เซนเซอร์หัวใจในคดีร้าง กับยัยบอดี้การ์ดปากจัด•ตอนที่ 16

ยาขมในใจเธอ

ผลงานโดย โรสแมรี่พิษ
"ลดปืนลงเถอะค่ะสารวัตร... ถ้าไม่อยากให้กระสุนนัดนั้นฝังเข้าที่ขั้วหัวใจของคนที่คุณอุตส่าห์เอาชีวิตเข้าแลกปกป้องมาตลอดทาง" เสียงหัวเราะทุ้มต่ำในลำคอของ 'กรวิชญ์' นายตำรวจยศพันจ่าเอกผู้เป็นมือขวาคนสนิทดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันของห้องสืบสวนร้าง กลิ่นอับชื้นและคราบสนิมคละคลุ้งปะปนกับกลิ่นคาวเลือดจางๆ จากเหตุการณ์ระอุเมื่อครู่ รินรดากำมือแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือตัวเอง เธอไม่คาดคิดเลยว่าคนที่คอยส่งข่าว คอยเปิดประตูเซฟเฮาส์ และยื่นกาแฟอุ่นๆ ให้เธอยามเครียด จะเป็นหนอนบ่อนไส้ที่ขายข้อมูลให้องค์กรลับของพ่อเธอเอง แต่สิ่งที่น่าตกใจยิ่งกว่า คือร่างของร้อยตำรวจเอกหญิงจันทร์เจ้าที่ยืนบังหน้าเธอไว้ ร่างสูงโปร่งของสารวัตรสาวมีรอยแผลถลอกและคราบเขม่าดินปืนตามเครื่องแบบยับเยิน ลมหายใจของอีกฝ่ายหอบกระชั้น ไหล่ลาดกว้างนั้นเกร็งเครียดจนเห็นกล้ามเนื้อขยับภายใต้เสื้อผ้า ปลายกระบอกปืนในมือของจันทร์เจ้าสั่นระริกเล็กน้อย ไม่ใช่เพราะความกลัว—แต่มันคือความโกรธขอดที่กำลังพุ่งถึงขีดสุด "แก... หักหลังสำนักงานมาตลอดเลยเหรอกรวิชญ์" จันทร์เจ้าเค้นเสียงลอดไรฟัน ดวงตาคมกริบฉายแวววาวโรจน์ราวกับเสือสาวที่พร้อมขย้ำเหยื่อให้แหลกคามือ "หักหลังอะไรกันล่ะครับสารวัตร ผมแค่เลือกนายที่ให้ผลตอบแทนคุ้มค่ากว่าก็เท่านั้นเอง" กรวิชญ์ยักไหล่สีหน้าไม่ยี่หี้ ปลายกระบอกปืนในมือเขายังคงเล็งตรงมาที่ร่างของจันทร์เจ้าอย่างแม่นยำ "แต่ก็น่าเสียดายนะครับ... ถ้าสารวัตรไม่ทำตัวเป็นสุนัขหวงก้าง คอยตามติดคุณรินรดแจตั้งแต่แรก งานของเราคงจบไปนานแล้ว" "หุบปากนะ!" รินรดาทนฟังไม่ไหว เธอก้าวพรวดพวดออกมาจากด้านหลังของจันทร์เจ้า ใบหน้าเรียวเชิดขึ้นอย่างไม่เกรงกลัวแม้สถานการณ์จะอยู่ริมขอบเหว "แกมันก็แค่หมาลอบกัดที่ขายวิญญาณให้พวกเศษสวะ!" "ปากเก่งดีนี่ครับคุณหนูริน... หวังว่าตอนที่กระสุนเจาะเข้าที่หัวใจ คุณยังจะปากดีแบบนี้อยู่" นิ้วชี้ของกรวิชญ์เริ่มออกแรงกดลงบนไกปืน *ปัง!* เสียงปืนดังสนั่นก้องห้องโถงร้าง รินรดารู้สึกเหมือนโลกหยุดหมุนไปชั่วขณะ เมื่อร่างของจันทร์เจ้าพุ่งเข้าชาร์จเธอเต็มแรงจนล้มกลิ้งไปกระแทกกับกองลังไม้เก่าๆ ฝุ่นตลบอบอวลไปทั่ว กระสุนนัดนั้นเฉี่ยวหัวไหล่ของจันทร์เจ้าไปเพียงไม่กี่เซนติเมตร จนเนื้อผ้าไหม้เกรียมและมีหยดเลือดสีแดงสดซึมออกมา "จันทร์เจ้า!" รินรดาร้องอุทานด้วยความตกใจ ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกเป็นครั้งแรกในรอบหลายปี เธอลืมความบาดหมาง ลืมกำแพงที่เคยสร้างกั้นระหว่างกันจนหมดสิ้น