คุณหนูตัวร้ายพลิกวิถีเกษตรกร กับสามีผู้ไม่เคยหันหลังให้•ตอนที่ 14

คำตอบที่คมกริบ

ผลงานโดย กุหลาบหนามเงิน
"เงินจำนวนนี้… เกรงว่าคงต้องให้ฮูหยินตระกูลหลินช่วยนับใหม่อีกสักรอบกระมังเจ้าคะ เพราะเกรงว่าตัวเลขในบัญชีที่ท่านถืออยู่ จะน้อยเสียจนเอาไปซื้อหญ้าให้ม้ากินยังไม่พอ" น้ำเสียงหวานใสทว่าเฉียบคมราวกับใบมีดที่เคลือบด้วยน้ำผึ้งดังขึ้น ท่ามกลางโถงรับแขกอันโอ่อ่าของตระกูลใหญ่ที่เคยขับไล่ไสส่งนางราวกับหมูเหมือนหมา หัวใจของหลินเฟยหรงที่เคยกระตุกวูบจากความหนาวยะเยือกเมื่อครู่ กลับพลิกฟื้นคืนพลังด้วยความเยือกเย็นและมั่นคง รอยยิ้มบนเรียวปากของนางไม่ได้มีไว้เพื่อประจบประแจง แต่เป็นรอยยิ้มของพญาหงส์ที่มองลงมาจากฟากฟ้า—สูงส่ง เจิดจ้า และไม่อาจเอื้อมถึง ดวงตาคู่สวยกวาดมองผู้เป็นบิดาบังเกิดเกล้าและบรรดาผู้วิอาวุโสแห่งตระกูลหลินที่นั่งหน้าซีดเผือดอยู่เบื้องหน้า บนโต๊ะไม้เนื้อดีเวลานี้ไม่ได้มีเพียงน้ำชาชั้นดี แต่มี "ตัวเลขผลกำไร" จากอาณาจักรเกษตรกรรมและผลิตภัณฑ์แปรรูปที่นางกับฉินอวี้ร่วมกันสร้างขึ้นจากมือเปล่า วางตบหน้าคนตระกูลหลินจนชาหนบหนับไปทั้งแถบ ย้อนกลับไปในวินาทีที่ความหนาวเหน็บแล่นริ้วขึ้นสันหลัง หลินเฟยหรงเพียงแค่ปะทะเข้ากับเงาอดีตอันน่าเวทนาที่พวกมันจงใจขุดคุ้ยขึ้นมาขู่ขวัญ แต่นางหาใช่หลินเฟยหรงคนเก่าผู้โง่เขลาเบาปัญญาไม่ นางคือสตรีผู้ผ่านความตายมาแล้วครั้งหนึ่ง และในโลกใบใหม่นี้ นางมีทั้งความรู้สมัยใหม่และสามีผู้พร้อมเอาชีวิตเข้าแลกเพื่อปกป้องนาง "เจ้า… นังเด็กอกตัญญู! กล้าดียังไงมาพูดจาอวดดีต่อหน้าบรรพบุรุษ!" เสียงตบโต๊ะดังสนั่นหวั่นไหว พร้อมกับใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยวของผู้อาวุโสใหญ่แห่งตระกูล ที่ยามนี้ทนรับความอับอายไม่ไหวเมื่อเห็นยอดตัวเลขกำไรสุทธิไตรมาสล่าสุดของ "ไร่อรุณสวัสดิ์" ที่เฟยหรงส่งคนนำมาวางไว้กลางวงประชุม เฟยหรงไม่ได้สะดุ้งสะเทือน นางเพียงยกปลายนิ้วเรียวงามขึ้นจัดปิ่นปักผมหยกขาวบนศีรษะอย่างใจเย็น ท่วงท่าอิริยาบถเปี่ยมด้วยความสง่างามราวกับฮูหยินผู้สูงศักดิ์หาใช่หญิงบ้านนา ทว่าในสายตาของคนตระกูลหลิน ยามนี้นางดูน่ากลัวยิ่งกว่าปีศาจทวงหนี้ "ผู้อาวุโสใหญ่โปรดระวังวาจาด้วยนะคะ" เฟยหรงกล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล แต่ทุกคำหนักแน่นราวก้อนหินที่ทุ่มลงบนพื้นน้ำ "คำว่าอกตัญญูนี้ ข้าเกรงว่าท่านคงจำสลับกันเสียแล้ว วันที่พวกท่านขับไล่ข้าออกจากตระกูลโดยให้เงินติดตัวมาเพียงน้อยนิด พร้อมกับตราหน้าว่าข้าคือตัวหายนะ… พวกท่านคงไม่คิดว่าข้าจะยังมีชีวิตรอดจนสามารถผูกขาดการส่งออกแป้งข้าวเจ้าและสมุนไพรบำรุงโลหิตให้แก่กองทัพชายแดนได้หรอlic? อ้อ… และถ้าท่านนับตัวเลขในกระดาษแผ่นนั้นไม่ถ้วน ให้ข้าช่วยส่งเสมียนจากหอการค้ามาสอนบัญชีใหม่อีกสักรอบดีไหมคะ?" ความเงียบงันเข้าปกคลุมห้องโถงจนได้ยินเสียงลมหายใจที่ติดขัดของทุกคน บรรดาอนุและบ่าวรับใช้ต่างก้มหน้าหลบสายตา