กระดาษเอกสารปึกหนาถูกโยนลงบนโต๊ะทำงานไม้สักส่งเสียงดัง *ทึบ* สะท้อนก้องห้องสืบสวนที่อบอวลไปด้วยกลิ่นกาแฟดำราคาถูกและฝนตกชื้นแฉะนอกหน้าต่าง รินรดาสะดุ้งเล็กน้อยแต่นัยน์ตากลับวาวโรจน์ด้วยความถือดี เธอไม่แม้แต่จะชายตาแลเอกสารแผ่นบนสุดที่พิมพ์ชื่อบุคคลระดับประเทศ หญิงสาวเชิดปลายคางขึ้น ส่งยิ้มเยาะใส่ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ตรงหน้าด้วยท่าทีที่กวนประสาทเสียจนคนมองอยากจะจับมาตีพิมพ์เป็นคัมภีร์ความดื้อด้าน
"ชื่อในนั้นมันแปลกประหลาดตรงไหนเหรอคะ หมวดเดชา หรือว่าลายมือของคนพิมพ์มันอ่านยากเกินกว่าสมองของตำรวจไทยจะประมวลผลได้?"
เสียงใสเอ่ยแซะด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่กัดเจ็บลึกถึงขั้วหัวใจ รินรดากอดอกแน่น เสื้อแจ็คเก็ตหนังสีดำเปียกชื้นแนบไปกับแผ่นหลังเผยให้เห็นส่วนโค้งเว้าที่ไม่ได้ลดทอนความพยศลงเลยแม้แต่น้อย
"รินรดา!" เสียงหวานหูแต่เยียบเย็นดุจน้ำแข็งขั้วโลกของร้อยตำรวจเอกหญิงจันทร์เจ้าดังขึ้นตัดบท เธอขยับตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูง นัยน์ตาสีนิลคมกริบราวกับใบมีดโกนจ้องเขม็งไปยังศิลปินสาวผู้สร้างเรื่องไม่เว้นแต่ละวัน ใบหน้าหวานที่มักจะเรียบตึงเป็นนิตยสารแฟชั่นตอนนี้กลับบึ้งตึงจนแทบจะเป็นเส้นตรง "หยุดปากดีแล้วไปนั่งเงียบๆ ซะ ถ้าไม่อยากให้ฉันใส่กุญแจมือคุณข้อหาขัดขวางการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่"
"โอ๊ะ กลัวจังเลยค่ะท่านผู้หมวด!" รินรดาแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตากลมโตคู่สวยจ้องตอบกลับอย่างไม่เกรงกลัว "เก่งนักนะเรื่องใช้อำนาจกับประชาชนตาดำๆ แต่คดีที่ตัวเองรับผิดชอบเนี่ย... ผ่านมาสามวันแล้วยังวนอยู่กับที่เหมือนเด็กอนุบาลหัดเดินเลยไม่ใช่เหรอคะ?"
หมวดเดชาที่ยืนอยู่ข้างประตูทำได้เพียงกลืนน้ำลายลงคออย่างฝืดเคือง เขารีบถอยหลังกรูดออกไปจากรัศมีสงครามประสาทระหว่างผู้หมวดสาวจอมโหดกับพยานปากเอกจอมรั้น ปิดประตูไม้ลงอย่างเงียบเชเชียบ ปล่อยให้คนทั้งคู่เผชิญหน้ากันลำลำพังท่ามกลางบรรยากาศที่ประตุก็กั้นไม่อยู่
จันทร์เจือกกรามแน่นจนสันกรามขึ้นเป็นนูนเด่น เธอก้าวฉับๆ เข้ามาประชิดตัวรินรดาด้วยความเร็วที่ทำให้อีกฝ่ายผถะถอยหลังไปชนกับชั้นวางแฟ้มเอกสารโดยอัตโนมัติ กลิ่นกายหอมเย็นสะอาดคล้ายดอกไม้ป่าผสมกับกลิ่นฝนจางๆ ลอยปะทะนาสิกจนรินรดาเผลอกลั้นหายใจโดยไม่รู้ตัว
"คุณมันดื้อด้านที่สุด..." จันทร์เจ้าโน้มใบหน้าเข้าไปกระซิบชิดริมหู เสียงของเธอนุ่มทุ้มแต่สั่นเครือเล็กน้อยด้วยความโกรธที่อัดอั้น "รู้ไหมว่าเอกสารที่คุณเพิ่งทำเป็นทองไม่รู้ร้อนเมื่อกี้... มันคือคำสั่งจับกุมพ่อของคุณ! และถ้าหลักฐานชิ้นนี้เป็นของจริง แปลว่าคุณกำลังปกป้องอาชญากรข้ามชาติอยู่!"