สองมือเรียวรีบคว้าจับแขนแกร่งของอีกฝ่ายไว้ทันที "ฉัน... ฉันไม่เป็นไร ยัยตัวแสบ" จันทร์เจ้ากัดฟันกรอด ใบหน้าหวานคมเหเกด้วยความเจ็บปวด แต่สายตายังคงมองเลยไปข้างหน้าเพื่อระวังภัยให้รินรดา มือข้างที่ถือปืนสวนกลับไปนัดหนึ่งจนกรวิชญ์ต้องกระโดดหลบเข้ามุมเสาปูน จังหวะนั้นเอง เสียงไซเรนรถตำรวจก็ดังแว่วมาจากที่ไกลๆ กรวิชญ์สบถออกมาอย่างหัวเสีย ก่อนจะรีบวิ่งหนีหายไปทางประตูหนีไฟอย่างรวดเร็ว ทิ้งให้ความเงียบสงบกลับมาเยือนอีกครั้ง พร้อมกับความตึงเครียดที่ยังคงค้างคา ภายในห้องสืบสวนร้างที่มืดสลัว แสงไฟสลัวจากด้านนอกส่องลอดผ่านหน้าต่างกระจกที่แตกละเอียด รินรดานั่งคุกเข่าลงกับพื้นซีเมนต์เย็นเยียบ เธอดึงตัวจันทร์เจ้าให้พิงกับผนังปูนอย่างทุลักทุเล หัวใจของเธอยังคงเต้นโครมครามด้วยความหวาดกลัว—ไม่ใช่กลัวตาย แต่กลัวว่าคนตรงหน้าจะเป็นอะไรไป "ไหนดูซิ เจ็บตรงไหนบ้าง..." เสียงของรินรดาสั่นพร่าโดยไม่รู้ตัว มือสั่นเทาเอื้อมไปแตะที่หัวไหล่ข้างขวาของจันทร์เจ้าที่ชุ่มไปด้วยเลือด "เจ็บส... ยัยบ้าเอ๊ย มือเธอนี่มันซุ่มซ่ามเป็นทุนเดิมอยู่แล้วรึไง ถึงชอบหาเรื่องให้ฉันต้องเอาตัวมาบังกระสุนให้อยู่เรื่อย" จันทร์เจ้ายังมิวายกัดเข้าให้ แม้ใบหน้าจะซีดเซียวและเม็ดเหงื่อผุดพรายเต็มหน้าผากจากการเสียเลือด "นี่ ริมฝีปากนั่นเก็บไว้ด่าฉันตอนที่แผลหายดีแล้วเถอะค่ะท่านสารวัตร!" รินรดาลอยหน้าเถียงกลับทั้งที่ขอบตาร้อนผ่าวอย่างน่าประหลาด เธอดึงชายเสื้อเชิ้ตผ้าฝ้ายของตัวเองอย่างไร้ความเสียดาย ก่อนจะตัดสินใจฉีกมันออกเป็นแถบยาวเพื่อใช้ทำแผลฉุกเฉิน บรรยากาศรอบตัวเงียบสงบลงเหลือเพียงเสียงลมหายใจหอบถี่ของคนทั้งคู่ รินรดาก้มหน้าก้มตาจัดการกับบาดแผลบนหัวไหล่ของตำรวจสาวอย่างระมัดระวังที่สุด นิ้วเรียวสัมผัสโดนผิวเนื้ออุ่นจัดของอีกฝ่ายโดยบังเอิญ ทำให้จันทร์เจ้าสะดุ้งเฮือกเล็กน้อยและเผลอสูดปากด้วยความเจ็บ "อืม..." "อดทนหน่อยสิคะ... คุณเก่งไม่ใช่เหรอ ทำไมตอนนี้ทำตัวเป็นเด็กขี้แงไปได้ล่ะ" รินรดากล่าวแซวเบาๆ เพื่อกลบเกลื่อนความสั่นเทาในน้ำเสียงของตัวเอง ขณะที่มือก็ค่อยๆ พันผ้าพันแผลรอบหัวไหล่แกร่งอย่างคล่องแคล่ว แต่ยิ่งใกล้ชิด... หัวใจเจ้ากรรมก็ยิ่งทรยศ ระยะห่างระหว่างใบหน้าของทั้งคู่ลดลงเหลือเพียงแค่คืบ แสงไฟสลัวขับเน้นให้ดวงตาคมปลาบของจันทร์เจ้ายิ่งดูมีเสน่ห์ลึกล้ำ ยามที่สารวัตรสาวจ้องมองใบหน้าเนียนใสของศิลปินสาวที่กำลังตั้งอกตั้งใจทำแผลให้ สายตานั้นไม่ได้เย็นชาและระเบียบจัดเหมือนเคย หากแต่มันเต็มไปด้วยความอ่อนโยน ความคลั่งรักที่เก็บซ่อนไว้ใต้มาดนิ่ง และประกายไฟบางอย่างที่ร้อนรุ่มจนรินรดารู้สึกราวกับผิวแก้มกำลังถูกแผดเผา