คมดาบสะท้อนแสงจันทร์ยามวิกาลจนแสบตา เสียงหวีดหิวของลมหนาวไม่น่ากลัวเท่าเสียงฝีเท้าที่ย่ำกรายเข้ามาใกล้กระท่อมปลายนาของตระกูลฉิน หลินเฟยหรงกุมถุงเงินที่ได้จากการขายหัวผักกาดหิมะล็อตแรกแน่น หัวใจของนางเต้นรำด้วยความหวาดหวั่นผสมผสานกับความโกรธเกรี้ยว กลุ่มโจรป่ากลุ่มนี้ไม่ใช่คนแปลกหน้า พวกมันคือสุนัขรับใช้ที่ถูกส่งมาจากตระกูลเดิมของนางเอง เพื่อหมายจะปล้นชิงผลกำไรและทำลายชีวิตใหม่ที่นางเพียรสร้างขึ้นด้วยหยาดเหงื่อ
"ออกไปซะ! ที่นี่ไม่ใช่ที่ที่พวกเจ้าจะมาเหยียบย่ำได้ตามอำเภอใจ" เฟยหรงก้าวเท้าออกมาขวางหน้าประตู ร่างระหงสั่นเทาเล็กน้อยแต่แววตาคมกริบดุจเพชรเม็ดงามไม่มีความหวาดกลัวแม้แต่น้อย
หัวหน้าโจรหัวร่อด้วยความฮึกเหิม รอยแผลเป็นบนใบหน้ากระตุกยิ้มอย่างน่าเกลียด "คุณหนูหลินผู้สูงส่ง บัดนี้ท่านเป็นเพียงเมียชาวนาไร้ค่า ยอมส่งเงินและทรัพย์สินมาเสียดีๆ หรือจะให้พวกข้า ‘ย่ำยี’ จนกว่าจะพอใจแล้วค่อยเอาไป?"
ฉินอวี้ที่เพิ่งจัดการกับพวกมันด้านนอกไปส่วนหนึ่งพุ่งตัวเข้ามาคว้าเอวบางของนางหลบคมดาบที่ฟันฉวบลงมาอย่างเฉียดฉิว แผ่นหลังกว้างของเขาแนบชิดกับอกอุ่นของนาง กลิ่นอายบุรุษผสมกับกลิ่นคาวเลือดจางๆ ลอยเข้าจมูก เฟยหรงเบิกตากว้างเมื่อเห็นรอยเลือดซึมผ่านเสื้อผ้าบริเวณหัวไหล่ของสามี
"ท่านพี่... ท่านบาดเจ็บ!" เสียงของนางสั่นพร่า มือเรียวยกขึ้นสัมผัสแผ่นหลังที่ชื้นเหงื่อและเลือดของเขาโดยไม่รู้ตัว
"ข้าไม่เป็นไร เจ้าถอยไป" เสียงทุ้มต่ำและแหบพร่าของฉินอวี้เอ่ยขึ้นอย่างหนักแน่น นัยน์ตาคมกริบดุด่าทอเหล่าโจรป่าราวกับพญาเสือที่กำลังปกป้องอาณาเขตของตน เขายืนหยัดขวางหน้าภรรยาเอาไว้ แม้ลมหายใจจะเริ่มติดขัดจากพิษบาดแผล
คมดาบเล่มใหญ่พุ่งตรงเข้ามาอีกระลอก ฉินอวี้ใช้ดาบเหล็กขึ้นสนิมปัดป้องอย่างสุดกำลัง แต่ด้วยจำนวนที่มากกว่าและเรี่ยวแรงที่เริ่มร่อยหรอทำให้เขาเสียหลัก โจรป่าคนหนึ่งอาศัยจังหวะนี้เงื้อดาบหมายแทงทะลุอกของเขาจากด้านหลัง
"ระวัง!" เฟยหรงกรีดร้องสุดเสียง สัญชาตญาณความรักและความห่วงใยพุ่งพล่านจนลืมตัว นางพุ่งเข้าไปผลักร่างหนาของสามีออกไปให้พ้นวิถีดาบ ทำให้คมมีดเฉียดผ่านต้นแขนของนางจนเลือดสีสดสาดกระเซ็นเปรอะพื้นดิน
ฉินอวี้คำรามออกมาด้วยความโกรธเกรี้ยวราวกับสัตว์ป่าที่ถูกพรากคู่ชีวิต ดวงตาคู่คมแดงก่ำด้วยความคลุ้มคลั่ง พลังแฝงเร้นที่เขาเก็บงำมานานหลายปีระเบิดออกมาในพริบตาเดียว ดาบในมือฟันฉับอย่างไร้ความปรานี ร่างของโจรป่าสองคนล้มลงสิ้นใจคาที่ท่ามกลางความตกตะลึงของสมุนที่เหลือ ก่อนที่พวกมันจะแตกกระเจิงหนีหายไปในความมืดมิด
ความเงียบงันกลับคืนสู่ลานบ้านอีกครั้ง ทว่าหยาดเหงื่อและคาวเลือดกลับอบอวลไปทั่วบริเวณ ฉินอวี้รีบทิ้งดาบลงพื้นแล้วคว้าตัวภรรยาเข้าสู่อ้อมกอดอย่างทะนุถนอมราวกับนางเป็นแก้วตาดวงใจ มือหนาสั่นเทาขณะประคองร่างที่เปื้อนเลือดของนาง
"เจ้าโง่... ทำไมต้องเอาตัวเข้ามารับแทนข้า?" เสียงของเขาขาดห้วง ลมหายใจร้อนผ่าวรดอยู่ข้างขมับของนาง หยาดน้ำตาของผู้ชายที่แข็งแกร่งที่สุดในปฐพีร่วงหล่นลงบนไหล่ของนางเป็นครั้งแรก
"เพราะท่านคือสามีของข้า... และข้าจะไม่ยอมให้ใครหน้าไหนมาพรากท่านไปจากข้าอีกเด็ดขาด" เฟยหรงซบหน้าลงกับอกแกร่ง พรางหลับตาลงด้วยความอ่อนล้า บาดแผลที่ต้นแขนเจ็บแปลบแต่ความอบอุ่นจากอ้อมกอดของเขากลับบรรเทาทุกสิ่ง
ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายความตายและความรักอันลึกซึ้ง แสงไฟจากคบเพลิงที่มอดไหม้ใกล้จะดับลงพลันส่องกระทบกับเงาร่างของบุคคลปริศนาที่ก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าประตูรั้ว
น้ำเสียงเยือกเย็นและคุ้นเคยอย่างยิ่งเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ "ดูท่า... ข้าจะมาขัดจังหวะเวลาสวีทของพวกเจ้าสินะ, น้องสาวตัวดี?"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและติดตามความเข้มข้นของบทนี้มาด้วยกันนะคะ
คุณหนูตัวร้ายพลิกวิถีเกษตรกร กับสามีผู้ไม่เคยหันหลังให้•ตอนที่ 10
องครักษ์ผู้ปกป้อง
ผลงานโดย กุหลาบหนามเงิน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กุหลาบหนามเงิน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหนูตัวร้ายพลิกวิถีเกษตรกร กับสามีผู้ไม่เคยหันหลังให้ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!