เสียงแจ้งเตือนจากโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะทำงานกระจกใสสั่นครืดคราดติดต่อกันสามครั้ง ราวกับมันกำลังพยายามส่งสัญญาณเตือนภัยวินาศสันตะโร รินรดาชะครงมือที่กำลังถือพู่กันค้างไว้ หัวใจกระหน่ำเต้นโครมครามด้วยจังหวะที่ผิดเพี้ยนไปจากปกติ
*“ผู้กองครับ... แหล่งข่าวที่เราให้เฝ้าเซฟเฮาส์แจ้งว่า... คุณพ่อของรินรดาหายตัวไปแล้วครับ!”*
ข้อความเสียงจากลูกน้องคนสนิทของจันทร์เจ้าเมื่อครู่ยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาท มันไม่ใช่แค่ข่าวร้าย แต่มันคือหมัดฮุกตรงลิ้นปี่ที่ทำให้ลมหายใจของเธอสะดุดกึก พ่อ... คนเดียวที่เธอเหลืออยู่ คนที่เธอพยายามแลกทุกอย่างเพื่อปกป้อง บัดนี้ได้หายตัวไปจากสถานที่คุ้มกันอย่างลึกลับ ทิ้งไว้เพียงความว่างเปล่าและเงาดำทะมึนของศัตรูที่กำลังคืบคลานเข้ามาใกล้ทุกขณะ
“ยัยบ้าเอ๊ย!” รินรดากำพู่กันในมือแน่นจนข้อต่อนิ้วขาวซีด ความโกรธเกรี้ยวและหวาดกลัวตีรวนขึ้นมาจนจุกอก เธอไม่สนคำสั่งห้าม ไม่สนว่ารอบกายจะมีอันตรายอะไรรออยู่ ขาเรียวก้าวพรวดพราดไปที่ประตูห้องทำงานทันing แต่ทว่า... ประตูบานนั้นกลับถูกกระชากเปิดออกเสียก่อนด้วยฝีมือของใครบางคน
ร่างสูงโปร่งในชุดสูทเข้ารูปดูทะมัดทะแมงของร้อยตำรวจเอกหญิงจันทร์เจ้าก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าเคร่งเครียด ดวงตาคู่สวยคมกริบฉายแววร้อนรนอย่างที่แทบไม่เคยเห็นมาก่อน เธอกวาดสายตามองรินรดาตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยสัญชาตญาณนักล่าที่ตื่นตัวเต็มที่
“จะไปไหน?” เสียงหวานห้าวเอถามห้วนจัด แฝงด้วยความดุดันตามประสาคนเจ้าระเบียบที่คุมอารมณ์แทบไม่อยู่
“หลบไป จันทร์เจ้า! พ่อฉันหายไป นายตำรวจของคุณปล่อยให้เขาหายไปได้ยังไง!” รินรดาแหวใส่เสียงดังลั่น ดวงตากลมโตแดงก่ำด้วยความอัดอั้นตันใจ เธอพยายามจะเบี่ยงตัวหลบเพื่อวิ่งออกไปข้างนอก แต่จันทร์เจ้ากลับก้าวเข้ามาขวางไว้ด้วยความเร็วที่เหนือกว่า คว้าข้อแขนเรียวไว้แน่นราวกับคีมเหล็ก
“ฉันบอกให้เธออยู่ในนี้! ข้างนอกนั่นมันอันตรายเกินไป เธอกำลังเดินไปหาความตายรู้ตัวไหมรินรดา!” จันทร์เจ้าตวาดกลับด้วยความโมโห ปรอทแตกพุ่งปรี๊ดเมื่อเห็นความดื้อรั้นที่ไม่เคยลดน้อยลงเลยของอีกฝ่าย
“แล้วจะให้ฉันนั่งรอความตายอยู่เฉยๆ หรือไง นั่นพ่อฉันนะ! พ่อแท้ๆ ของฉัน!” รินรดาตวาดสวนกลับ น้ำตาคลอเบ้าด้วยความคับแค้นใจ เธอยื้อยุกต์ข้อมือออกจากการเกาะกุม เคมีคู่กัดที่มักจะปะทะคารมกันด้วยความหมั่นไส้ในยามปกติ บัดนี้แปรเปลี่ยนเป็นสนามอารมณ์ที่ร้อนระอุและบีบคั้นหัวใจจนแทบแตกสลาย
“ฉันไม่ได้บอกให้เธออยู่เฉยๆ แต่ฉันบอกให้เธอฟังฉันบ้าง!” จันทร์เจ้ากัดฟันกรอด สันกรามคมชัดนูนขึ้นตามแรงอารมณ์ เธอรู้ว่าการใช้อารมณ์เข้าใส่คนหัวดื้ออย่างรินรดามีแต่จะพังกับพัง แต่สถานการณ์ตอนนี้มันบีบให้เวลาของพวกเธอน้อยลงทุกที “ถ้าเธอวิ่งออกไปทั้งที่ยังไม่รู้ว่าใครอยู่เบื้องหลัง เธอก็แค่เอาตัวไปให้พวกมันจับเป็นตัวประกันเพิ่มอีกคนเท่านั้นแหละ ยัยศิลปินโง่!”
“ฉันจะโง่หรือฉลาดมันก็เรื่องของฉัน ปล่อย!” รินรดาตวัดสายตาแข็งกร้าวใส่ ไม่ยอมก้มหัวให้ท่าทางคุกคามนั้นแม้แต่น้อย เธอง้างมือเตรียมจะสะบัดออกอย่างแรง แต่ทว่า...