จันทร์เจ้าไม่ยอมละสายตาไปไหน ปลายนิ้วเรียวที่เคยจับปืน ค่อยๆ เอื้อมขึ้นไปเกลี่ยปอยผมที่หลุดลุ่ยลงมาปรกแก้มของรินรดาแผ่วเบา สัมผัสนั้นแผ่วเบาราวกับขนนก แต่กลับสร้างแรงสั่นสะเทือนรุนแรงในอกของคนถูกกระทำ รินรดานิ่งค้างไปทันที ลมหายใจสะดุดกึก ดวงตากลมโตช้อนขึ้นสบตากับคนเจ็บโดยไม่ทันตั้งตัว เคมีแปลกประหลาดบางอย่าง—เคมีที่ปฏิเสธไม่ได้และอันตรายยิ่งกว่ากระสุนปืนของกรวิชญ์—กำลังอบอวลอยู่ในพื้นที่แคบๆ นี้ กลิ่นอายเฉพาะตัวของจันทร์เจ้า ทั้งกลิ่นฝุ่นควัน จางๆ ของดินปืน และกลิ่นกายสะอาดสะอ้าน ทำให้รินรดาลืมวิธีหายใจไปชั่วขณะ "มองอะไรคะ..." รินรดาเค้นเสียงถามเบาหวิว พยายามถอยหลังหนีแต่ติดกำแพงปูนด้านหลัง หัวใจเต้นแรงจนแทบจะทะลุออกมานอกอก "มอง... คนที่ฉันยอมเอาชีวิตเข้าแลกไงคะ" จันทร์เจ้ากระซิบตอบ เสียงทุ้มต่ำแหบพร่าอยู่ใกล้ริมหิต จนรินรดารู้สึกถึงลมหายใจอุ่นๆ ที่เป่ารดพวงแก้ม ไม่มีคำพูดใดหลุดออกมาอีก ความเงียบเข้าปกคลุมแต่กลับเต็มไปด้วยแรงดึงดูดมหาศาล จันทร์เจ้าโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อยๆ ระยะห่างระหว่างริมฝีปากของทั้งคู่ลดลงจนแทบจะแนบชิด รินรดากลั้นหายใจ หลับตาลงครึ่งหนึ่งด้วยความรู้สึกเคลิบเคลิ้มและตื่นตระหนกในคราวเดียวกัน มือที่ถือเศษผ้าพันแผลกำแน่นจนยับยู่ยี่ ทว่า... ในวินาทีที่ริมฝีปากของทั้งสองกำลังจะแตะเข้าหากันอย่างพึงใจ *กริ๊ก...* เสียงโลหะกระทบกันเบาๆ จากมุมมืดด้านหลังเสาต้นใหญ่ พร้อมกับลำแสงสีแดงจากเลเซอร์ของปืนสั้นติดลำกล้อง ที่พุ่งตรงมาหยุดนิ่งอยู่ตรงกลางหน้าผากของจันทร์เจ้าพอดิบพอดี จันทร์เจ้าชะתากรัน ร่างกายตื่นตัวตามสัญชาตญาณดิบของตำรวจมืออาชีพ เธอดึงร่างของรินรดาให้หลบลงต่ำทันทีด้วยความเร็วแสง ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองผู้มาใหม่ที่ก้าวออกมาจากเงามืดด้วยรอยยิ้มเยือกเย็น "ว้าว... ภาพบาดตาบาดใจจังเลยนะฃรับท่านสารวัตร" เสียงทุ้มต่ำและคุ้นเคยเอ่ยทักทาย พร้อมกับร่างสูงสมส่วนของใครบางคนที่ก้าวเหยียบเศษกระจกแตกดังกรอบแกรบ รินรดาเบิกตากว้างด้วยความตกใจสุดขีดเมื่อเห็นใบหน้าของคนที่ยืนอยู่ตรงนั้นชัดเจน ไม่ใช่กรวิชญ์... แต่เป็นคนใกล้ตัวที่สุดที่เพิ่งแยกย้ายกันไปสืบสวนอีกมุมเมืองเมื่อชั่วโมงก่อน และเป็นคนเดียวที่รู้รหัสผ่านเข้าเซฟเฮาส์ทุกแห่งของเธอ —--- ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างและร่วมลุ้นไปกับเคมีสุดแซ่บของยัยตัวแสบกับสารวัตรคนซึนนะคะ!
สารจากนักเขียน (โรสแมรี่พิษ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซนเซอร์หัวใจในคดีร้าง กับยัยบอดี้การ์ดปากจัด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%