"ถ้าพวกท่านยังไม่ไสหัวออกไปจากเขตที่ดินของข้าในสามลมหายใจนี้ อย่าหาว่าข้าคนนี้ไม่เตือน!"
น้ำเสียงของหลินเฟยหรงไม่ได้ตึงเครียดหรือเกรี้ยวกราด นางเอ่ยออกไปด้วยรอยยิ้มประดับมุมปาก รอยยิ้มที่งดงามราวกับบุปผาแรกแย้ม ทว่ากลับทำให้ผู้คนตระกูลหลินที่ยืนออกันอยู่หน้าลานบ้านถึงกับหน้าถอดสี ขาแข็งก้าวไม่ออก สายตาที่พวกเขามองมายังนางในยามนี้ มิใช่สายตาดูแคลนเช่นวันวานอีกต่อไป แต่เป็นความหวาดหวั่นพรั่นพรึงราวกับกำลังเผชิญหน้ากับปีศาจจำแลง
ภาพเหตุการณ์เมื่อครู่ยังคงติดตรึงอยู่ในความทรงจำของทุกคน บรรดาญาติผู้พี่และป้าสะใภ้ที่เคยยกโขยงกันมาหมายจะกรรโชกทรัพย์สินและสูตรปุ๋ยอินทรีย์วิเศษ ต้องพากันถอยร่นกรูดด้วยความอับอายและเจ็บแค้นจนกระอัก
แต่สิ่งที่ทำให้หัวใจของหลินเฟยหรงเต้นรำไปจังหวะอื่น มิใช่ความสะใจในการตบหน้าคนตระกูลเดิม หากแต่อ้อมแขนแข็งแกร่งที่โอบกอดกระชับอยู่รอบเอวของนางต่างหาก...
ฉินอวี้... ชายหนุ่มผู้ขึ้นชื่อว่าเย็นชาและพูดน้อยเป็นนิจในสายตาชาวบ้าน บัดนี้กลับยืนหยัดค้ำจุนนางไว้อย่างมั่นคง ไอร้อนจากแผงอกหนาแผ่ซ่านทะลุผ่านเนื้อผ้าเข้ามาจนแผ่นหลังของนางรู้สึกอบอุ่นวาบ กลิ่นอายบุรุษเพศเจือกลิ่นดินกลิ่นหญ้าและเหงื่อจางๆ จากการทำงานหนัก ช่างเป็นความปลอดภัยที่นางไม่เคยสัมผัสมาตลอดชีวิตสองภพ
เมื่อร่างเงาของคนตระกูลหลินลับหายไปในความมืดสลัวยามพลบค่ำ เสียงถอนหายใจยาวๆ ของชาวบ้านมุงที่แอบดูอยู่รอบนอกจึงดังขึ้นเป็นระลอก ความเงียบสงบเริ่มโรยตัวลงมาปกคลุมไร่ปลายนาอีกครั้ง ฉินอวี้ค่อยๆ คลายวงแขนออกช้าๆ ราวกับเสียดายสัมผัสนั้น แต่ดวงตาคมกราบที่ทอดมองนางกลับเต็มไปด้วยคลื่นอารมณ์ซับซ้อนที่ยากจะหยั่งถึง
"เจ้า... เจ็บตรงไหนหรือไม่?" สุ้มเสียงทุ้มต่ำเอמהเอื้อนถามด้วยความกังวลระคนห่วงใย ฝ่ามือหนาที่หยาบกร้านจากการจับดาบและไถนาคู่นั้น เอื้อมขึ้นมาหมายจะแตะสำรวจตามเนื้อตัวของนางอย่างเผลอไผล แต่แล้วก็ชะงักค้างกลางอากาศราวกับเพิ่งรู้ตัวว่ามันอาจจะดูไม่เหมาะสม
หลินเฟยหรงช้อนสายตาขึ้นมองสามีของตน นางกะพริบตาปริบๆ รอยยิ้มซุกซนผุดขึ้นที่ริมฝีปากอิ่ม "ท่านพี่คิดว่าคนพวกนั้นจะทำร้ายข้าได้หรือคะ? หรือท่านเป็นห่วงกลัวว่าข้าจะมือหนักเกินไปจนเผลอหักกระดูกใครเข้าจริงๆ กันแน่"
