เซนเซอร์หัวใจในคดีร้าง กับยัยบอดี้การ์ดปากจัด•ตอนที่ 22

จดหมายถึงความจริง

ผลงานโดย โรสแมรี่พิษ
กลิ่นอายความชื้นของฝนที่เพิ่งซาลงบนถนนคอนกรีต ผสมปนเปกับกลิ่นอับของกระดาษเก่าในห้องใต้ดิน แทบจะทำให้รินรดาลืมหายใจ ปลายนิ้วเรียวที่เปื้อนฝุ่นคราบสีน้ำมันกำลังสั่นเทาเล็กน้อย ตอนที่ดึงแฟ้มเอกสารสีน้ำตาลเข้มออกจากซอกผนังอิฐบล็อกที่ถูกอำพรางไว้ด้วยตู้หนังสือไม้สัก นี่คือห้องลับใต้บ้านพักตากอากาศเก่าของพ่อ—สถานที่ที่ตำรวจบอกว่าไม่มีอะไรนอกจากความว่างเปล่าและคดีปิดตาย "ถ้าเธอยังขืนยืนกอดอกทำหน้าเป็นรูปปั้นหินอยู่อย่างนั้น ฉันคงต้องหยิบโทรศัพท์เรียกหน่วยพิสูจน์หลักฐานมาเก็บกวาดซากความดื้อรั้นของเธอก่อนจะไม่ได้อ่านสมุดพวกนี้" เสียงทุ้มต่ำติดจะห้วนของร้อยตำรวจเอกหญิงจันทร์เจ้าดังขึ้นที่ด้านหลัง ตามมาด้วยเสียงฝีเท้าหนักแน่นที่ก้าวเข้ามาประชิดตัว ร่างสูงในชุดเสื้อคลุมกันหนาวสีเข้มทิ้งตัวลงยองๆ ข้างกาย ปลายนิ้วเรียวยาวของหมวดสาวฉวยแฟ้มในมือรินรดาไปพลิกดูอย่างถือวิสาสะ "ใครบอกให้คุณเข้ามาในพื้นที่ส่วนตัวของฉันไม่ทราบคะผู้กอง?" รินรดาตวัดสายตาดุใส่ทันที ริมฝีปากบางเฉียบเม้มเข้าหากันอย่างขัดใจ แม้ในใจจะรู้ดีว่าหากไม่มีจันทร์เจ้าคอยคุ้มกันและงัดแงะประตูห้องใต้ดินนี้ให้ เธอคงไม่มีทางได้เข้ามาเหยียบที่นี่ "พื้นที่ส่วนตัว?" จันทร์เจ้าแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาหันมามองคนปากเก่งที่นั่งยองๆ อยู่ข้างกัน "จำประโยคเมื่อคืนของตัวเองไม่ได้หรือไงคะ ที่บอกว่าจะไม่ยอมตายให้ใครหน้าไหนฆ่าทิ้ง... รวมถึงผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติด้วยน่ะ หืม?" บรรยากาศในห้องใต้ดินแคบๆ พลันร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ เมื่อจันทร์เจ้าจงใจโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้ ระยะห่างระหว่างเราลดลงจนได้กลิ่นน้ำหอมจางๆ เจือกลิ่นฝนจากตัวอีกฝ่าย รินรดาชะงักไปนิด หัวใจเจ้ากรรมกระตุกวูบอย่างไม่น่าให้อภัย แต่เธอก็เลือกที่จะเชิดหน้าขึ้น ถอยหลังหนีเล็กน้อยเพื่อรักษาอาณาเขต "ฉันพูดความจริงค่ะ... และฉันก็ไม่ได้ขอให้คุณมาทำตัวเป็นฮีโร่ปกป้องฉันด้วย" "ปากดีให้มันตลอดรอดฝั่งเถอะรินรดา" จันทร์เจ้าถอนหายใจยาว ดวงตาคมที่มักจะเยชาและเด็ดเดี่ยวเสมอเวลาอยู่ในหน้าที่ กลับฉายแววอ่อนแสงลงวูบหนึ่งเมื่อมองลึกเข้ามาในดวงตากลมโตที่รั้นจนน่าตีของศิลปินสาว "ฉันไม่ได้อยากเป็นฮีโร่... ฉันแค่ไม่อยากเห็นคนอวดเก่งแถวนี้ตายก่อนจะได้เคลียร์หนี้ปากที่ติดฉันไว้" จันทร์เจ้าไม่รอให้อีกฝ่ายได้เถียงกลับ นิ้วเรียวจัดการเปิดแฟ้มเอกสารในมือออก แสงไฟฉายสว่างวาบส่องกระทบกับแผ่นกระดาษนับสิบหน้าที่เหลืองกรอบตามกาลเวลา หัวกระดาษพิมพ์ตราครุฑที่จางเลือน พร้อมลายเซ็นตวัดห้วนที่เป็นเอกลักษณ์ของอดีตข้าราชการระดับสูง ทำให้ทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงันทันที รินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ความดื้อรั้นในแววตาสลายหายไป กลายเป็นความเปราะบางที่ถูกซ่อนไว้ใต้ก้นบึ้งของจิตใจ เธอยื่นมือไปแตะกระดาษแผ่นบนสุด ซึ่งเป็นลายมือเขียนด้วยหมึกซึมสีน้ำเงินที่เธอคุ้นเคยตั้งแต่เด็ก *“ถึงลูกรัก... ถ้าลูกได้อ่านจดหมายฉบับนี้ แปลว่าพ่อคงไม่มีโอกาสได้กลับไปกอดลูกอีกแล้ว ความจริงไม่ใช่สิ่งสวยงาม และอำนาจมืดไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ...”* ประโยคแรกของจดหมายกระแทกใจรินรดาจนจุกแน่น น้ำตาที่กลั้นมานานเอ่อคลอเบ้าอย่างห้ามไม่อยู่ เธอกัดริมฝีปากแน่นจนห่อเลือด ไม่ยอมปล่อยให้หยดน้ำตาแห่งความอ่อนแอร่วงหล่นต่อหน้าตำรวจสาวผู้เคร่งขรึม แต่จันทร์เจ้ารู้ทัน... มืออุ่นจัดของร้อยตำรวจเอกหญิงเอื้อมมาคว้ามือสั่นเทาของรินรดากุมไว้แน่น สัมผัสที่หนักแน่นและจริงใจนั้นอบอุ่นเสียจนกำแพงทิฐิพังทลายลงในเสี้ยววินาที จันทร์เจ้าไม่ได้พูดปลอบโยนด้วยคำหวานเลี่ยน แต่แรงบีบกระชับที่ฝ่ามือส่งผ่านความมั่น "อ่านต่อสิคะ..." เสียงของจันทร์เจ้านุ่มนวลขึ้นอย่างประหลาด ปราศจากความเยเย็นและระเบียบจัดแบบที่เคยเป็น "ฉันอยู่ตรงนี้... ไม่มีใครทำอะไรเธอได้ทั้งนั้น" รินรดาสูดหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติ ก่อนจะกวาดสายตาอ่านข้อความที่เหลือในจดหมายฉบับนั้น เนื้อความในจดหมายเปิดโปงเครือข่ายทุจริตระดับประเทศที่มีชื่อของ 'ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ' เข้าไปเกี่ยวข้องอย่างไม่สามารถปฏิเสธได้ พ่อของเธอไม่ได้ฆ่าตัวตายและไม่ได้ทำผิดตามข้อกล่าวหา แต่เขาคือผู้ถือหลักฐานชิ้นสำคัญที่จะกระชากหน้ากากคนใหญ่คนโต