"ผู้หมวดครับ! แย่แล้วครับ! ทีมสืบสวนภาค 7 แจ้งมาว่า... คนสนิทของคุณพ่อรินรดาที่เพิ่งถูกฆ่าตัดตอนเมื่อคืน ทิ้งพิกัดลับสุดท้ายไว้ก่อนตาย... และมันอยู่ใต้พื้นห้องนอนของคุณรินรดานี่เองครับ!"
เสียงรายงานทางวิทยุสื่อสารที่ดังลอดออกมาจากเครื่องมือสื่อสารของหมวดจันทร์เจ้านั้นยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาท ขณะที่ฝุ่นผงจากการงัดแผ่นไม้ปาร์เก้ชิ้นสุดท้ายยังลอยฟุ้งอยู่ในอากาศ รินรดายืนกอดอกนิ่ง ดวงตากลมโตคมกริบมองหลุมลึกใต้พื้นห้องนอนของตัวเองด้วยความรู้สึกที่ปั่นป่วนจนแทบอยากจะอาเจียน
ใต้พื้นห้องนอนที่เธอเหยียบย่ำมาตลอดหลายปี มีตู้เซฟฝังผนังขนาดกะทัดรัดที่ถูกซ่อนไว้อย่างแนบเนียนซ่อนอยู่ และตอนนี้... มันกำลังถูกเปิดออกโดยทีมพิสูจน์หลักฐาน
"ถอยไปยัยตัวแสบ อย่าล้ำเส้นเขตปลอดภัยเด็ดขาด"
เสียงทุ้มต่ำและเย็นชาของร้อยตำรวจเอกหญิงจันทร์เจ้าดังขึ้น พร้อมกับมือเรียวภายใต้ถุงมือยางที่เอื้อมมากระชากแขนเสื้อของรินรดาให้ถอยหลังไปสองก้าวอย่างถือวิสาสะ
"นี่! ฉันยืนอยู่บนพื้นห้อง *ของฉัน* นะคะผู้หมวด จะให้ถอยไปถึงระเบียงเลยไหมล่ะคะ?" รินรดาหันขวับไปสวนกลับทันที ดวงตาดุจลูกแมวพยศจ้องเขม็งไปยังตำรวจสาวตรงหน้า ใบหน้าสวยเฉี่ยวเชิดขึ้นอย่างไม่ยอมก้มหัวให้ใคร แม้ว่าหัวใจดวงน้อยจะเต้นรัวด้วยความหวาดกลัวต่อสิ่งที่กำลังจะถูกเปิดเผยก็ตาม
"ถ้าไม่อยากให้สมองเธอซึนๆ ของเธอปลิวไปพร้อมกับระเบิดตั้งเวลาที่อาจจะซ่อนอยู่ในนั้น ก็หุบปากแล้วยืนเงียบๆ อยู่ข้างหลังฉัน" จันทร์เจ้าตวัดสายตาดุๆ กลับมา น้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงด้วยความห่วงใยที่ถูกกลบเกลื่อนไว้ด้วยมาดผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ ทำให้รินรดาฮึดฮัดในลำคอแต่ก็ยอมถอยหลังไปก้าวหนึ่งอย่างเสียไม่ได้
*ติ๊ด... เสียงปลดล็อกรหัสผ่านจากแผ่นกระดาษโน้ตที่พบในตัวผู้ตายดังขึ้น*
ร้อยตำรวจเอกหญิงกลั้นหายใจขณะดึงลิ้นชักเหล็กด้านในออก เอกสารนับร้อยแผ่นที่ถูกเก็บรักษาไว้อย่างดีในซองพลาสติกกันน้ำปรากฏแก่
สายตา และเมื่อจันทร์เจ้าหยิบสมุดบันทึกเล่มหนาขึ้นมาพลิดู ดวงตาคู่สวยก็เบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย—มันคือหลักฐานชิ้นสำคัญที่เชื่อมโยงคดีฟอกเงินระดับชาติของพ่อรินรดากับผู้มีอิทธิพลในกรมตำรวจ!
"ได้ของแล้ว... กลับเซฟเฮาส์เดี๋ยวนี้" จันทร์เจ้าสั่งเสียงเฉียบขาด เก็บหลักฐานทั้งหมดลงกระเป๋าโลหะอย่างรวดเร็ว
"เดี๋ยวนะคะผู้หมวด" รินรดาขยับเข้าไปใกล้ คว้าข้อมือของตำรวจสาวไว้ทันทีเมื่อเห็นเอกสารแผ่นหนึ่งที่ร่วงหล่นลงมา "นั่นมัน... จดหมายของพ่อฉันนี่คะ!"
จันทร์เจ้าก้มลงมองตาม ปลายนี้วเรียวของรินรดากำลังสั่นเทาขณะพยายามจะก้มลงหยิบเอกสารแผ่นนั้น แต่จันทร์เจ้าเร็วกว่า เธอรีบใช้มืออีกข้างคว้าข้อมือบางนั้นไว้แน่น แรงบีบไม่ได้รุนแรงจนเจ็บ แต่หนักแน่นพอที่จะตรึงให้รินรดาต้องเงยหน้าขึ้นสบตา
ใกล้... ใกล้เสียจนรินรดาได้กลิ่นหอมจางๆ ของสบู่สมุนไพรผสมกลิ่นอายฝนจากตัวของตำรวจสาว
"บอกแล้วไงว่าห้ามแตะ..." จันทร์เจ้ากระซิบเสียงพร่า ดวงตาคมกริบที่มักจะแข็งกระด้างเสมอยามปฏิบัติหน้าที่ บัดนี้กลับอ่อนแสงลงอย่างน่าประหลาด ยามที่มองลึกลงไปในดวงตาคู่สวยที่กำลังคลอด้วยหยาดน้ำใสๆ ของศิลปินสาวจอมพยศ "เอกสารทุกแผ่นในนี้... อยู่ในความดูแลของฉัน และเธอก็ด้วย"
"ฉันไม่ใช่ของกลางนะคะผู้หมวด!" รินรดาเถียงกลับเสียงสั่น รสชาติความเจ็บปวดจากอดีตตีตื้นขึ้นมาจุกที่ลำคอ "นั่นมันพ่อของฉัน! ฉันมีสิทธิ์ที่จะรู้ว่าท่านถูกใส่ร้ายด้วยเรื่องอะไร!"