ฉินอวี้ชะงักไปชั่วขณะ ก่อนมุมปากหยักลึกจะยกย่องขึ้นน้อยๆ เป็นรอยยิ้มหายากที่ทำให้ใบหน้าคมคายนั้นดูหล่อเหลาขึ้นอีกหลายส่วน "ข้าไม่ได้กลัวว่าคนพวกนั้นจะทำร้ายเจ้า... ข้าแค่กลัวว่าเจ้าจะเหนื่อยเกินไปจนมือเรียวคู่นี้ต้องระคายเคืองต่างหาก"
คำพูดเรียบง่ายแต่กลับแฝงความคลั่งรักไว้อย่างเต็มเปี่ยม ทำเอาหลินเฟยหรงถึงกับใบหน้าร้อนผ่าว หัวใจดวงน้อยกระหน่ำเต้นโครมครามจนแทบจะกระโดดออกมานอกอก นางรีบเบือนหน้าหนีซ่อนความเขินอายไว้ภายใต้แสงจันทร์กระจ่างที่เริ่มลอยเด่นขึ้นสู่กลางท้องฟ้า
คืนนี้เป็นคืนเดือนหงาย แสงสีนวลตาดั่งผงแป้งโรยราไปทั่วทั้งอาณาบริเวณบ้านไร่ แปลงเกษตรผสมผสานที่นางทุ่มเทแรงกายแรงใจสร้างขึ้นสะท้อนประกายระยิบระยับราวกับโรยด้วยเพชร กลิ่นหอมจางๆ ของดอกไม้ป่าและพืชสมุนไพรลอยล่องมาตามลม ขับเน้นให้บรรยากาศรอบตัวมีความโรแมนติกอย่างประหลาด
"ดึกมากแล้ว เข้าไปข้างในกันเถอะค่ะ" หลินเฟยหรงเอמהเสียงเบา พยายามปรับน้ำเสียงให้เป็นปกติที่สุดแล้วก้าวเท้าเดินนำ
ทว่า เดินไปได้เพียงสองก้าว ข้อมือเรียวก็ถูกรั้งไว้ด้วยมืออุ่นจัด ฉินอวี้ไม่ได้ดึงนางเข้าไปหาความรุนแรง แต่แรงฉุดนั้นมั่นคงและนุ่มนวลจนนางต้องหันกลับไปมองด้วยความฉงน
ใต้แสงจันทร์ที่สาดส่องลงมาทาบทับร่างสูงใหญ่ ดวงตาของฉินอวี้ลุ่มลึกราวกับห้วงมหาสมุทรยามราตรี มันเต็มไปด้วยความจริงจังและความรู้สึกอัดอั้นที่ถูกเก็บงกดลึกไว้ใต้ก้นบึ้งของหัวใจมาเนิ่นนาน
"เฟยหรง..."
นี่เป็นครั้งแรกที่เขาเรียกชื่อนางตรงๆ โดยไม่มีคำนำหน้าใดๆ น้ำเสียงนั้นทุ้มต่ำและสั่นเครือเล็กน้อยราวกับคน1ที่กำลังรวบรวมความกล้าทั้งหมดในชีวิต
หลินเฟยหรงหยุดนิ่ง นางสัมผัสได้ถึงคลื่นพลังความรักและความเจ็บปวดที่ปะปนกันอยู่ในแววตาคู่นนั้น บรรยากาศรอบตัวราวกับหยุดนิ่ง เสียงจิ้งหรีดเรไรที่เคยร้องระงมราวกับเงียบหายไปในพริบตา
"มีอะไรหรือคะ? ท่านพี่มีเรื่องอันใดติดค้างอยู่ในใจหรือเปล่า" นางเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงโดยไม่รู้ตัว ความเย่อหยิ่งและเล่ห์เหลี่ยมทั้งปวงมลายหายสิ้นเมื่ออยู่เบื้องหน้าบุรุษผู้นี้
ฉินอวี้สูดลมหายใจเข้าลึก ราวกับต้องการรวบรวมเศษเสี้ยวความกล้าทั้งหมด เขาจ้องลึกเข้าไปในดวงตากลมโตคู่นั้น ประหนึ่งจะสลักภาพของนางไว้ในวิญญาณชั่วนิรันดร์
"วันแรกที่เจ้ารับสมรสเข้ามาในเรือนหลังเล็กโทรมๆ นี้ ข้าคิดว่าเจ้าคงเป็นเพียงคุณหนูเอาแต่ใจที่ถูกตามใจจนเสียคน ข้าเตรียมใจรับมือกับความเกลียดชัง การดูถูก และความรังเกียจที่เจ้าจะมีต่อข้าไว้หมดแล้ว..."
