"ถอยออกไปให้ห่างจากผู้ต้องหาเดี๋ยวนี้!"
เสียงตะคอกก้องคำรามพร้อมกับลำแสงไฟฉายแรงสูงที่สาดส่องเข้ามากระทบม่านตาจนรินรดาต้องยกมือขึ้นปิดหน้า ทว่าในความอลหม่านของกำลังเสริมกองร้อยพิเศษที่ดาหน้าเข้ามาเคลียร์พื้นที่ ร่างสูงโปร่งในชุดเครื่องแบบยับยู่ยี่ของร้อยตำรวจเอกหญิงจันทร์เจ้ากลับยืนตระหง่านบังกระสุนและแรงกระแทกจากกลุ่มคนเหล่านั้นไว้มิดชิด แผ่นหลังบางที่สะท้อนแสงไฟฉุกเฉินสีแดงฉานไม่ได้สั่นเทาเลยสักนิด แม้ว่าลมหายใจของเธอจะหอบกระชั้นจากการปะทะเมื่อครู่ก็ตาม
รินรดากัดริมฝีปากแน่น รสคาวเลือดจางๆ คละคลุ้งอยู่ในโพรงปากจากการโดนเหวี่ยงกระแทกกับผนังห้องสอบสวนเมื่อตอนที่ไฟดับลง เธอมองแผ่นหลังของคนตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่ตีรันยุ่งเหยิงในอก ยัยผู้หมวดหน้าตายคนนี้มักจะมาในจังหวะที่เธอกำลังจะแย่ทุกครั้ง... และมันก็น่าหงุดหงิดเป็นบ้าที่เธอต้องมาติดค้างหนี้บุญคุณกับตำรวจปากจัดคนนี้อีกแล้ว
"ฉันไม่ได้เป็นอะไร... เลิกทำท่าทางเหมือนฉันเป็นเด็กสามขวบสักที ผู้หมวด!" รินรดาเค้นเสียงลอดไรฟัน แม้ร่างบางจะเซเล็กน้อยจนต้องใช้มือยันโต๊ะสอบสวนไว้เป็นหลักยึด
จันทร์เจ้าหันขวับมามองทันที ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นทรงเฉี่ยววาวโรจน์ด้วยความกรุ่นโกรธที่ไม่รู้ว่าโกรธใคร ระหว่างพวกที่บุกเข้ามาอย่างไร้มารยาท หรือยายศิลปินปากดีที่ไม่รู้จักรักตัวกลัวตายเอาเสียเลย
"หุบปากไปเลยนะรินรดา! ถ้าฉันมาช้ากว่านี้อีกสามวินาที สมองเธอคงได้กระจายติดผนังห้องไปแล้ว อยากตายนักหรือไงถึงได้วิ่งเข้าไปหาความซวยแบบนั้น!" จันทร์เจ้าสวนกลับเสียงกร้าว น้ำเสียงสั่นระริกด้วยความตระหนกที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้มาดผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ผู้เยือกเย็น
"ก็ถ้าพวกคุณไม่ห่วยแตกปล่อยให้ไฟดับแล้วปล่อยให้ใครก็ไม่รู้ลอบเข้ามาเก็บฉัน ฉันคงไม่ต้องเอาตัวรอดเองหรอกค่ะ!" รินรดาเถียงกลับทันควัน นัยน์ตาสองคู่จ้องประสานกันราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ ท่ามกลางความชุลมุนของเจ้าหน้าที่หน่วยพิสูจน์หลักฐานที่เริ่มกรูเข้ามาเคลียร์พื้นที่รอบตัวพวกเธอ
ผ่านไปครึ่งชั่วโมงเต็ม ในห้องพักรับรองส่วน ภายในกองปราบปรามที่ถูกจัดเตรียมไว้เป็นเซฟเฮาส์เฉพาะกิจ บรรยากาศกลับเงียบงันจนน่าอึดอัด แอร์คอนดิショ닝 (แอร์) ตัวเก่าส่งเสียงฮัมเบาๆ แข่งกับหยดน้ำที่ซึมตามผนัง
รินรดานั่งกอดอกอยู่บนโซฟาหนังสีทึบ ใบหน้าเนียนใสซีดเซียวลงอย่างเห็นได้ชัด พิษไข้จากความเครียดสะสมและอาการฟกช้ำดำเขียวตามลำตัวเริ่มเล่นงานเธอจนลมหายใจร้อนผ่าว เปลือกตาหนักอึ้งและริมฝีปากที่แห้งผากจนแตกเป็นรอย ร่างกายที่เคยดื้อรั้นพยศตอนนี้กลับสั่นเทาด้วยความหนาวสะท้านจากพิษไข้ที่จู่โจมอย่างกะทันหัน
แอด...