"ถ้าอยากรู้ความจริง... ก็หัดเชื่อฟังฉันบ้างสิคะ รินรดา" จันทร์เจ้าผ่อนลมหายใจอุ่นรดหน้าผากมน
ทว่า ก่อนที่บรรยากาศระหว่างทั้งสองจะลึกซึ้งไปมากกว่านั้น เสียงวิทยุสื่อสารตัวเดิมก็แผดเสียงแทรกขึ้นมาทำลายความเงียบ
*“ผู้หมวดครับ! แย่แล้วครับ! มีรถต้องสงสัยสามคันกำลังมุ่งหน้ามาที่บ้านหลังนี้ ทีมภาคสนามแจ้งว่าพวกมันไม่ใช่ตำรวจ! ถอนกำลังด่วนครับผู้หมวด!”*
สิ้นเสียงรายงาน สถานการณ์ในห้องนอนก็พลิกผันจากหน้ามือเป็นหลังมือ จันทร์เจ้าตวัดสายตากลับสู่โหมดนักล่าทันที มือเรียวคว้าปืนพกสั้นออกจากซองพกข้างลำตัวอย่างคล่องแคล่ว พร้อมกับดันตัวรินรดาให้ไปหลบอยู่หลังตู้เสื้อผ้าไม้สักทองขนาดใหญ่
"ผู้หมวดคะ เกิดอะไรขึ้น..." รินรดาหน้าซีดเผือด ยามนี้ความอวดดีทั้งหมดมลายหายไป เหลือเพียงความหวาดกลัวที่เกาะกุมหัวใจ
"พวกมันรู้พิกัดที่เราเข้ามาแล้ว" จันทร์เจ้าหันมาสบตา เธอย่อตัวลงให้ระดับสายตาเท่ากับรินรดา มือข้างหนึ่งยื่นปืนพกขนาดพกพาที่ขึ้นลำแล้วมาให้ศิลปินสาว "ฟังฉันนะรินรดา... วันนี้เราต้องออกนอกเซฟเฮาส์ และไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น จับมือฉันไว้... ห้ามปล่อยเด็ดขาด เข้าใจไหมคะ?"
รินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เธอมองดูดวงตาที่เด็ดเดี่ยวแต่แฝงความกังวลอย่างชัดเจนของร้อยตำรวจเอกหญิง ก่อนจะพยักหน้ารับช้าๆ แล้วยื่นมืออันสั่นเทาไปกุมมืออุ่นจัดของอีกฝ่ายไว้แน่น
จันทร์เจ้าสูดหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติ ก่อนจะกระชากประตูห้องนอนเปิดออกเผชิญหน้ากับความตายที่กำลังคืบคลานเข้ามา...
แต่ทว่า... ทันทีที่ก้าวเท้าพ้นธรณีประตู ความมืดสนิทของโถงทางเดินชั้นสองก็ถูกทำลายด้วยประกายไฟจากปลายกระบอกปืนเก็บเสียงที่จ่อตรงมายังร่างของพวกเธอจากมุมมืด!
"ระวัง!" จันทร์เจ้าพุ่งเข้าชาร์จร่างของรินรดาให้ล้มกลิ้งหลบวิถีกระสุนไปพร้อมกันอย่างหวุดหวิด แผ่นหลังของตำรวจสาวกระแทกเข้ากับผนังปูนอย่างแรงจนเกิดเสียงดังทึบ
"ผู้หมวด!" รินรดาหวีดร้องลั่นด้วยความตกใจ ขณะที่ร่างของทั้งสองทับซ้อนกันแนบชิด ลมหายใจร้อนผ่าวรดรินอยู่ข้างแก้ม จันทร์เจ้ากัดฟันกรอดด้วยความเจ็บปวดจากแรงกระแทก แต่มือข้างที่ถือปืนยังคงมั่นคง ไม่ยอมปล่อยให้เป้าหมายในอ้อมแขนเป็นอันตรายแม้แต่ปลายเส้นผม
ในความเงียบงันที่บีบคั้นหัวใจจนแทบหยุดเต้น เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสคู่กำลังก้าวขึ้นบันไดมาทีละขั้น... ทีละขั้น... พร้อมกับเสียงหัวเราะเย็นเยียบของผู้บุกรุกที่ดังสะท้อนก้องโถงทางเดิน
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับความระทึกขวัญและเคมีที่ร้อนแรงนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
— โรสแมรี่พิษ
เซนเซอร์หัวใจในคดีร้าง กับยัยบอดี้การ์ดปากจัด•ตอนที่ 13
ออกนอกเซฟเฮาส์
ผลงานโดย โรสแมรี่พิษ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (โรสแมรี่พิษ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซนเซอร์หัวใจในคดีร้าง กับยัยบอดี้การ์ดปากจัด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!