เสียงของเขาแหบพร่าลงเล็กน้อย มืออีกข้างยกขึ้นกำเข้าหากันแน่นจนเส้นเลือดปูดโปーン
"ข้าเป็นเพียงอดีตองครักษ์ตกอับ มือเปื้อนเลือด ไร้อนาคต... ข้าไม่เคยคิดเลยว่า ชีวิตนี้จะได้เห็นวันที่เจ้าแย้มยิ้มอย่างมีความสุขท่ามกลางดินโคลนและแปลงผักเหล่านี้ ไม่เคยคิดเลยว่า... สตรีที่ข้าแอบมองด้วยความเจียมตัวมาตลอด จะกลายมาเป็นภรรยาที่ข้า..." เขาหยุดชะงักไปชั่วครู่ กลืนก้อนสะอื้นลงคอ ก่อนจะกล่าวต่อด้วยน้ำเสียงที่สั่นสะท้านอย่างควบคุมไม่อยู่
"...ที่ข้า... รักจนหมดหัวใจ"
คำสารภาพที่พรั่งพรูออกมาท่ามกลางแสงจันทร์นวลตา ราวกับสายฟ้าฟาดลงกลางใจของหลินเฟยหรง โลกทั้งใบคล้ายหยุดหมุน ขอบตาร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างกะทันหัน ความทรงจำในชาติก่อนที่นางเคยปฏิบัติย่ำยีต่อเขาอย่างไร้เยื่อใยไหลย้อนกลับมาทิ่มแทงหัวใจ แต่ทว่า ในยามนี้... มือคู่เดิมที่นางเคยผลักไส กลับเป็นมือที่โอบกอดและปกป้องนางจากคนทั้งโลก
นางอ้าปากค้างเล็กน้อย คำพูดนับร้อยที่เคยเตรียมไว้ใช้เอาตัวรอดในโลกอันโหดร้ายนี้ กลับติดอยู่ริมฝีปาก เอ่ยไม่ออกแม้แต่คำเดียว
ฉินอวี้เห็นนางเงียบไป หัวใจแกร่งก็กระตุกวูบด้วยความหวาดกลัว เขาคิดว่านางคงรังเกียจความใจกล้าของตน หรืออาจจะยังนึกโกรธเกลียดเขาอยู่ ชายหนุ่มรีบปล่อยมือจากข้อมือของนางอย่างลิบลับ ถอยหลังไปก้าวหนึ่งด้วยท่าทางเก้ๆ กังๆ ที่หาดูได้ยากยิ่ง
"ข้า... ข้าขอโทษที่พูดจาล่วงเกินเจ้า เกรงว่าเจ้าคงอึดอัด... รีบเข้าไปพักผ่อนเถอะ ข้าจะไปนอนเฝ้าที่นอกชานเรือนเอง" พูดจบ ฉินอวี้ก็เบือนหน้าหนีเตรียมจะสาวเท้าเดินแยกตัวออกไปด้วยความเจียมเนื้อเจียมตัวตามนิสัยเดิม
ทว่า ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง ก่อนที่แผ่นหลังกว้างจะทันได้หมุนตัวจากไป
หมับ!