เสียงเปิดประตูเบาๆ พร้อมกับร่างของจันทร์เจ้าที่เดินถือถาดสังกะสีขนาดเล็กเข้ามา ในนั้นมีชามข้าวต้มร้อนๆ ส่งควันฉุย ยาพาราเซตามอลสองเม็ด และแก้วน้ำอุ่น
จันทร์เจ้าปรายตามองคนบนโซฟาที่นั่งขดตัวเป็นกุ้งก้ามกราม ดวงตาคู่สวยหรี่ลงเล็กน้อยเมื่อสังเกตเห็นเม็ดเหงื่อกาฬที่ผุดพรายเต็มขมับของรินรดา ทว่าริมฝีปากบางเฉียบกลับยกยิ้มหยันตามนิสัยปากร้ายที่แก้ไม่หาย
"จะนอนอวดเก่งไปถึงไหนลุกขึ้นมากินข้าวแล้วกินยาซะ ฉันไม่อยากมีศพผู้ต้องหามานอนเน่าตายในความดูแลให้เป็นภาระทางคดีหรอกนะ" จันทร์เจ้าวางถาดลงบนโต๊ะเสียงดังสนั่น ตั้งใจกวนประสาทคนป่วยเต็มที่
รินรดากัดฟันฝืนลุกขึ้นนั่ง ช้อนตาขึ้นมองอีกฝ่ายด้วยแววตาพยศที่ไม่เคยลดราวาศอก "ใครบอกว่าฉันอยากให้คุณมาดูแลล่ะคะ? วางไว้ตรงนั้นแหละ เดี๋ยวฉันจัดการเอง... โอ๊ย!"
พยายามจะขยับตัวแรงเกินไปทำให้รินรดาหน้ามืดวูบ เซถลาจะล้มลงไปกองกับพื้น ทว่ารวดเร็วยิ่งกว่าความคิด จันทร์เจ้าพุ่งเข้ามาคว้าเอวบางเอาไว้ได้ทัน ร่างของทั้งคู่ปะทะกันอย่างจังจนรินรดาซบลงกับอกเสื้อเครื่องแบบของตำรวจสาว กลิ่นอายเฉพาะตัวของผู้หมวด—กลิ่นสบู่สะอาดเจือจางกับกลิ่นบุหรี่จางๆ—ลอยเข้าจมูก
จันทร์เจ้าชะงักไปชั่วขณะ หัวใจในอกกระหน่ำเต้นโครมครามผิดจังหวะยามที่สัมผัสได้ถึงความร้อนระอุจากร่างกายของคนในอ้อมแขน ร่างกายของรินรดาผอมบางกว่าที่คิด และตอนนี้มันก็กำลังร้อนราวกับเตาไฟ
"ดื้อด้านไม่เข้าเรื่อง..." จันทร์เจ้าพึมพำเสียงเบา น้ำเสียงที่มักจะแข็งกร้าวเมื่อครู่กลับอ่อนลงโดยไม่รู้ตัว มือเรียวที่เคยจับปืนมั่นกลับค่อยๆ เปลี่ยนมาประคองแผ่นหลังของรินรดาอย่างทะนุถนอม บังคับประคองให้เอนกายพิงพนักโซฟาอย่างระมัดระวัง
รินรดาเม้มปากแน่น หัวใจเต้นแรงไม่แพ้กัน ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะสัมผัสอุ่นซ่านจากอุ้งมือของคนที่ปากบอกว่ารำลึกเธอนักหนา เธอมองใบหน้าคมคายที่กำลังขมวดมุ่นด้วยความกังวล แม้ปากจะบ่นอุบอิบแต่แววตาคู่สวยนั้นกลับฉายชัดถึงความห่วงใยที่ปิดไม่มิด
"มองอะไรเล่า หน้าฉันมีรอยเปื้อนหรือไง?" จันทร์เจ้าแกล้งทำเสียงดุกลบเกลื่อนความประหม่า ขณะเอื้อมมือไปหยิบชามข้าวต้มขึ้นมาเป่าลมเบาๆ แล้วตักคำเล็กจ่อ10ตรงหน้า "อ้าปากเร็วๆ ฉันไม่มีเวลามาป้อนเด็กดื้อทั้งคืนหรอกนะ"
"ฉันไม่ใช่เด็ก และก็ไม่ได้ขอให้คุณมาป้อนสักหน่อย..." รินรดาเบือนหน้าหนีด้วยความซึน แต่ท้องกลับส่งเสียงร้องประท้วงออกมาดังลั่นจนปฏิเสธไม่ออก
จันทร์เจ้าหัวเราะในลำคอ แววตาพราวระยับด้วยประกายความเอ็นดูที่เจือความคลั่งรักแบบสุดขั้ว "ท้องกับปากไม่ค่อยตรงกันเลยนะรินรดา หรือต้องให้ฉันใช้วิธีอื่นป้อน ถึงจะยอมกินดีๆ หึ?"
