เซนเซอร์หัวใจในคดีร้าง กับยัยบอดี้การ์ดปากจัด•ตอนที่ 25

แผนซ้อนแผน

ผลงานโดย โรสแมรี่พิษ
ปลายกระบอกปืนเก็บเสียงสีดำด้านจ่อตรงเข้าที่ขมับของจันทร์เจ้าอย่างเหี้ยมเกรียม รัศมีไอเย็นจากโลหะมรณะตัดผ่านความตึงเครียดในห้องเก็บเอกสารร้างได้อย่างชัดเจน ทว่าผู้พิทักษ์สันติราษฎร์สาขานักสืบฝีมือฉกาจกลับไม่มีแม้แต่รอยสะดุ้งสะเทือน นัยน์ตาคมกริบของจันทร์เจ้ายังคงนิ่งสงบรากับผิวน้ำในบึงลึก ขณะที่รินรดารู้สึกเหมือนหัวใจถูกบีบอัดจนแทบหยุดเต้นเมื่อเห็นแขนเรียวของเธอเองถูกลูกน้องร่างยักษ์ของมันล็อกไขว้หลังไว้จนข้อต่อแทบหลุด "วางปืนลงซะผู้กอง... ไม่งั้นสมองสวยๆ ของคุณคงต้องเปลี่ยนสี" เสียงแหบพร่าของชายฉกรรจ์หัวหน้าแก๊งดังลอดไรฟัน มันเหยียดยิ้มเยาะด้วยความได้ใจ รินรดากัดริมฝีปากจนได้กลิ่นคาวเลือด ปากเก่งๆ ที่มักจะหาเรื่องมาเถียงกับผู้กองสาวตลอดเวลาในยามปกติ ตอนนี้กลับจุกแน่นอยู่ในลำคอ สมองพยายามประมวลผลอย่างบ้าคลั่ง ทว่าในเสี้ยววินาทีแห่งความเป็นความตายนั้นเอง จันทร์เจ้ากลับส่งสัญญาณมือลับที่พวกเธอซักซ้อมกันมาเป็นร้อยรอบ—สัญญาณที่บอกว่า *'เตรียมตัวรับมือ'* "แกคิดว่ากระสุนในกระบอกนั่นมีกี่นัดกันล่ะ?" เสียงหวานแต่เยียบเย็นของจันทร์เจ้าดังขึ้น ทำลายความเงียบได้อย่างน่าประหลาด รอยยิ้มเยาะบนใบหน้าของคนร้ายชะงักไปนิด "อย่ามาปากดี-" *ปัง!* ไม่ใช่เสียงปืนเก็บเสียง แต่เป็นเสียงระเบิดควันแฟลชบังคับระยะไกลที่รินรดากัดฟันซ่อนไว้ในกระเป๋าเสื้อแจ็คเก็ต แสงสีขาวจ้าสว่างวาบจนแสบตาพร้อมกับกลุ่มควันหนาทึบที่พวยพุ่งขึ้นกลางห้อง ความชุลมุนบังเกิดในทันที ลูกน้องร่างยักษ์ที่ล็อกตัวรินรดาไว้ร้องตะโกนลั่นด้วยความแสบตาและปล่อยมือออกตามสัญชาตญาณ "ริน! ทางนี้!" จันทร์เจ้าไม่รอช้า มือเรียวคว้าข้อมือเล็กของศิลปินสาวแล้วออกแรงกระชากให้พุ่งตัวหลบวิถีกระสุนที่ลั่นไอฟูฟ่าอย่างไร้ทิศทางทะลุกลุ่มควัน *ฟิ้ว... ฟิ้ว...* กระสุนเจาะทะลุชั้นวางเอกสารผุๆ เศษไม้กระจายว่อน รินรดาล้มกลิ้งไปกับพื้นปูนเย็นเฉียบโดยมีร่างโปร่งของตำรวจสาวทับประคองไว้เพื่อบังกระสุนให้ กลิ่นน้ำหอมจางๆ ประจำตัวของจันทร์เจ้าผสมกับกลิ่นดินปืนจางๆ ลอยปะทะนาสิก ท่ามกลางความมืดสลัวและควันสีขาวที่ค่อยๆ จางลง สายตาทั้งคู่ประสานกันในระยะประชิด ชั่วขณะนั้น... โลกทั้งใบคล้ายจะหยุดหมุน "คุณนี่มัน... ดื้อด้านไม่เคยเปลี่ยนเลยนะคะรินรดา" จันทร์เจ้ากระซิบเสียงลอดไรฟันด้วยความหมั่นไส้แกมโล่งอก ขณะใช้มือข้างหนึ่งกดศีรษะทุยของคนเจ็บให้แนบอกตัวเองเพื่อความปลอดภัย "ถ้าฉันไม่ดื้อ... ป่านนี้เราคงตายคู่กันไปแล้วค่ะผู้กอง" รินรดาย้อนกลับทันควัน แม้ลมหายใจจะหอบกระชั้นด้วยความตื่นกลัว แต่ริมฝีปากบางเฉียบยังคงอวดดีไม่สร่างซาก "เลิกบ่นแล้วทำตามแผนซะทีเถอะน่า!" จันทร์เจ้ามุมปากกระตุกขึ้นนิดๆ ความซึนเดระที่มักจะแสดงออกเสมอเวลาเป็นห่วงคนตรงหน้าถูกกลบด้วยแววตาเด็ดเดี่ยว ผู้พิทักษ์สาวพลิตัวลุกขึ้นอย่างคล่องแคล่ว มือเรียวชักปืนพกประจำกายออกมาปลดเซฟอย่างรวดเร็ว เสียงฝีเท้าของพรรคพวกคนร้ายที่กำลังกรูกันเข้ามาทางประตูด้านหน้าทำให้พวกเธอรู้ว่า เวลาเล่นสนุกหมดลงแล้ว