เรียวแขนเล็กทั้งสองข้างสวมกอดเข้าที่เอวสอบของเขาจากด้านหลังอย่างรวดเร็ว แรงปะทะนั้นทำให้ร่างสูงชะงักกึก ฉินอวี้เบิกตากว้างด้วยความตกตะลึงพรึงเพริด ลมหายใจสะดุดกกค้าง
ใบหน้าเนียนนุ่มแนบซบลงกับแผ่นหลังกว้างของสามี สัมผัสได้ถึงกล้ามเนื้อที่เกร็งแน่นด้วยความตกใจ ไอรุ่นจากร่างกายของนางแผ่ซ่านเข้ามาจนหัวใจของเขาเต้นรำด้วยความบ้าคลั่ง
"ท่านพี่คนโง่..." เสียงกระซิบแผ่วเบาลอยลอดออกมาจากริมฝีปากของหลินเฟยหรง น้ำเสียงนั้นสั่นเครือเจือสะอื้นเล็กน้อย ทว่าเปี่ยมไปด้วยความหวานล้ำที่ทำเอาวิญญาณของคนฟังแทบล่องลอย
ฉินอวี้ตัวแข็งทื่อราวกับถูกสาปให้เป็นหิน เขาก้มมองมือเรียวเล็กที่เกี่ยวประสานกันแน่นอยู่รอบเอวของตน หัวใจพองโตขึ้นจนคับอก ความรู้สึกอัดอั้นที่เก็บงำมาแรมปีพังทลายลงในชั่วพริบตา
"เจ้า... ว่าอย่างไรนะ?" เขาถามย้ำเสียงพร่า ราวกับไม่แน่ใจว่านี่คือความจริงหรือความฝัน
หลินเฟยหรงคลายอ้อมกอดเล็กน้อย ก่อนจะก้าวเดินอ้อมมาหยุดอยู่เบื้องหน้าเขา ดวงตากลมโตฉายประกายระยิบระยับแข่งกับแสงจันทร์ หยาดน้ำใสคลอหน่วยที่หางตาเล็กน้อย แต่วิมลรอยยิ้มบนริมฝีปากกลับงดงามล่มเมืองยิ่งกว่าสิ่งใด
นางเงยหน้าขึ้นสบตาเขาตรงๆ ไม่หลบเลี่ยงอีกต่อไป
"ท่านคิดว่าข้าใจร้ายและเย่อหยิ่งมาตลอดใช่ไหมคะ? แต่ท่านไม่เคยรู้เลย... ว่าการได้เกิดใหม่มาพบท่านในชาตินี้ คือของขวัญที่ล้ำค่าที่สุดที่สวรรค์เคยประทานให้ข้า"
นิ้วเรียวยาวเอื้อมขึ้นสัมผัสกับแก้วสากระคายของชายหนุ่มแผ่วเบา สัมผัสที่อบอุ่นและจริงใจส่งผ่านไปถึงหัวใจของฉินอวี้จนเขาต้องหลับตาลงรับความรู้สึกนั้นอย่างโหยหา
"ข้าไม่ได้เกลียดท่าน... และไม่เคยอึดอัดเลยสักนิด" หลินเฟยหรงกระซิบชิดริมฝีปากของเขา ลลมหายใจอุ่นร้อนรินรดกันและกัน "ตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป ไม่ว่าหนทางข้างหน้าจะยากลำบากเพียงใด หรือใครหน้าไหนจะกล้ามาขัดขวางความสุขของเรา... ข้าจะยืนเคียงข้างท่าน ไม่ยอมหันหลังให้เด็ดขาดค่ะ"
คำสัญญาที่หนักแน่นยิ่งกว่าผาหิน ทำให้ฉินอวี้แทบคลั่ง เขาไม่อาจอดกลั้นความปรารถนาที่แผดเผาอยู่ในอกได้อีกต่อไป สองมือแกร่งยกขึ้นประคองใบหน้างามไว้อย่างทะนุถนอมราวกับไข่มุกอันล้ำค่า ก้มใบหน้าลงหมายจะประทับจุมพิตลงบนริมฝีปากอิ่มที่เอ่ยวาจายั่วยวนใจเมื่อครู่
ทว่า... ในจังหวะที่ริมฝีปากของทั้งคู่ห่างกันเพียงคืบเดียว เสียงฝีเท้าหนักหน่วงหลายคู่ก็ดังแหวกความเงียบสงบยามวิกาลมาจากทางปากทางเข้าไร่ พร้อมกับแสงคบเพลิงสว่างจ้าที่สาดส่องเข้ามาจนแสบตา!
"ใต้เท้า! แย่แล้วขอรับ! มีกองกำลังไม่ทราบฝ่ายนับสิบคน กำลังบุกรุกเข้ามาทางเขตแนวป่าหลังบ้านพ่ะย่ะค่ะ!"
เสียงตะโกนด้วยความตื่นตระหนกของลูกน้องคนสนิทที่ฉินอวี้แอบซ่อนไว้ใช้งาน ดังแทรกขึ้นทำลายบรรยากาศอันแสนหวานในค่ำคืนเดือนหงายลงอย่างไม่ไว้หน้า!
**************************************
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางไปกับความรักและการสร้างเนื้อสร้างตัวของสองสามีภรรยาคู่นี้เสมอนะคะ
คุณหนูตัวร้ายพลิกวิถีเกษตรกร กับสามีผู้ไม่เคยหันหลังให้•ตอนที่ 15
คืนเดือนหงายที่บ้านไร่
ผลงานโดย กุหลาบหนามเงิน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กุหลาบหนามเงิน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหนูตัวร้ายพลิกวิถีเกษตรกร กับสามีผู้ไม่เคยหันหลังให้ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!