ราวกับมีสายฟ้าฟาดผ่าลงกลางใจ รินรดาชะงัก รอยยิ้มเยาะหยันบนริมฝีปากบางเฉียบแข็งค้าง ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างขึ้นวูบหนึ่งก่อนจะกลับมาแข็งกร้าวกลบเกลื่อนความไหวหวั่น
"พ่อฉันตายไปแล้ว..." น้ำเสียงของเธอสั่นพร่าลงเสี้ยววินาที แต่ยังคงพยายามรักษาฟอร์ม "เอกสารพวกนั้นมันก็แค่กระดาษปลอมที่พวกคุณสร้างขึ้นมาเพื่อใส่ร้ายคนตาย!"
"เลוףโกหกสักทีได้ไหมรินรดา!" จันทร์เจ้าตวาดลั่น มือเรียวบางเอื้อมไปกระชากข้อมือเล็กของรินรด้าเข้ามาหาตัวแน่นโดยไม่เปิดโอกาสให้หนี รัศมีอันตรายและความห่วงใยที่ปะปนกันจนยุ่งเหยิงพวยพุ่งออกมาจากแววตาคู่สวยคู่นั้น "คุณคิดว่าฉันโง่มากเหรอถึงดูไม่ออกว่าคุณกำลังเอาชีวิตตัวเองเข้าไปเสี่ยงกับอะไร? คุณคิดว่าทำเป็นปากเก่ง ทำเป็นไม่แคร์ แล้วไอ้รอยแผลเป็นในใจของคุณมันจะหายไปเองหรือไงวะ!"
คำว่า 'วะ' ที่หลุดออกมาจากปากผู้หมวดสาวผู้เคร่งระเบียบและรักความสมบูรณ์แบบ ทำให้รินรดานิ่งงัดไปชั่วขณะ หัวใจดวงน้อยกระหน่ำเต้นรัวระรัวจนแทบจะทะลักออกมานอกอก ความโกรธเกรี้ยว ความอัดอั้น และความรู้สึกแปลกประหลาดที่เธอพยายามกดทับมันมาตลอดหลายสัปดาห์ทะลักล้นออกมาผ่านดวงตาที่เริ่มร้อนผ่าว
"แล้วมันเรื่องอะไรของคุณล่ะคะ!" รินรดาตวาดกลับเสียงดังไม่แพ้กัน หยดน้ำตาแห่งความคับแค้นเอ่อคลอหน่วยแต่ไม่ยอมร่วงหล่น เธอยกมืออีกข้างขึ้นผลักไหล่ลาดของตำรวจสาวสุดแรง "ฉันจะตายหรือจะรอด มันก็เรื่องของฉัน! คุณเป็นแค่ตำรวจ เป็นแค่บอดี้การ์ดที่ถูกจ้างมาคุ้มครองความปลอดภัย ไม่ใช่แม่ ไม่ใช่คนรัก ทำไมต้องทำหน้าเหมือนคนจะขาดใจตายเวลาฉันเจ็บตัวด้วยเล่า!"