ไม่มีใครกล้าหายใจแรง แม้แต่บิดาแท้ๆ ของนางที่นั่งอยู่หัวโต๊ะยังได้แต่ริมฝีปากสั่นระริก พูดไม่ออกบอกไม่ถูก เมื่อตระกูลหลินของพวกเขากำลังเผชิญหน้ากับวิกฤตทางการเงินครั้งใหญ่ และมีเพียง "สตรีที่พวกเขาทอดทิ้ง" เท่านั้นที่เป็นผู้กุมเส้นเลือดใหญ่ทางเศรษฐกิจที่สามารถต่อลมหายใจให้ตระกูลนี้ได้ ในขณะที่บรรยากาศกำลังตึงเครียดถึงขีดสุด ประตูโถงรับแขกก็ถูกผลักเปิดออกอย่างแรงโดยไม่รออนุญาต ร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อคลุมกันหนาวสีเข้มของบุรุษผู้หนึ่งก้าวเข้ามาอย่างมั่นคง กลิ่นอายความเยือกเย็นและดุดันแบบฉบับอดีตองครักษ์ผู้ผ่านสมรภูมิรบแผ่ซ่านไปทั่วบริเวณ ฉินอวี้กวาดสายตาคมกริบมองรอบห้องด้วยความระแวดระวัง ก่อนที่สายตาคู่นั้นจะอ่อนแสงลงทันทีเมื่อสบเข้ากับดวงตาของภรรยา เขาก้าวเข้าไปยืนเคียงข้างนางอย่างเป็นเจ้าเข้าเจ้าของ ฝ่ามือหนากร้านจากการจับดาบและไถดินเอื้อมมาโอบไหล่บางไว้หลวมๆ เป็นการประกาศสถานะและความคุ้มครองอย่างชัดเจนไร้ข้อกังขา "ภรรยาข้า… เจรจาเสร็จแล้วหรือยัง?" เสียงทุ้มต่ำเอמהถามภรรยาด้วยความอ่อนโยน ทว่าหางตากลับตวัดมองเหล่าผู้อ tratoตระกูลหลินด้วยแววตาดุจพญาอินทรีย์ที่พร้อมขย้ำเหยื่อหากพวกมันกล้าทำให้นางขุ่นเคืองใจแม้แต่น้อย "ยังเลยค่ะท่านพี่" เฟยหรงยิ้มละไมให้น้ำเสียงที่อ่อนลงของสามี นางหันกลับไปสบตาบิดาอีกครั้ง "ท่านพ่อคะ โอกาสที่ข้าจะกลับมาเหยียบเรือนตระกูลหลินในฐานะแขกผู้มีเกียรติเช่นนี้ มิใช่เพราะข้าโหยหาอดีตอันปลอมเปลือก แต่ข้ามาเพื่อบอกพวกท่านให้ชัดเจนว่า นับจากวันนี้เป็นต้นไป... สินค้าเกษตรทุกชนิดในมณฑลนี้ หากข้าไม่อนุญาต ก็อย่าหวังว่าจะมีใครส่งออกไปขายได้แม้แต่เมล็ดเดียว!" ประโยคนั้นเปรียบเสมือนประกาศิตจากสวรรค์ที่ตัดอนาคตของตระกูลหลินจนขาดสะบั้น บิดาของนางหน้าซีดเผือดจนลมแทบจับ ร่างกายทรุดฮวบลงกับพนักเก้าอี้ ทว่าก่อนที่ใครจะได้เอ่ยปากแก้ตัว เสียงฝีเท้าเร่งรีบของพ่อบ้านก็ดังแทรกขึ้นมาจากนอกประตู พร้อมกับใบหน้าที่ตื่นตระหนกจนแทบเสียสติ "นายท่าน! ฮูหยิน! เกิดเรื่องใหญ่แล้วขอรับ!" พพ่อบ้านวิ่งหน้าตั้งเข้ามาคุกเข่าตัวสั่นเทา "ราชองครักษ์จากเมืองหลวง… นำราชโองการลับมาประกาศที่หน้าประตูจวน บอกว่า… บอกว่ามีพระราชเสาวนีย์แต่งตั้งให้… ให้ไร่อรุณสวัสดิ์ของฮูหยินเฟยหรง เป็น ‘อุทยานเกษตรหลวงประจำแคว้น’ และยกเว้นภาษีการค้าให้สามปีเต็มขอรับ!" รอยยิ้มบนใบหน้าของหลินเฟยหรงระบายกว้างขึ้นอย่างงดงาม ในขณะที่ฉินอวี้กระชับวงแขนโอบกอดนางแน่นขึ้นเล็กน้อย ท่ามกลางความตกตะลึงพรึงเพริดที่ทำให้คนตระกูลหลินแทบกระอักเลือดออกมาเป็นโลหิต "กุหลาบหนามเงิน" ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนกันมาโดยตลอดนะคะ
สารจากนักเขียน (กุหลาบหนามเงิน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหนูตัวร้ายพลิกวิถีเกษตรกร กับสามีผู้ไม่เคยหันหลังให้ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%