และนั่นคือเหตุผลที่ทำให้เขาต้องกลายเป็นเหยื่อในคดีฆาตกรรมอำพราง "นี่มัน..." จันทร์เจ้าขมวดคิ้วแน่น ดวงตาคมกริบวาดประกายความโกรธเกรี้ยวขึ้นมาอย่างปิดไม่มิด เมื่อตระหนักได้ว่าเบื้องบนพยายามปกปิดความเน่าเฟะนี้ด้วยมือของใคร "ใช่ค่ะ..." รินรดาแค่นหัวเราะทั้งน้ำตา ความโกรธแค้นแผดเผาอยู่ในอก "พ่อฉันตายเพราะเอกสารพวกนี้... และตอนนี้ ฉันกำลังเดินตามรอยเท้าของพ่อเข้าไปในหลุมพรางนั้น" "เธอไม่ได้เดินคนเดียว..." จันทร์เจ้าดึงรึงมือของรินรดาให้ลุกขึ้นยืนด้วยกัน ร่างสูงขยับเข้าประชิดจนแผ่นหลังของศิลปินสาวชนเข้ากับชั้นหนังสือเย็นเฉียบ ขณะที่ร่างของร้อยตำรวจเอกหญิงกักตัวเธอไว้ตรงกลางด้วยวงแขนแข็งแรง "จำไม่ได้เหยื่อ ฉันบอกแล้วไงว่าฉันไม่มีทางปล่อยให้เธอรอดมือฉันไปให้ใครฆ่าทิ้ง... และฉันก็ไม่ยอมให้ใครหน้าไหนมาแตะต้องหลักฐานชิ้นนี้ด้วย" ใบหน้าสวยคมอยู่ห่างกันแค่คืบ ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกันในความเงียบงันของห้องใต้ดิน เคมีระหว่างผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ผู้เคร่งครัดกับศิลปินสาวปากจัดพุ่งทะยานจนแทบระเบิด รินรดาเงยหน้าขึ้นสบตากับนัยน์ตาคู่สวยที่ฉายแววคลั่งรักและห่วงใยอย่างไม่ปิดบัง หัวใจเต้นรัวแรงจนแทบกระเด็นออกมานอกอก ทว่า— *โครม!* เสียงประตูห้องใต้ดินด้านบนถูกถีบกระเด็นเปิดออกอย่างแรง ตามมาด้วยเสียงฝีเท้าหนักหลายคู่ที่กรูลงมาพร้อมกับแสงไฟฉายที่สาดส่องสว่างวาบเข้ามาในความมืด! "ห้ามขยับ! ตำรวจกองปราบ!" จันทร์เจ้าตวัดสายตาคมกริบไปทางบันไดทันที มือขวาละจากเอวบางของรินรดาแล้วตบเข้าที่ซองปืนพกข้างเอวอย่างรวดเร็วโดยสัญชาตญาณ ขณะที่รินรดาเบิกตากว้างเมื่อเห็นเงาร่างของชายชุดดำสามคนก้าวพ้นขอบประตูลงมา พร้อมกับกระบอกปืนเก็บเสียงที่เล็งตรงมายังจุดที่พวกเธอยืนอยู่! "ซุกหัวอยู่ตรงนี้นี่เอง... ผู้กองจันทร์เจ้า กับลูกสาวตัวดีของไอ้คนทรยศ" เสียงทุ้มต่ำเย็นเยียบเอ่ยขึ้น พร้อมกับร่างของนายตำรวจยศใหญ่ที่ก้าวออกมาจากแถวหลังสุด ใบหน้าของเขายกยิ้มเยдяเหี้ยมเกรียมในขณะที่เหนี่ยวไกปืนเล็งตรงมาที่กลางหน้าอกของจันทร์เจ้า!
สารจากนักเขียน (โรสแมรี่พิษ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซนเซอร์หัวใจในคดีร้าง กับยัยบอดี้การ์ดปากจัด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%