นี่คือ "แผนซ้อนแผน" ที่พวกเธอตกลงกันไว้ตั้งแต่ก่อนก้าวเข้ามาในรังเสือ—ยอมทำทีเป็นจนมุม เพื่อล่อให้หัวหน้าใหญ่ของขบวนการฟอกเงินข้ามชาติเปิดเผยตัวจริงออกมาจากรังลับหลังตึก "พวกมันมากันสามคนทางประตูหน้า..." จันทร์เจ้ากระซิบแนบชิดใบหูของรินรดา ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดต้นคอจนคนถูกกระทำขนลุกซู่ "ฉันจะล่อพวกมันออกไปทางระเบียงด้านซ้าย ส่วนเธอ... วิ่งไปที่ลิฟต์ส่งของแล้วกดสัญญาณเตือนภัยฉุกเฉินระดับสาม เข้าใจไหม?" "ไม่ค่ะ! ฉันไม่ยอมให้คุณลุยคนเดียวเด็ดขาด" รินรดาส่ายหน้าพรืด แววตาแข็งกร้าวขึ้นมาทันที "เราตกลงกันแล้วว่าจะล่อมันออกมาติดกับพร้อมกัน อย่ามาทำเป็นฮีโร่ผู้เสียสละหน่อยเลยผู้กอง!" "รินรดา! นี่ไม่ใช่เวลามาเถียงนะ!" จันทร์เจ้าขึ้นเสียงต่ำอย่างเหลืออด ดวงตาคู่สวยดุจกวางสาวจ้องมองคนดื้อรั้นด้วยความคาดโทษ "ถ้าเธอเป็นอะไรไป ฉันจะ... ไปเอาเรื่องกับพ่อเธอบนสวรรค์แน่!" "งั้นก็รอดไปด้วยกันสิคะ!" ไม่รอให้จันทร์เจ้าได้เอ่ยคำคัดค้านใดๆ เพิ่มเติม รินรดาตัดสินใจทำในสิ่งที่บ้าบิ่นที่สุด เธอกระชากถังดับเพลิงเก่าๆ ที่วางอยู่ใกล้ที่สุดแล้วทุ่มใส่กระจกบานใหญ่ด้านหลังห้อง เสียงกระจกแตกกระจายดังสนั่นหวั่นไหว พร้อมกับลมหนาวที่พัดกรรโชกเข้ามาจากภายนอก ทว่านั่นคือสิ่งล่อใจชั้นดีที่ทำให้พวกคนร้ายเข้าใจว่าพวกเธอกำลังหลบหนีทางหน้าต่าง "เฮ้ย! มันหนีทางนั้น ตามไป!" เสียงตะโกนโกลาหลดังขึ้น พร้อมกับฝีเท้าหนักหน่วงที่วิ่งตรงเข้ามาใกล้ จันทร์เจ้าถอนหายใจเฮือกใหญ่ด้วยความระоразกแกมเอ็นดูในความหัวรั้นของอีกฝ่าย "ให้ตายเถอะ... ยัยตัวแสบเอ้ย" ในจังหวะที่หัวหน้าแก๊งโผล่พ้นกลุ่มควันเข้ามาพร้อมปืนในมือ จันทร์เจ้าไม่รอช้า เธอพุ่งตัวออกไปจากที่กำบัง ปืนในมือเล็งตรงไปที่ข้อมือของคนร้ายอย่างไร้ความลังเล *ปัง!* กระสุนยางนัดพิเศษพุ่งชนข้อมือของมันอย่างแม่นยำจนปืนหลุดจากมือ รินรดาที่รอจังหวะนี้อยู่แล้วพุ่งเข้าไปเตะตัดขาคนร้ายจนล้มคว่ำไม่เป็นท่า ก่อนที่จันทร์เจ้าจะตามด้วยท่าล็อกแขนกดลงกับพื้นอย่างไร้ความปรานี เสียงร้องโอดครวญดังลั่นห้อง ทว่า... ความเงียบงันที่น่ากลัวกลับคืบคลานเข้ามาอีกครั้ง เมื่อแสงไฟฉายสว่างวาบจากด้านหลัง พร้อมกับเสียงตบมือช้าๆ ที่ดังขึ้นท่ามกลางซากปรักหักพัง "เก่งมาก... ตำรวจไทยกับยัยศิลปินปากกล้า" เสียงทุ้มต่ำอันคุ้นเคยดังขึ้นจากเงามืด ร่างสูงโปรดของชายในสูทราคาแพงก้าวออกมา พร้อมกับรอยยิ้มเย็นเยียบที่มุมปาก "แต่พวกเธอคิดจริงๆ เหรอว่า... แผนตื้นๆ แค่นี้จะลากตัวฉันออกมาได้คนเดียว?" รินรดาเบิกตากว้างเมื่อเห็นใบหน้าของบุคคลที่ก้าวออกมาจากเงามืด หัวใจกระตุกวูบทันที เพราะคนๆ นั้นไม่ใช่ใครอื่น... แต่เป็นคนที่พวกเธอไม่มีวันคาดคิดว่าจะยืนอยู่จุดนี้ โรสแมรี่พิษ (ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและลุ้นระทึกไปกับความแสบสันต์ของคู่กัดคู่นี้ด้วยกันนะคะ)
สารจากนักเขียน (โรสแมรี่พิษ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซนเซอร์หัวใจในคดีร้าง กับยัยบอดี้การ์ดปากจัด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%