*เปรี้ยง!*
เสียงกระจกหน้าต่างห้องทำงานแตกกระจายละเอียดเป็นเสี่ยงๆ พร้อมกับแรงปะทะมหาศาลที่พุ่งแหวกอากาศเข้ามา สัญชาตญาณดิบของตำรวจสืบสวนมือหนึ่งทำงานเร็วกว่าความคิด จันทร์เจ้าเบิกตากว้างเมื่อเห็นจุดแสงสีแดงวาววาบพาดผ่านความมืดด้านนอก
“ระวัง!”
ร่างเพรียวของร้อยตำรวจเอกหญิงพุ่งเข้าชาร์จร่างของรินรดาเต็มแรง แรงกระแทกทำให้ทั้งคู่ล้มกลิ้งไปกระแทกกับพื้นพรมหนานุ่ม รินรดาถูกกดทับไว้ใต้ร่างของจันทร์เจ้าที่ใช้ร่างกายของตัวเองปกป้องเธอไว้อย่างมิดชิด เสียงกระสุนปืนนัดที่สองเจาะทะลุกรอบประตูตามหลังมาติดๆ เศษปูนและฝุ่นควันฟุ้งกระจายคละคลุ้งไปทั่วห้อง
หัวใจของรินรดากระหน่ำเต้นรัวเร็วจนแทบกระเด็นออกมานอกอก ความโกรธเมื่อครู่วันนี้มลายหายไปสิ้น ถูกแทนที่ด้วยความตื่นตระหนกและ... กลิ่นคาวเลือดที่เริ่มโชยแตะจมูก
“จันทร์... จันทร์เจ้า?” รินรดาครางเรียกชื่ออีกฝ่ายด้วยเสียงสั่นเทา มือเรียวที่พยายามดันตัวขึ้นสัมผัสได้ถึงความเปียกชื้นอุ่นวาบที่แผ่นหลังของคนด้านบน เมื่อยกมือขึ้นมาดูก็พบว่ามันชุ่มไปด้วยเลือดสีสด
จันทร์เจ้าไม่ได้ตอบทันที เปลือกตาสวยปิดสนิทลงชั่วขณะเพื่อข่มความเจ็บปวดที่แล่นริ้วขึ้นมาจากแผลกระสุนถากบริเวณหัวไหล่และแผ่นหลัง แรงกดทับที่เคยหนักแน่นเริ่มยวบยาบลง ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดต้นคอของรินรดาอย่างแผ่วเบา
“ยัยบ้าเอ๊ย... ดื้อชะมัด...” เสียงพึมพำลอดไรฟันของจันทร์เจ้าแหบพร่าและสั่นน้อยๆ เธอลืมตาขึ้นมาสบตากันในระยะประชิด แววตาเย็นชาที่เคยมีบัดนี้แปรเปลี่ยนเป็นความลึกซึ้งและคลั่งรักอย่างปิดไม่มิด แม้ในสถานการณ์เป็นตายเท่ากัน เธอก็ยังไม่วายส่งสายตาดุๆ แกมเอ็นดูมาให้อีกฝ่าย “ถ้าเธอเป็นอะไรไป... ฉันคง... หงุดหงิดตายชัก”
“เธอเลือดออก... จันทร์เจ้า เธอโดนยิง!” น้ำตาสองสายของรินรดาร่วงเผาะลงบนแก้ม เธอใช้มือทั้งสองข้างประคองใบหน้าคมคายที่เริ่มซีดเซียวของอีกฝ่ายไว้ ความรู้สึกผิดและหวาดกลัวตีรวนขึ้นมาจุกอกจนพูดแทบไม่เป็นคำ “ทำไมต้องเอาตัวมาบังฉัน ทำไมถึงโง่แบบนี้เล่า!”
“ก็บอกแล้ว... ว่าฉันไม่ยอมให้ใครมาทำร้ายเธอ...” จันทร์เจ้าแย้มยิ้มมุมปากฝืนความเจ็บปวด ดวงตาคู่คมจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของรินรดาราวกับต้องการจะสลักภาพนี้ไว้เป็นสิ่งสุดท้าย “ต่อให้ต้องแลกด้วย...”
คำพูดที่เหลือถูกกลืนหายไปในลำคอ เมื่อจู่ๆ ประตูห้องทำงานที่พังเสียหายก็ถูกถีบกระเด็นหลุดจากวงกบ เสียงฝเท้าหนักๆ ของคนหลายคนก้าวเข้ามาพร้อมกับเงาร่างของบุคคลที่ไม่คาดฝันปรากฏขึ้นตรงหน้าในความสลัว
รินรดาสะดุ้งสุดตัว หันขวับไปมองผู้มาใหม่ด้วยความตกตะลึงพรืด ลมหายใจของเธอสะดุดกึกเมื่อเห็นใบหน้านั้นชัดเจน...
...คนที่ก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มเย็นเยียบในมือถือปืนเล็งตรงมาที่พวกเธอ คือคนใกล้ตัวที่สุดที่เธอไว้วางใจมาตลอด
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างและเดินทางมาถึงตอนนี้ด้วยกันนะคะ รับรองว่าตอนหน้าเดือดและฟินจนหยุดอ่านไม่ได้แน่นอนค่ะ!
เซนเซอร์หัวใจในคดีร้าง กับยัยบอดี้การ์ดปากจัด•ตอนที่ 15
กลิ่นอายความลวง
ผลงานโดย โรสแมรี่พิษ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (โรสแมรี่พิษ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซนเซอร์หัวใจในคดีร้าง กับยัยบอดี้การ์ดปากจัด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!