"ถอยไปจันทร์เจ้า! นี่มันไม่ใช่เรื่องที่คุณจะมาเอาชีวิตมาทิ้งเล่น!"
เสียงของรินรดาดังแผดก้องท่ามกลางความเงียบงันของโกดังร้าง กลิ่นสนิมเหล็กและฝุ่นละอองฟุ้งกระจายจนแสบจมูก ในมือของศิลปินสาวกำปืนกระบอกหนึ่งไว้แน่นจนสั่นระริก ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เพราะความโกรธที่คนตรงหน้าเอาแต่ขวางทางเธอไว้
"ถอยงั้นเหรอ? คำนี้ใช้กับหมาเถอะรินรดา อย่ามาทำตัวเป็นนางเอกหนังเกรดบีในเวลาที่ความตายจ่อคอหอยแบบนี้!" จันทร์เจ้าสวนกลับทันควัน นัยน์ตาคมกริบดุจเหยี่ยวของสารวัตรสาวจ้องลึกเข้าไปในดวงตาที่รั้นดึงของอีกฝ่าย มือหนาของเธอกระชากแขนรินรดาให้ถอยไปหลบหลังลังไม้เก่าๆ เพียงเสี้ยววินาทีที่กระสุนนัดหนึ่งเฉียดผ่านไหล่ไปเจาะเข้ากับผนังปูนจนแตกกระจาย
แผนการบุกทลายรังของพวกค้าของเถื่อนที่พวกเธอวางไว้พังไม่เป็นท่า ข้อมูลที่รินรดาได้มาจากแหล่งข่าวลับกลายเป็นกับดักที่ออกแบบมาเพื่อต้อนพวกเธอให้จนมุม
"ไอ้แผนการบ้าๆ นี่ใครเป็นคนวาง? บอกฉันสิรินรดา ว่าเธอมั่นใจในตัวแหล่งข่าวของเธอนักหนาจนลืมดูไปว่าเรากำลังเดินเข้าปากเสือ!" จันทร์เจ้ากระซิบเสียงต่ำ ลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่ข้างใบหู ในขณะที่นิ้วเรียวยาวของเธอเช็กกระสุนในแมกกาซีนอย่างใจเย็น ความซึนของสารวัตรสาวมักจะแปรผันตรงกับความเดือดดาลเสมอ แต่ทุกครั้งที่อันตรายย่างกรายเข้ามา เธอไม่เคยลังเลที่จะใช้ร่างกายตัวเองเป็นโล่
"ฉันก็แค่... อยากพิสูจน์ความจริงเรื่องพ่อ ฉันไม่คิดว่ามันจะเป็นแบบนี้" เสียงของรินรดาแผ่วลง ความดื้อรั้นหายไปเหลือเพียงความเปราะบางที่ซ่อนอยู่ภายใต้หน้ากากปากกล้า
"ความจริงกับความตายมันเส้นบางๆ แค่นี้รินรดา" จันทร์เจ้าจ้องหน้าอีกฝ่าย กดเสียงให้ต่ำลงอีก "ถ้าเธอตาย ความจริงที่เธอกำลังวิ่งหาอยู่มันก็ไม่มีค่าอะไรเลยเข้าใจไหม... ยัยเด็กดื้อ"
รินรดาเม้มปากแน่น หัวใจเต้นแรงจนแทบจะหลุดออกมาจากอก ไม่ใช่เพราะความกลัวกระสุน แต่เพราะสายตาที่จันทร์เจ้าใช้มองเธอนั้นมันทั้งดุดันและห่วงใยจนน่าใจหาย ในสถานการณ์ที่ความเป็นความตายแขวนอยู่บนเส้นด้าย สารวัตรสาวคนนี้กลับเลือกที่จะปกป้องเธอมากกว่าการรักษาหน้าที่การงานของตัวเอง
"หึ... ซึ้งล่ะสิ? เก็บความซึ้งไว้ตอนรอดออกไปก่อนเถอะ" จันทร์เจ้าแค่นยิ้มมุมปาก ก่อนจะลุกขึ้นยืนแล้วกวาดสายตามองไปรอบๆ โกดัง
"ออกมาได้แล้ว! เลิกเล่นซ่อนแอบได้แล้วไอ้คนขี้ขลาด!" จันทร์เจ้าตะโกนก้อง เสียงของเธอสะท้อนไปมาในโถงกว้าง
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วครู่ ก่อนจะมีเสียงปรบมือดังมาจากเงามืดด้านบน ร่างสูงของชายคนหนึ่งก้าวออกมาจากหลังแท่นเครื่องจักร ใบหน้าของเขาครึ่งหนึ่งถูกซ่อนไว้ภายใต้แสงสลัว แววตาของเขาสะท้อนความเหยียดหยามอย่างชัดเจน
"ผู้กองจันทร์เจ้า... ตำรวจสาวอนาคตไกลที่ใครๆ ต่างก็ยกย่อง แต่ก็น่าเสียดายนะ ที่วันนี้เธอต้องมาจบชีวิตลงเพราะความรักที่มีให้ศิลปินตกอับคนนี้" ชายคนนั้นกล่าวพลางหัวเราะร่วน
รินรดาเบิกตากว้างเมื่อเห็นหน้าชัดๆ ของคนร้าย "คุณ... คุณน้าวิวัฒน์?"
