คุณหนูตัวร้ายพลิกวิถีเกษตรกร กับสามีผู้ไม่เคยหันหลังให้•ตอนที่ 7

จดหมายจากเงินตรา

ผลงานโดย กุหลาบหนามเงิน
“สัญญาฉบับนี้ หากข้าพเจ้า หลินเฟยหรง ส่งมอบ ‘ชาสมุนไพรทองคำ’ ไม่ครบตามจำนวนสิบหีบภายในกำหนด ท่านเฒ่าแก่เฉียนย่อมมีสิทธิ์ยึดทรัพย์สินจำนองครึ่งหนึ่งของเรือนไร่... แต่หากท่านเล่า ส่งมอบเงินมัดจำล่าช้ากว่ายามอู่ (11.00-12.59 น.) แม้แต่เค่อเดียว สัญญาใบนี้จะกลายเป็นกระดาษชำระไร้ค่าทันทีเจ้าค่ะ” เสียงหวานใสแต่ทรงพลังดังขึ้นท่าย์กลางเรือนรับรองไม้ไผ่ที่อบอวลไปด้วยกลิ่นหอมของใบชาคั่วใหม่ๆ หลินเฟยหรงนั่งไขว่ห้างอย่างสง่างามในชุดผ้าฝ้ายปักลายดอกเหมันต์ที่เธอออกแบบตัดเย็บเอง ปลายเลิ่ศเชิดขึ้นเล็กน้อยอย่างคนถือไพ่เหนือกว่า ดวงตาคู่คมกวาดมองพ่อค้าต่างเมืองร่างท้วมที่เหงื่อกาฬแตกพลั่ก ทั้งที่อากาศในฤดูใบไม้ผลินี้ออกจะเย็นสบาย เฒ่าแก่เฉียนกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก สายตาเหลือบมองกระดาษสัญญาบนโต๊ะสลับกับใบหน้าของสตรีตรงหน้า นางไม่ใช่เด็กสาวชาวไร่ไร้เดียงสาอย่างที่ข่าวลือในเมืองหลวงร่ำลือกันเลยแม้แต่น้อย รอยยิ้มที่ประดับอยู่บนมุมปากคู่นั้นเคลือบไว้ด้วยยาพิษชัดๆ ทว่าสินค้าในมือของนาง—ชาสมุนไพรบำรุงธาตุที่ช่วยให้ตื่นตัวและรักษาโรคหอบหืดได้อย่างชะงัก—เป็นสิ่งที่ตระกูลหลี่ของเขาผูกขาดไม่ได้ และกำลังเป็นที่ต้องการอย่างบ้าคลั่งในตลาดเมืองหลวง “คุณหนูหลิน... นี่มันเข้มงวดเกินไปกระมัง เงินมัดจำก้อนนี้ห้าร้อยตำลึงเงินเชียวนะขอรับ” เฒ่าแก่เฉียนเอ่ยเสียงสั่น พยายามต่อรองเพื่อรักษาหน้า “เข้มงวดหรือเจ้าคะ?” เฟยหรงหัวเราะเบาๆ ในลำคอ น้ำเสียงนั้นรื่นหูทว่าเย็นเยียบ “ท่านลืมไปแล้วหรือว่า กว่าข้ากับสามีจะคิดค้นกรรมวิธีหมักใบชาสูตรนี้ขึ้นมาได้ พวกเราต้องอดหลับอดนอนตากน้ำค้างกลางป่าเขานานเท่าใด หากท่านต้องการสินค้าชั้นเลิศในราคาที่พวกท่านผูกขาดกำไรเกินควร ท่านก็ต้องแลกมาด้วยความเด็ดเดี่ยวเช่นกันค่ะ” ฉินอวี้ที่ยืนสงบนิ่งอยู่เบื้องหลังภรรยา ขยับตัวเล็กน้อย ไหล่กว้างในชุดเสื้อคลุมสีเข้มช่วยขับเน้นให้เขาดูน่าเกรงขามดุจเทพารักษ์ผู้พิทักษ์ มือหนาวางทับด้ามดาบข้างกายอย่างลืมตัว สายตาดุดั่งพญาเหยี่ยวที่จ้องมองเฒ่าแก่เฉียนทำให้อีกฝ่ายสะท้านเยือกถึงสันหลัง แม้สามีของนางจะไม่เอ่ยปากสักคำ แต่พลังกดดันอันดิบเถื่อนของอดีตองครักษ์ผู้ผ่านสนามรบมาโชกโชนนั้นทรงพลังยิ่งกว่าคำขู่ใดๆ เฒ่าแก่เฉียนหน้าซีดเผือด รีบควانพู่กันจุ่มหมึกแล้วจรดลายเซ็นลงบนสัญญาอย่างจำใจ ทันทีที่ประทับลายนิ้วมือเสร็จ หีบไม้บรรจุเงินมัดจำห้าร้อยตำลึงก็ถูกเลื่อนมาตรงหน้าเฟยหรง นางยื่นมือเรียวบางไปแตะสัมผัสผิวเงินยวดยิ่ง ประกายตาพึงพอใจวาดผ่านรอยยิ้ม นี่คือเงินก้อนแรกที่นางหามาได้ด้วยหยาดเหงื่อและมันสมองของตนเองในโลกใบใหม่นี้! ไม่ใช่เงินจากการปล้นชิงหรือการใช้อำนาจบาทใหญ่โตเหมือนชาติก่อน ความสุขุมลุ่มลึกจากการบริหารชีวิตและความมั่งคั่งค่อยๆ แผ่ซ่านเข้ามาในอก “ยินดีที่ได้ร่วม The business กันนะเจ้าคะ เฒ่าแก่เฉียน พรุ่งนี้รุ่งสาง ท่านมารับสินค้าล็อตแรกได้ที่ลานตากชาหลังบ้านได้เลยค่ะ” เฟยหรงกล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนหวานขึ้นมาทันที