"หากพวกท่านยังดึงดันจะขวางทางน้ำสายนี้ เกรงว่าปีหน้าข้าวในนาของตระกูลเฉินคงไม่ได้แม้แต่เมล็ดเดียวที่จะงอกเงยค่ะ"
น้ำเสียงของหลินเฟยหรงหวานใส ทว่าก้องกังวานและเฉียบคมราوهاคมมีดที่กรีดลงบนผิวผ้าไหมเนื้อดี รอยยิ้มประดับมุมปากของนางมิได้ไปถึงดวงตาคู่คมที่กวาดมองเหล่าผู้อาวุโสประจำหมู่บ้านและญาติผู้พี่ใจคดที่พากันมาขวางทางรถเข็นดินของนางไว้ที่ริมแปลงนา แปลงนาแห่งนี้เคยแห้งแล้งจนแตกระแหง ดั่งเช่นจิตใจของคนที่นี่ที่คอยเหยียบย่ำนางในวันที่ตกต่ำ ทว่าเวลานี้ ภายใต้การบริหารจัดการอันชาญฉลาดและการคำนวณทิศทางน้ำอย่างแม่นยำดั่งจับวาง นางกำลังจะพลิกฟื้นผืนดินผืนนี้ให้กลายเป็นทองคำ
เฉินต้าหู่ ผู้อาวุโสจอมเจ้าเล่ห์ถ่มน้ำลายลงพื้นอย่างดูแคลน ก่อนจะกอดอกแค่นเสียงฮึดฮัด "นังตัวร้าย! เจ้าคิดว่าแต่งให้กับไอ้ทหารพิการไร้ค่าคนนั้นแล้วจะใหญ่มาจากไหนกัน เจ้าเด็กเมื่อวานซืนอย่างเจ้าจะมารู้ดีกว่าบรรพบุรุษที่ขุดคลองนี้มาหลายชั่วคนได้อย่างไร ทางน้ำธรรมชาติไหลไปทางทิศตะวันออก เจ้าจะดลบันดาลให้มันไหลขึ้นเหนือไปรดนาของเจ้าได้อย่างไรกัน ถือดีเกินไปแล้ว!"
เฟยหรงไม่โกรธเคือง นางเพียงปัดเศษฝุ่นบนเสื้อผ้าฝ้ายเนื้อหยาบที่สวมใส่เพื่อความคล่องตัวอย่างใจเย็น ดวงตากวาดมองแผนผังระบบชลประทานที่นางร่างขึ้นด้วยถ่านไม้บนแผ่นกระดานหยาบๆ แผนผังนั้นละเอียดลออจนน่าตกใจ ทุกโค้งน้ำ ทุกความลาดชัน และทุกจุดกักเก็บล้วนผ่านการคำนวณทางวิศวกรรมที่ล้ำหน้ากว่ายุคสมัยนี้หลายร้อยปี
"บรรพบุรุษขุดคลองตามบุญตามกรรม แต่นั่นไม่ใช่เหตุผลที่เราต้องยอมจำนนต่อความแห้งแล้งไปชั่วชีวิตนี่คะ ท่านลุงเฉิน" เฟยหรงก้าวเข้าไปใกล้ทีละน้อย กดดันด้วยท่าทีสง่างามที่หลงเหลือจากชาติภพก่อน "ท่านบอกว่าน้ำไหลไปตะวันออก... ถูกต้องค่ะ แต่น้ำจำนวนมหาศาลกำลังไหลทิ้งสู่วัดร้างอย่างไร้ค่าในขณะที่นาข้าวของชาวบ้านทางเหนือแห้งตาย หากเราทำ 'ฝายกั้นน้ำแบบหมุนเวียน' และขุดคูระบายเฉียงสิบห้าองศานี้ น้ำจะไม่เพียงพอใช้ แต่มันจะไหลเข้าสู่ระบบแปลงนาแบบขั้นบันไดที่ข้าออกแบบไว้ได้อย่างทั่วถึง... หรือว่า... ที่ท่านไม่อยากให้ข้าขุด เพราะกลัวว่านาของตระกูลเฉินของท่านจะหมดอำนาจในการผูกขาดการควบคุมน้ำในหมู่บ้านกันแน่คะ?"