คำพูดกำกวมพร้อมรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ทำให้รินรดาหน้าร้อนผ่าว ลามไปถึงใบหู เธอจำใจต้องอ้าปากรับข้าวต้มคำนั้นเข้าไปอย่างเสียไม่ได้ รสชาติอุ่นละมุนช่วยบรรเทาความหนาวสั่นในกายลงได้บ้าง ท่ามกลางห้องสี่เหลี่ยมแคบๆ ที่มีเพียงเสียงลมหายใจของกันและกัน ความเงียบสงบที่โรแมนติกก่อตัวขึ้นอย่างเงียบเชียบ ลบเลือนความหวาดกลัวจากคดีฆาตกรรมและเบื้องหลังอันดำมืดไปชั่วขณะ
จันทร์เจ้าคอยดูแลเช็ดหน้าเช็ดตาให้ด้วยความเงอะงะแต่นุ่มนวลอย่างที่สุด มือเรียวเกลี่ยปอยผมที่ชื้นเหงื่อออกจากหน้าผากมนอย่างเผลอไผล สายตาที่มองมาเต็มไปด้วยความรู้สึกที่ลึกซึ้งเกินกว่าคำว่า 'ผู้พิทักษ์กับผู้ต้องหา' จะนิยามได้
รินรดานิ่งงัน ปล่อยให้อีกฝ่ายดูแลโดยไม่ปริปากเถียงแม้แต่คำเดียว หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวจนแทบหลุดออกมานอกอก เธอกำลังจะเปิดปากเอ่ยขอบคุณเบาๆ ทว่า...
ปัง!
เสียงกระแทกประตูห้องพักรับรองดังสนั่นหวั่นไหว พร้อมกับร่างของหมวดสมชาย ลูกน้องคนสนิทของจันทร์เจ้าที่พุ่งพรวดเข้ามาด้วยสีหน้าตื่นตระหนกจนซีดเผือด
"ผู้หมวดครับ! แย่แล้วครับ! หลักฐานชิ้นสำคัญในเซฟตี้วอลท์ถูกขโมย... และตอนนี้ท่านผู้กำกับการสั่งให้ถอนกำลังเราออกจากคดีนี้ทันทีครับ!"
จันทร์เจ้าสะดุ้งสุดตัว ดวงตาคมกริบเบิกWIDEด้วยความตกตะลึง รินรดารemวตาตื่นตะลึงไม่แพ้กัน ความเงียบสงบอันเปราะบางแตกสลายลงในพริบตา เมื่อพวกเธอตระหนักได้ทันทีว่า... มีหนอนกระดืบบ่อนไส้อยู่ในชุดสืบสวน และเป้าหมายต่อไปของมันคือลมหายใจของพวกเธอทั้งคู่!
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและใจเต้นไปพร้อมกับความปากไม่ตรงกับใจของยัยผู้หมวดกับศิลปินสาวสุดพยศในตอนนี้นะคะ!
เซนเซอร์หัวใจในคดีร้าง กับยัยบอดี้การ์ดปากจัด•ตอนที่ 7
ปากไม่ตรงกับใจ
ผลงานโดย โรสแมรี่พิษ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (โรสแมรี่พิษ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซนเซอร์หัวใจในคดีร้าง กับยัยบอดี้การ์ดปากจัด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!