จันทร์เจ้านิ่งอึ้ง ปลายนิ้วที่กุมข้อมืออีกฝ่ายคลายออกช้าๆ คำพูดแทงใจดำนั้นพุ่งทะลุเกราะป้องกันทุกอย่างที่เธอสร้างขึ้นมา ใบหน้าหวานฉายแววเจ็บปวดวูบหนึ่งก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความดุดันที่ซ่อนความคลั่งรักเอาไว้จนมิด
"ใช่... ฉันไม่ใช่แม่คุณ" จันทร์เจ้าก้าวเข้าไปประชิดอีกนิดจนหน้าผากของทั้งคู่เกือบจะชนกัน ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดริมฝีปากกันและกันในระยะประชิด "แต่ถ้าฉันไม่สนใจคุณ ป่านนี้คุณคงกลายเป็นศพไปนอนเน่าอยู่ที่ไหนสักแห่งแล้ว... และจำไว้รินรดา ถ้าคุณกล้าตายก่อนที่ฉันจะไขคดีนี้สำเร็จ ฉันนี่แหละจะตามไปลากคอคุณขึ้นมาจากนรกแล้วจับคุณมาจูบจนกว่าจะหายปากดี!"
รินรดาอ้าปากค้าง สมองประมวลผลคำขู่สุดประหลาดนั้นไม่ทัน ใบหน้าขาวเนียนขึ้นสีแดงก่ำลามไปจนถึงใบหู หัวใจที่ควรจะเต้นด้วยความโกรธกลับทรยศด้วยการเต้นรัวแรงจนแทบจะกระกระสนหนีออกจากอก
"คุณ... คุณมันบ้า..." เธอพึมพำเสียงสั่น หลบสายตาดุจคมมีดแต่เต็มไปด้วยความร้อนรุ่มคู่นั้น
จันทร์เจ้าไม่ปล่อยให้เธอได้ตั้งตัว มือข้างที่ว่างเอื้อมขึ้นมาประคองกรอบหน้าเรียวไว้อย่างทะนุถนอม สัมผัสอุ่นร้อนจากฝ่ามือทำให้รินรดาสั่นสะท้านไปทั้งร่าง นัยน์ตาคู่คมมองลึกลงไปในดวงตาของศิลปินสาวราวกับต้องการอ่านความลับทั้งหมดที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังรอยยิ้มดื้อรั้น
"ใช่ ฉันบ้า... บ้าเพราะคุณคนเดียวนั่นแหละ" จันทร์เจ้ากระซิบเสียงแผ่วเบา ริมฝีปากเรียวสวยขยับเข้ามาใกล้จนแทบจะแนบชิด "ทีนี้... เลิกทำตัวเป็นเด็กมีปัญหาแล้วบอกฉันมาตามตรง ว่าคุณซ่อนอะไรไว้เกี่ยวกับเอกสารชุดนี้..."
บรรยากาศในห้องเงียบงันลงเหลือเพียงเสียงฝนที่ยังคงโปรยปรายกระทบกระจกหน้าต่าง และเสียงหัวใจของคนทั้งสองที่เต้นเป็นจังหวะเดียวกันอย่างไร้ระเบียบ รินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เธอกำลังจะเปิดปากพูดความจริงบางอย่างเพื่อยอมจำนนต่อสถานการณ์
ทว่า...
*ปัง!*
เสียงทุบประตูดังสนั่นหวั่นไหวตามด้วยเสียงหอบหายใจรัวของหมวดเดชาที่ผลักประตูเข้ามาอีกครั้งด้วยสีหน้าตื่นตระหนกถึงขีดสุด
"ผู้หมวดครับ! แย่แล้วครับ! ทีมสืบสวนภาค 7 แจ้งมาว่า... คนสนิทของคุณพ่อรินรดาที่เพิ่งถูกฆ่าตัดตอนเมื่อคืน ทิ้งพิกัดลับสุดท้ายไว้ก่อนตาย... และมันอยู่ใต้พื้นห้องนอนของคุณรินรดานี่เองครับ!"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาร่วมลุ้นและอินไปกับความปากแข็งของยัยตัวแสบกับผู้หมวดคนซึนตอนนี้นะคะ เจอกันตอนหน้าค่ะ!
เซนเซอร์หัวใจในคดีร้าง กับยัยบอดี้การ์ดปากจัด•ตอนที่ 12
คืนที่ฝนพรำ
ผลงานโดย โรสแมรี่พิษ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (โรสแมรี่พิษ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซนเซอร์หัวใจในคดีร้าง กับยัยบอดี้การ์ดปากจัด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!