"ถ้าคุณยังเดินมาขวางทางฉันด้วยสายตาจับผิดแบบนั้นอีกก้าวเดียว ฉันจะถือว่าคุณแอบรักฉันจนตัวสั่นนะคะ ผู้หมวดจันทร์เจ้า"
รินรดาเอ่ยด้วยน้ำเสียงยียวน กลิ่นอายความท้าทายลอยวนอยู่ในอากาศแคบๆ ของห้องเก็บหลักฐาน กองเอกสารคดีเก่าสุมสูงจนแทบปิดบังแสงไฟนีออนสีตุ่น แต่ไม่มืดมนเท่ากับบรรยากาศระอุระหว่างเธอกับร้อยตำรวจเอกหญิงที่ยืนกอดอกนิ่งสนิทอยู่ตรงหน้า
จันทร์เจ้าไม่ยอมถอยหลัง เธอกลับก้าวเข้าประชิดอีกครึ่งก้าว จนปลายจมูกแทบจะชนกัน สัญชาตญาณนักสืบในตัวกำลังกรีดร้องว่าผู้หญิงตรงหน้ามีพิษสงรอบตัว ทั้งดื้อรั้น ปากเก่ง และที่สำคัญคือ *กำลังโกหก*
"ปากดีให้มันตลอดเถอะค่ะ คุณรินรดา" จันทร์เจ้าเค้นเสียงลอดไรฟัน ดวงตากลมโตคมกริบกวาดมองสำรวจใบหน้าเนียนใสที่เชิดขึ้นอย่างไม่เกรงกลัว "แต่ก่อนจะไปห่วงเรื่องรักใคร่ ช่วยกรุณาอธิบายหน่อยได้ไหมคะว่า ทำไมแผนผังจุดเกิดเหตุฉบับจริงถึงไปโผล่อยู่ในมือของผู้ต้องสงสัยได้ ทั้งๆ ที่มีแค่ฉัน คุณ และทีมสืบสวนวงในเท่านั้นที่เข้าถึงมัน"
รอยยิ้มเยาะบนเรียวปากสวยของศิลปินสาวสะดุดลงชั่วเสี้ยววินาที ดวงตากลมโตไหววูบไป
"คุณหมายความว่า..."
"ฉันหมายความว่า..." จันทร์เจ้าตัดบท น้ำเสียงเย็นเยียบไร้ความปรานี "ในทีมของฉัน... มีหนอนบ่อนไส้ค่ะ"
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศเก่าๆ ที่ส่งเสียงครางหึ่งๆ แข่งกับเสียงหัวใจที่เต้นรัวของคนทั้งคู่ รินรดากลืนน้ำลงคออย่างยากลำบาก เธอมองลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยที่มักจะซ่อนความห่วงใยไว้ใต้มาดผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ วันนี้แววตานั้นเต็มไปด้วยความระแวงและบาดแผล
คำพูดติดตลกเมื่อครู่มลายหายไปสิ้น เมื่อความจริงอันโหดร้ายของคดีเริ่มกัดกินความไว้วางใจที่มีอยู่น้อยนิดให้พังทลายลง
"ไม่ใช่ฉันนะ..." รินรดาเผลอหลุดเสียงแผ่วเบาอย่างลืมตัว ผิดวิสัยคนปากแข็ง
"ฉันรู้ว่าไม่ใช่คุณ เพราะถ้าเป็นคุณ ป่านนี้คงเผาเอกสารทิ้งไปนานแล้ว ไม่มายืนเถียงปากเปียกปากแกล้งอยู่ตรงนี้หรอกค่ะ" จันทร์เจ้าผ่อนลมหายใจยาว เหยียดยิ้มหยันให้กับความอวดดีของอีกฝ่าย "แต่ปัญหาคือ... คนในทีมของฉัน เป็นคนของกองปราบที่ไว้ใจที่สุด... ถ้าไม่ใช่เพราะมีเกลือเป็นหนอน แล้วข้อมูลลับสุดยอดนั่นจะรั่วไหลออกไปได้ยังไง"
นิ้วเรียวของรินรดาขยับเข้าหากันโดยอัตโนมัติ เธอกำชายเสื้อแจ็คเก็ตของตัวเองแน่น ขณะสมองหมุนเร็วจี๋ ย้อนทบทวนเหตุการณ์ตลอดหลายวันที่ผ่านมา ภาพเหตุการณ์ขณะที่สารวัตรปกรณ์ นายตำรวจมือขวาคนสนิทของจันทร์เจ้า เดินถือแฟ้มเอกสารชุดนั้นเข้ามาในห้องทำงานเมื่อวานซืนผุดขึ้นมาในหัว
*สารวัตรปกรณ์อย่างนั้นเหรอ? ตำรวจน้ำดีที่คอยช่วยเหลือจันทร์เจ้ามาตลอดเนี่ยนะ?*
"คุณกำลังสงสัยใครในทีมตัวเองบ้างล่ะ ผู้หมวด" รินรดาลดทิฐิลงชั่วขณะ น้ำเสียงจริงจังขึ้นจนน่าตกใจ "หรือว่า... คุณกลัวความจริงจนไม่กล้าแม้แต่จะมองหน้าลูกน้องตัวเอง"
"ฉันไม่เคยกลัวความจริง!" จันทร์เจ้าสวนกลับทันควัน เสียงตวาดเบาๆ ด้วยความฉุนเฉียว ดวงตาคู่สวยวาวโรจน์ด้วยความโกรธกรำ "แต่ที่ฉันกลัว... คือกลัวว่าคุณจะเอาตัวเองเข้าไปเสี่ยงกับพวกมันอีกต่างหากเล่า!"