ราวกับเมื่อครู่ไม่ได้ยื่นคำขาดกดดันเขาจนแทบกระอักเลือด เมื่อพ่อค้าต่างเมืองขอตัวลาลับไปพร้อมกับผู้ติดตาม ฉินอวี้จึงก้าวเข้ามาใกล้ โอบเอวบางของภรรยาเข้ามาแนบชิดอย่างถือวิสาสะ ลมหายใจอุ่นๆ รดอยู่ข้างขมับของนาง “เจ้าเคี่ยวเข็ญเขาสะใจเกินไปแล้ว เจ้าตัวร้ายตัวน้อยของพี่” เฟยหรงค้อนใส่สามีวงใหญ่ แต่มุมปากกลับยกย่อง “ใครว่าข้าเคี่ยว เขากำลังจะเอาเปรียบเราต่างหากเล่า ท่านพี่... การทำธุรกิจในยุคสมัยที่บ้านเมืองคลอนแคลนเช่นนี้ หากปราศจากความเฉียบขาด เราก็จะกลายเป็นเหยื่อให้พวกมันเคี้ยวจนไม่เหลือแม้แต่กระดูกค่ะ” นางหันไปหยิบถุงเงินหนักอึ้งขึ้นมาเขย่าเบาๆ เสียงเหรียญกระทบกันกุ๊งกิ๊งดั่งเสียงดนตรีสวรรค์ “และวันนี้ เราจะฉลองความสำเร็จนี้ด้วยอาหารเลิศรสที่ท่านโปรดปรานที่สุด!” บรรยากาศในครัวยามบ่ายอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมหวลของเครื่องเทศและเนื้อหมูสามชั้นที่เคี่ยวจนเปื่อยนุ่มในหม้อดิน หลินเฟยหรงสวมผ้ากันเปื้อนลวกก๋วยเตี๋ยวด้วยความคล่องแคล่ว เส้นหมี่เหนียวนุ่มลอยตัวขึ้นในน้ำซุปกระดูกหมูกลมกล่อม โรยด้วยกระเทียมเจียวกรอบๆ และต้นหอมซอยสีเขียวสด ขอบโต๊ะไม้ไผ่มีหมูสามชั้นตุ๋นซีอิ๊วดำฉ่ำวาวส่งกลิ่นหอมฟุ้งไปทั่วทั้งเรือน จนสุนัขพันธุ์พื้นเมืองหน้าบ้านยังต้องวิ่งมานั่งน้ำลายสอ ฉินอวี้ช่วยยกชามอาหารร้อนๆ มาวางที่โต๊ะ สายตาที่เขามองนางเต็มไปด้วยความคลั่งไคล้และเทิดทูน สำหรับเขาแล้ว หลินเฟยหรงในยามที่จับตะหลิวทำอาหารไม่ต่างจากเทพธิดาผู้ประทานความอิ่มหนำสำราญให้กับชีวิตอันแห้งแล้งของเขา “ทานเสียร้อนๆ นะคะ ท่านพี่ทำงานหนักมาทั้งวันแล้ว” นางตักหมูชิ้นโตวางลงในชามของเขา รอยยิ้มอ่อนโยนที่ปรากฏบนใบหน้างملของภรรยาทำให้หัวใจของอดีตองครักษ์หนุ่มแทบหลอมละลาย ทว่า—ในขณะที่ตะเกียบของทั้งคู่กำลังจะคีบเส้นก๋วยเตี๋ยวเข้าปาก เสียงเคาะประตูกลับดังขึ้นอย่างเร่งรีบและไร้มารยาท ตามด้วยเสียงทุบปังๆ ที่ทำให้น้ำซุปในชามกระฉอก “หลินเฟยหรง! นังตัวดี! แกหลบหัวอยู่ไหน ออกมาเปิดประตูเดี๋ยวนี้!” เสียงแหลมสูงของสะใภ้ใหญ่ตระกูลหลี่ผู้ขึ้นชื่อเรื่องความหน้าด้านแผดลั่นเข้ามา ท่ามกลางความตกใจ ฉินอวี้วางตะเกียบลงทันที ใบหน้าคมเข้มบึ้งตึงขึ้นด้วยความหงุดหงิดที่มีคนมารบกวนเวลาส่วนตัวของเขาและภรรยา เฟยหรงเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ดวงตากลมโตฉายแววเจ้าเล่ห์ดุจจิ้งจอกสาว นางวางชามลงอย่างใจเย็น ปัดเศษแป้งบนมือออกเบื้องช้าๆ ก่อนจะหันไปสบตากับสามี “ดูเหมือนว่า ‘เงินมัดจำ’ ห้าร้อยตำลึงของเรา จะดึงดูดแมลงวันน่ารำคาญเข้ามารังควานเร็วกว่าที่คิดเสียอีกนะเจ้าคะ...” นางเอ่ยด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะเบาๆ (กุหลาบหนามเงิน) ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนผลงานด้วยดีเสมอมานะคะ
สารจากนักเขียน (กุหลาบหนามเงิน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหนูตัวร้ายพลิกวิถีเกษตรกร กับสามีผู้ไม่เคยหันหลังให้ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%