เซนเซอร์หัวใจในคดีร้าง กับยัยบอดี้การ์ดปากจัด•ตอนที่ 14

แฝงตัวในคลับหรู

ผลงานโดย โรสแมรี่พิษ
กลิ่นแชมเปญราคาแพงผสมผสานกับกลิ่นกายของชนชั้นนำในค่ำคืนนี้ ช่างชวนให้รู้สึกคลื่นไส้อย่างประหลาด รินรดายกแก้วทรงสูงในมือขึ้นจิบรสชาติฝาดเฝื่อนเพื่อกลบเกลื่อนความประหม่า ขณะที่สายตาคู่คมภายใต้กรอบแว่นกันแดดทรงแฟชั่นกวาดตามองไปรอบห้องรับรองวีไอพีของ ‘Liar’s Club’ คลับหรูใต้ดินที่ซ่อนตัวอยู่หลังร้านขายสูทสั่งตัดย่านใจกลางเมือง ที่นี่... แหล่งรวมตัวของพวกนักการเมืองท้องถิ่น ตำรวจนอกรีต และพ่อค้าของเถื่อนที่พร้อมจะขายแม้กระทั่งวิญญาณของตัวเองเพื่อแลกกับตัวเลขในบัญชี “อย่าทำตัวเด่น รินรดา ฉันเตือนคุณรอบที่สามแล้วนะ” เสียงกระซิบต่ำที่แนบชิดอยู่ข้างใบหู ทำเอาร่างโปร่งสะดุ้งเล็กน้อย กลิ่นน้ำหอมกลิ่นมินต์ผสมไม้จันทน์หอมจางๆ ที่คุ้นเคยทำให้รู้ว่าร้อยตำรวจเอกหญิงจันทร์เจ้ากำลังยืนประชิดอยู่ด้านหลัง ระยะห่างระหว่างเธอกับผู้พิทักษ์สาวปากร้ายคนนี้แทบจะไม่มีเหลือ ร่างสูงโปร่งในชุดสูทสตรีเข้ารูปสีดำสนิทดูน่าเกรงขามและดึงดูดสายตาจนน่าหงุดหงิด “ถ้าฉันทำตัวเป็นผู้หญิงเรียบร้อยนั่งพับเพียบร้อยมาลัย ป่านนี้เราคงไม่ได้เบาะแสเรื่องบัญชีลับของพ่อคุณหรอกค่ะ ผู้กอง” รินรดาตอกกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงความหยิกแกมหยอก เธอเอี้ยวตัวกลับไปมองหน้าอีกฝ่ายเล็กน้อย ดวงตากลมโตฉายแววท้าทาย “อีกอย่าง... ชุดค็อกเทลผ่าหลังลึกถึงเอวีนี้น่ะ คุณเป็นคนเลือกให้ฉันใส่เองไม่ใช่เหรอคะ หรือว่าหึงที่ผู้ชายโต๊ะโน้นมองฉันจนตาค้างกันแน่” จันทร์เจ้าแค่นเสียง ‘หึ’ ในลำคอ ดวงตาคมกริบภายใต้ปีกหมวกปักเลื่อมวาววับตวัดมองค้อนอย่างไม่สบอารมณ์ “หึงเหรอ? ฝันไปเถอะรินรดา ฉันแค่กลัวว่าคุณจะเผลอไปอ่อยผิดคนแล้วทำแผนพังต่างหาก หน้าอย่างคุณ... ต่อให้ใส่ชุดแม่ชีเดินเข้ามาในคลับนี้ พวกมันก็มองเป็นเหยื่ออยู่ดีนั่นแหละ” ปากคอเราะร้ายไม่เคยเปลี่ยน! รินรดาอยากจะยกส้นสูงเหยียบเท้าอีกฝ่ายเสียให้เข็ด แต่ติดที่ตอนนี้พวกเธอกำลังอยู่ท่ามกลางดงเสือดาวสิงห์ “ปากจัดแบบนี้ ระวังจะไม่มีใครเอาเป็นแฟนนะคะ ผู้กอง” “ถ้าหมายถึงคุณ... ฉันก็ไม่คิดจะเอามาเป็นภาระให้ปวดหัวอยู่แล้วค่ะ หันไปมองเป้าหมายโน่นเถอะค่ะ รัฐมนตรีธนาคารกำลังเดินมาทางนี้แล้ว” จันทร์เจ้าเปลี่ยนเรื่องหน้าตาเฉย มือเรียวภายใต้ถุงมือหนังสีดำแกล้งยื่นมาโอบเอวคอดของรินรดาไว้แน่นขึ้นภายใต้ข้ออ้างของการจัดระเบียบร่างกาย แต่น้ำหนักที่กดลงมาพร้อมกับความอบอุ่นที่แผ่ซ่านผ่านเนื้อผ้าชุดเดรสกลับทำให้หัวใจของรินรดากระตุกวูบอย่างห้ามไม่อยู่ บ้าจริง... ผู้หญิงคนนี้อันตรายต่อหัวใจเธอมากกว่าพวกอาชญากรในห้องนี้เสียอีก “สวัสดีครับ คุณ... เอ่อ คนสวย” เสียงทุ้มต่ำและสายตาหื่นกระหายที่กวาดมองตั้งแต่หัวจรดเท้าทำให้รินรดาดึงสติกลับมาได้อย่างรวดเร็ว เธอปั้นยิ้มหวานหยาดเยิ้มทันที ราวกับแมวสาวที่พร้อมจะขย้ำเหยื่อ “สวัสดีค่ะท่านรัฐมนตรี พอดีฉันได้ยินมาว่าที่นี่มีเรื่องสนุกๆ ให้ลงทุน... ฉันสนใจอยากจะฟังรายละเอียดสักหน่อยค่ะ” รินรดาเอ่ยด้วยน้ำเสียงออดอ้อน จงใจทอดเสียงให้ยาวขึ้นเพื่อดึงดูดความสนใจ ขณะที่รินรดากำลังยื่นมือออกไปสัมผัสมือกับนักการเมืองรุ่นใหญ่เพื่อตีสนิท จันทร์เจ้าที่ยืนอยู่ข้างหลังกลับส่งสายตาดุราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ มือเรียวที่โอบเอวเธออยู่บีบแน่นขึ้นจนเนื้อผ้าแทบปริ ราวกับต้องการเตือนสติว่าอย่าเล่นเกินบทบาท รินรดาแอบอมยิ้มในใจเมื่อเห็นอาการหึงหวงแบบเนียนๆ ของอีกฝ่าย แม้ปากจะบอกว่าเป็นแค่ภารกิจ แต่แววตาคู่นั้นกลับฟ้องชัดเจนว่าผู้กองสาวคนนี้แทบอยากจะชักปืนยิงหัวคนตรงหน้าทิ้งเสียเดี๋ยวนี้ “สนใจเรื่องลงทุน หรือสนใจอย่างอื่นดีล่ะครับคนสวย ไปคุยกันต่อที่ห้องรับรองส่วนตัวด้านในดีกว่า รับรองว่าคุณจะได้เห็นอะไรที่ตื่นเต้นกว่านี้แน่” รัฐมนตรีธนาคารยิ้มกริ่ม ยื่นมือหนามาโอบไหล่เปลือยเปล่าของรินรดาอย่างถือวิสาสะ รินรดาชะงักไปเล็กน้อย กำลังจะเบี่ยงตัวหลบ แต่เร็วกว่าที่เธอจะทันได้ขยับ มือแกร่งของใครอีกคนก็คว้าหมับเข้าที่ข้อมือของนักการเมืองคนนั้นไว้แน่น แรงบีบที่ทรงพลังจนข้อต่อแทบจะลั่นทำให้ท่านรัฐมนตรีร้องอุทานออกมาด้วยความเจ็บปวด “อุ๊ย มือไม้ไม่ค่อยสุภาพเลยนะคะท่านรัฐมนตรี ระวังมันจะหักคามือฉันเอาได้นะ” จันทร์เจ้าก้าวออกมาบังหน้าศิลปินสาวไว้ รอยยิ้มเย็นเยียบที่ประดับบนริมฝีปากไม่ได้ทำให้ดูใจดีขึ้นเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม... มันคือรอยยิ้มของมัจจุราชที่พร้อมปลิดชีพใครก็ตามที่กล้าแตะต้องของหวง “เธอเป็นใครวะ! กล้าดียังไงมาจับมือฉัน!” รัฐมนตรีหน้าซีดเผือดด้วยความโกรธและเจ็บ “ฉันเป็นใครไม่สำคัญหรอกค่ะท่าน... สำคัญที่ว่า ตอนนี้คุณกำลังคุยอยู่กับ ‘ผู้หญิงของฉัน’ ต่างหาก” จันทร์เจ้าจงใจเน้นเสียงคำว่า *“ผู้หญิงของฉัน”* ชัดถ้อยชัดคำ ดวงตาคู่คมจ้องมองอีกฝ่ายด้วยแววตาดุดันทรงอำนาจจนคนมีอำนาจยังต้องผถอยหลังไปก้าวหนึ่ง รินรดาที่ยืนอยู่ด้านหลังถึงกับลมหายใจสะดุด หัวใจเต้นโครมครามจนแทบจะทะลุออกมานอกอก คำพูดนั้นเป็นแค่การแสดงเพื่อแก้สถานการณ์... หรือมันมีความรู้สึกอื่นเจือปนอยู่กันแน่นะ? บรรยากาศรอบตัวเริ่มมาคุขึ้นเมื่อการ์ดชุดดำของคลับเริ่มเดินเข้ามาล้อมโต๊ะของพวกเธอ รินรดาเตรียมขยับมือหยิบเครื่องช็อตไฟฟ้าในกระเป๋าคลัตช์ แต่จันทร์เจ้ากลับชิงจังหวะดึงตัวเธอเข้ามาซบกับแผ่นอกอย่างแนบชิด พร้อมกับกระซิบเสียงพร่าข้างใบหูด้วยน้ำเสียงที่ทำเอาขนลุกซู่ “เตรียมวิ่งนะรินรดา นับสาม... แล้วเราจะออกไปจากที่นี่ด้วยกัน” ดวงตากลมโตสบเข้ากับดวงตาคู่สวยที่ฉายแววเด็ดเดี่ยวและห่วงใยอย่างปิดไม่มิด ในวินาทีที่ความตึงเครียดพุ่งถึงขีดสุด เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อสูทของจันทร์เจ้าก็สั่นครืนขึ้นมา พร้อมๆ กับที่หน้าจอแสดงข้อความแจ้งเตือนจากกองปราบปรามที่ทำให้เลือดในกายของตำรวจสาวเย็นเฉียบลงทันที *“ผู้กองครับ... แหล่งข่าวที่เราให้เฝ้าเซฟเฮาส์แจ้งว่า... คุณพ่อของรินรดาหายตัวไปแล้วครับ!”* ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างและร่วมเดินทางสืบหาความจริงไปกับโรสแมรี่พิษนะคะ
สารจากนักเขียน (โรสแมรี่พิษ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซนเซอร์หัวใจในคดีร้าง กับยัยบอดี้การ์ดปากจัด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%