาจอย่างปีศาจ เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง กดตัวลงต่ำจนใบหน้าอยู่ข้างใบหูของคีย์ ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดผิวแก้มจนคนตัวเล็กกว่าถึงกับตัวแข็งทื่อ
“ผมจะรอวันที่คุณยอมแพ้นะครับ... หรือไม่ ก็วันที่คุณยอมรับว่าที่ทำไปทั้งหมดน่ะ เพราะหวงผม”
เขาทิ้งท้ายแค่นั้นก่อนจะเดินออกจากห้องประชุมไปโดยไม่หันกลับมามอง ทิ้งให้คีย์ยืนนิ่งค้างอยู่อย่างนั้น มือของเธอยังคงวางอยู่บนซองจดหมายสีดำเล่มเดิมที่ยังไม่ได้เปิด และในวินาทีที่ประตูกำลังจะปิดลง เสียงฝีเท้าที่หยุดกะทันหันก็ทำให้เธอต้องหันไปมอง
เพลิงหยุดที่หน้าประตู เขาไม่ได้หันมา แต่เสียงทุ้มนั้นเอ่ยขึ้นมาด้วยประโยคที่ทำให้เลือดในกายคีย์เย็นเฉียบ “อ้อ... อย่าพยายามสืบเรื่องจดหมายนั่นเลย เพราะถ้าคุณเปิดมันตอนนี้ คุณจะไม่มีวันได้ทำงานอย่างสงบสุขไปตลอดชีวิต”
เขาก้าวออกไปแล้ว ทิ้งไว้เพียงความเงียบงันและความสงสัยที่กัดกินใจ รินรดารีบขยับเข้ามาใกล้ด้วยสีหน้าตื่นตระหนก “คีย์... แกโอเคไหม? ผู้ชายคนนั้นน่ะอันตรายเกินไปแล้วนะ”
คีย์ยังไม่ตอบ สายตาของเธอมองไปยังซองจดหมายสีดำที่วางอยู่บนโต๊ะ ลางสังหรณ์บางอย่างบอกเธอว่า นี่ไม่ใช่แค่เรื่องงาน แต่มันคือจุดเริ่มต้นของเกมไล่ล่าที่เธออาจจะเป็นฝ่ายถูกล่าเสียเอง
มือเรียวสั่นน้อยๆ ตอนเอื้อมไปหยิบซองนั้นขึ้นมา ในตอนที่เธอกำลังจะใช้นิ้วฉีกตราครั่งสีแดงสดทิ้ง ประตูห้องประชุมที่เพิ่งปิดไปก็ถูกผลักเข้ามาอย่างแรงอีกครั้ง พร้อมกับร่างของเลขานุการส่วนตัวที่วิ่งหน้าตื่นเข้ามา “คุณคีย์คะ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วค่ะ... มีคนแฮ็กระบบสตรีมมิ่งของค่าย และคลิปเสียงที่คุณคุยกับคุณเพลิงเมื่อคืน... มันกำลังถูกปล่อยไปทั่วโซเชียลค่ะ!”
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมลุ้นไปกับความรักที่แฝงด้วยความลับของคีย์และเพลิงนะคะ ดาวตกคืนคริสต์มาสจะพาทุกคนไปพบกับความเดือดระอุในตอนถัดไปแน่นอนค่ะ
เซฟโซนของคนคลั่งงานคือหลังไมค์ของคุณ•ตอนที่ 2
ศิลปินตัวร้ายกับผู้จัดการจอมเนี๊ยบ
ผลงานโดย ดาวตกคืนคริสต์มาส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดาวตกคืนคริสต์มาส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของคนคลั่งงานคือหลังไมค์ของคุณ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