ประโยคสุดท้ายหลุดออกมาจากปากของคนซึนโดยไม่ทันตั้งตัว จันทร์เจ้าชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาเบิกกว้างขึ้นเมื่อรู้ตัวว่าเผลอแสดงความห่วงใยที่เก็บซ่อนไว้ออกไปเต็มรัก รินรดาเองก็กะพริบตาปริบๆ หัวใจที่เคยเต้นรัวด้วยความหวาดระแวง กลับกระตุกวูบ ไหววับด้วยความรู้สึกแปลกประหลาดที่ตีรวนขึ้นมาในอก
บรรยากาศรอบตัวเปลี่ยนไปฉับพลัน จากความตึงเครียดของการสืบสวน กลายเป็นกระแสความร้อนรุ่มที่อบอวลอยู่ระหว่างคนทั้งคู่ รินรดาลอบกลืนน้ำลายอีกครั้ง เธอมองริมฝีปากที่เม้มเข้าหากันแน่นของตำรวจสาวตรงหน้า ก่อนจะยกยิ้มมุมปากขึ้นมาใหม่เพื่อกลบเกลื่อนความวูบไหวในใจ
"อุ๊ย... เป็นห่วงฉันเหรอคะเนี่ย นึกว่าอยากจะจับฉันเข้าคุกข้อหาหมั่นไส้ซะอีก"
"อย่ามาหลงตัวเองค่ะ คุณรินรดา ฉันแค่ไม่อยากทำงานศพใครในคดีที่ฉันรับผิดชอบต่างหาก" จันทร์เจ้าเชิดหน้าขึ้นพยายามดึงฟอร์มกลับมา แต่ใบหูที่แดงก่ำกลับทรยศคำพูดทั้งหมดอย่างสิ้นเชิง
รินรดาลอบยิ้มขบขันในความปากแข็งของอีกฝ่าย มือเรียวยื่นออกไปตั้งใจจะสะกิดแขนเสื้อเพื่อหยอกเย้าต่อ แต่ทว่า...
*กริ๊ก! แกร็ก!*
เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมเสียงปลดล็อกประตูห้องเก็บหลักฐานดังขึ้นขัดจังหวะ รินรดากับจันทร์เจ้าสะดุ้งสุดตัวผละออกจากกันราวกับโดนไฟช็อต สัญชาตญาณตำรวจและบอดี้การ์ดจำเป็นทำงานพร้อมกัน จันทร์เจ้าดึงตัวรินรดามาหลบหลังชั้นหนังสือสูงทันที พร้อมชักอาวุธปืนพกประจำกายขึ้นมาขึ้นลำกล้องอย่างเงียบเชียบที่สุด
แสงไฟนีออนกะพริบวูบวาบเพราะกระแสไฟตก ประตูห้องเปิดอ้าออกช้าๆ เผยให้เห็นเงาร่างของใครบางคนก้าวเข้ามาในความมืดสลัว
รินรดากลั้นหายใจ หัวใจเต้นโครมครามจนแทบกระเด็นออกมานอกอก เธอกำชายเสื้อยีนของจันทร์เจ้าแน่น ขณะที่ดวงตาสีเข้มของผู้หมวดสาวกำลังจ้องเขม็งไปยังประตูด้วยแววตาเด็ดเดี่ยว
เงาร่างนั้นหยุดยืนอยู่ตรงกองเอกสารคดีเก่า แสงไฟสลัวสาดส่องกระทบกับวัตถุบางอย่างในมือของแขกไม่ได้รับเชิญ...
มันคือแฟ้มคดีลับฉบับจริงที่ควรจะอยู่กับสารวัตรปกรณ์!
และก่อนที่จันทร์เจ้าจะทันได้ตะโกนสั่งให้หยุด บุคคลปริศนาก็ค่อยๆ หันหน้ากลับมาพร้อมกับรอยยิ้มเย็นเยียบที่ทำให้เลือดในกายของจันทร์เจ้าเย็นเฉียบถึงกระดูกดำ
ไม่ใช่สารวัตรปกรณ์... แต่เป็นคนที่จันทร์เจ้าเพิ่งเซ็นอนุมัติให้เข้าถึงห้องนี้เมื่อช่วงเช้าวันนี้เอง!
"เจอตัวแล้วล่ะค่ะ... ผู้หมวด"
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมลุ้นระทึกและใจเต้นแรงไปกับยัยผู้หมวดปากแข็งกับยัยศิลปินจอมยวนในตอนนี้นะคะ!
เซนเซอร์หัวใจในคดีร้าง กับยัยบอดี้การ์ดปากจัด•ตอนที่ 8
รอยร้าวในเครื่องแบบ
ผลงานโดย โรสแมรี่พิษ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (โรสแมรี่พิษ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซนเซอร์หัวใจในคดีร้าง กับยัยบอดี้การ์ดปากจัด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!