อดีตผู้ใต้บังคับบัญชาของพ่อเธอ คนที่เคยบอกว่าศรัทธาในตัวพ่อเธอที่สุด กลายเป็นคนเดียวกันกับที่อยู่เบื้องหลังความพินาศของครอบครัวเธอทั้งหมด รินรดารู้สึกเหมือนโลกทั้งใบหมุนคว้าง ความเจ็บปวดแล่นริ้วไปทั่วหัวใจ
"ตกใจงั้นเหรอแม่หนูน้อย?" วิวัฒน์แสยะยิ้ม "พ่อเธอไม่ได้ตายเพราะความโง่หรอกนะ แต่ตายเพราะรู้มากเกินไป... และวันนี้ก็ถึงตาเธอแล้ว"
วิวัฒน์ทำสัญญาณมือเพียงนิดเดียว ชายฉกรรจ์กว่าสิบคนพร้อมอาวุธครบมือก็ล้อมพวกเธอไว้จากทุกทิศทุกทาง จันทร์เจ้ากระชับปืนในมือแน่น เธอขยับมาบังรินรดาไว้อย่างมิดชิด ความเย็นชาที่เคยมีหายไปสิ้น เหลือเพียงสัญชาตญาณนักล่าที่เตรียมจะแลกทุกอย่างเพื่อเปิดทางหนี
"รินรดา ฟังฉันนะ" จันทร์เจ้ากระซิบเบาๆ โดยไม่หันไปมอง "เมื่อฉันนับถึงสาม วิ่งไปที่ประตูหนีไฟหลังโกดัง ห้ามหันกลับมามอง ห้ามหยุดวิ่ง จนกว่าจะถึงรถของเธอ"
"แต่ว่าจันทร์เจ้า! คุณจะสู้พวกมันสิบคนคนเดียวได้ยังไง!"
"ฉันบอกให้ฟังไง! อย่าให้ฉันต้องด่าเธอไปมากกว่านี้เลยนะ เพราะถ้าเธอไม่รอดไป... ฉันจะตามไปโกรธเธอในนรกแน่นอน" จันทร์เจ้าหันมาสบตารินรดา สายตาคู่นั้นเด็ดเดี่ยวและไร้ความลังเล มันไม่ใช่คำสั่ง แต่มันคือคำสัญญาที่แฝงไปด้วยความรักที่รินรดาเพิ่งจะเข้าใจความหมายของมันในวินาทีนี้เอง
"หนึ่ง..."
เสียงของจันทร์เจ้าเริ่มนับ รินรดาคว้าข้อมือของเธอไว้แน่น ความรู้สึกอบอุ่นวาบผ่านเข้าไปในใจท่ามกลางความหนาวเหน็บของสถานการณ์
"สอง..."
จันทร์เจ้ากดสวิตช์ระเบิดควันในมือที่เตรียมไว้ออกมา แสงแฟลชสีขาวจ้าไปทั่วโกดัง เสียงปืนดังระงมไปพร้อมกับเสียงตะโกนด่าทอของพวกคนร้าย
"สาม!"
ทันทีที่สิ้นเสียงจันทร์เจ้าผลักรินรดาออกไปสุดแรง พร้อมกับพุ่งตัวเข้าใส่พวกคนร้ายอย่างไม่เกรงกลัว รินรดาออกวิ่งสุดฝีเท้า หัวใจของเธอแตกสลายและเต็มไปด้วยความหวังในเวลาเดียวกัน เสียงปืนนัดสุดท้ายดังขึ้นตามหลังมาพร้อมกับความเงียบที่น่าสะพรึงกลัว รินรดาหยุดวิ่งทันที... เธอค่อยๆ หันกลับไปมองเบื้องหลังด้วยหัวใจที่บีบคั้น
ร่างของใครคนหนึ่งทรุดลงกับพื้น ท่ามกลางควันที่ยังไม่จางหาย และคนที่เดินเข้าไปหาพร้อมกับอาวุธในมือคือวิวัฒน์ที่กำลังยิ้มเหี้ยมเกรียม เขาเล็งกระบอกปืนไปที่ศีรษะของร่างที่นอนนิ่งอยู่บนพื้น
"จบสิ้นกันเสียที... จันทร์เจ้า"
รินรดารู้สึกเหมือนลมหายใจของเธอหยุดลงในวินาทีนั้นเอง
(ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและลุ้นระทึกไปกับความแสบสันต์ของคู่กัดคู่นี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ โรสแมรี่พิษ)
เซนเซอร์หัวใจในคดีร้าง กับยัยบอดี้การ์ดปากจัด•ตอนที่ 26
นาทีวิกฤต
ผลงานโดย โรสแมรี่พิษ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (โรสแมรี่พิษ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซนเซอร์หัวใจในคดีร้าง กับยัยบอดี้การ์ดปากจัด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!