ประโยคสุดท้ายถูกเอ่ยด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา แต่กลับแทงทะลุเข้าไปในจิตใจดำมืดของคนฟังจนหน้าถอดสี เฉินต้าหู่สะดุ้งเฮือก หลบสายตาวาววับที่ราوهاมองทะลุปรุโปร่งของนาง
ทันใดนั้น ร่างสูงใหญ่ในชุดผ้าฝ้ายสีเข้มเปื้อนดินก็ก้าวเข้ามาประชิดด้านหลังของเฟยหรงอย่างเงียบเชียบ ฉินอวี้ไม่ได้เอ่ยคำขู่ใดๆ แววตาคมกริบดั่งพยัคฆ์ซ่อนเล็บกวาดมองกลุ่มคนตระกูลเฉินทีละคน มือหนาที่ผ่านการจับดาบมาโชคโชนวางลงบนด้ามจอบเหล็กกล้าที่เพิ่งตีขึ้นใหม่ เสียงโลหะกระทบพื้นเบาๆ แต่กลับทำให้บรรยากาศรอบด้านเงียบกริบลงทันตาเห็น ความกดดันจากอดีตองครักษ์ผู้ผ่านสนามรบมาโชกโชนนั้นรุนแรงเสียจนไม่มีใครกล้าขยับตัว
"ภรรยาข้าพูดคำไหน คือคำนั้น" ฉินอวี้เอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำและราบเรียบ ทว่าทรงพลังอำนาจจนคนฟังขนลุกซู่ "ใครกล้าขัดขวางการขุดทางน้ำสายนี้... ก็ลองก้าวผ่านศพข้าไปก่อน"
เฟยหรงชำเลืองมองสามีที่ยืนหยัดเป็นโล่กำบังให้ตนนิ่งๆ หัวใจดวงน้อยที่เคยด้านชาอุ่นวาบขึ้นมาอย่างประหลาด นางยื่นมือไปแตะแขนเสื้อที่เปียกชื้นของเขาเบาๆ ส่งยิ้มละมุนให้เสี้ยววินาทีหนึ่ง ก่อนจะหันกลับไปสั่งการคนงานที่จ้างมาด้วยความเด็ดขาด
"ลงมือได้! ขุดร่องน้ำตามแนวเส้นชอล์กที่ข้าตีไว้ ห้ามพลาดแม้แต่นิ้วเดียว!"
เสียงจอบกระทบดินและเสียงก้อนหินถูกงัดออกดังระงมไปทั่วท้องทุ่ง แผนการจัดการน้ำอันแยบยลเริ่มเป็นรูปเป็นร่าง น้ำใสสะอาดสายใหม่ถูกเบี่ยงเบนให้ไหลเข้ามาตามคูน้ำที่ขุดขึ้นใหม่อย่างเป็นระเบียบ ราวกับมังกรเงินที่กำลังเลื้อยคลานเข้าโอบอุ้มผืนดินแห้งแล้งให้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง ภาพของแปลงนาที่กำลังได้รับความชุ่มฉ่ำเรียกเสียงฮือฮาและรอยยิ้มจากชาวบ้านยากจนที่ยืนมองอยู่ห่างๆ ได้เป็นอย่างดี
เมื่อดวงอาทิตย์เริ่มคล้อยต่ำลง ท้องฟ้าแต่งแต้มด้วยสีส้มอมแดงระเรื่อ งานขุดลอกทางน้ำสายใหม่ก็ลุล่วงไปได้ด้วยดีอย่างไร้ที่ติ เฟยหรงยืนเช็ดเหงื่อบนหน้าผากด้วยผ้าสะอาด มองดูสายน้ำที่ไหลรินหล่อเลี้ยงผืนนาด้วยความภาคภูมิใจ กลิ่นดินชื้นๆ ผสมผสานกับกลิ่นหอมกรุ่นของข้าวใหม่ปลามันที่ลอยมาจากหมู่บ้านทำให้ท้องเริ่มร้องประท้วง
"เหนื่อยแล้วสินะคะท่านพี่" เฟยหรงหันไปเอ่ยกับสามีที่ยังคงยืนคุมเชิงอยู่ไม่ห่าง
ฉินอวี้ส่ายหน้า รอยยิ้มจางๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้าคมคายที่ปกติมักจะเรียบเฉย "เพื่อเจ้า... พี่ไม่เหนื่อยเลยสักนิด"
เขายื่นกระบอกไม่ไผ่ใส่น้ำอุ่นให้ภรรรยา ก่อนที่ทั้งคู่จะเตรียมตัวเดินทางกลับเรือนเพื่อพักผ่อนจากความเหน็ดเหนื่อยตลอดทั้งวัน ทว่าในขณะที่พวกเขากำลังจะก้าวเท้าออกจากเขตแปลงนา เสียงฝีเท้าเร่งรีบพร้อมเสียงหอบหายใจของเด็กรับใช้บ้านรองก็ดังแทรกขึ้นมาเสียก่อน
"คุณหนูใหญ่! นายท่านรองกับฮูหยินใหญ่พาคนกลุ่มใหญ่บุกไปที่เรือนของเราแล้วค่ะ พวกเขาบอกว่า... บอกว่าถ้าท่านไม่ยอมยกสิทธิ์การจัดการน้ำสายใหม่นี้ให้ตระกูลหลัก พวกเขาจะพังเรือนของท่านให้ราบคาบในคืนนี้เลยค่ะ!"
เฟยหรงหยุดชะงัก รอยยิ้มอ่อนโยนบนใบหน้าเลือนหายไปในพริบตา แทนที่ด้วยแววตาเยือกเย็นดั่งน้ำแข็งพันปี นางหันไปสบตากับฉินอวี้ที่ประกายตาคมกริบวาวโรจน์ขึ้นมาทันที
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนผลงานด้วยดีเสมอมานะคะ
คุณหนูตัวร้ายพลิกวิถีเกษตรกร กับสามีผู้ไม่เคยหันหลังให้•ตอนที่ 9
ทางน้ำสายใหม่
ผลงานโดย กุหลาบหนามเงิน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กุหลาบหนามเงิน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหนูตัวร้ายพลิกวิถีเกษตรกร กับสามีผู้ไม่เคยหันหลังให้ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!