กลิ่นอายความชื้นของห้องสอบสวนใต้ดินผสมผสานกับกลิ่นกระดาษคดีเก่าจนชวนเวียนหัว ทว่าสิ่งที่คมกริบยิ่งกว่ากลิ่นอายอับชื้นนั้น คือกระดาษแผ่นบางที่วางอยู่บนโต๊ะเหล็ก
รินรดากวาดสายตามองตัวหนังสือพิมพ์ดีดบนหัวกระดาษแผ่นนั้น หัวใจกระตุกวูบไปชั่วขณะ ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะความรู้สึกเหมือนถูกตบหน้าด้วยความจริงอันบิดเบี้ยว—ชื่อของเธอนอนสงบนิ่งอยู่หลังคำว่า *'หมายจับ'*
“นี่มันเรื่องตลกอะไรกันคะ ผู้สารวัตร?” เสียงของรินรดาเฉียบคม ไร้ซึ่งความหวาดหวั่น แม้ปลายนิ้วที่ประสานกันบนตักจะเย็นเฉียบจนไร้ความรู้สึก เธอยืดตัวตรง เชิดหน้าขึ้นท้าทายความกดดันทั้งหมดในห้องสี่เหลี่ยมแคบๆ นี้ “ฉันแค่บังเอิญไปเจอศพในห้องพักร้าง ไม่ได้หมายความว่าฉันเป็นคนควักไส้เขาออกมาโชว์เล่นนะคะ”
ร้อยตำรวจเอกหญิงจันทร์เจ้านั่งไขว่ห้างอยู่ฝั่งตรงข้าม ใบหน้าคมคายเรียบเฉยราวน้ำแข็งสลัก แววตาหลังกรอบแว่นทรงเหลี่ยมวาววับด้วยความนิ่งสนิท ทว่าดึงดูดสายตาจนไม่อาจละสายตาไปไหนได้ ผู้หญิงคนนี้อันตราย... และรินรดาก็รู้ดีว่าภายใต้มาดนิ่งสนิทนั้น จันทร์กำลังซ่อนความกังวลบางอย่างไว้ภายใต้เกราะระเบียบราชการ
“มันไม่ใช่เรื่องตลกค่ะ คุณรินรดา” จันทร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่ากดดันจนคนฟังแทบหายใจไม่ออก เธอยื่นปลายนิ้วเรียวยาวแตะลงบนมุมกระดาษแผ่นนั้นแล้วดันมันกลับมาหาเจ้าของชื่อ “หลักฐานในที่เกิดเหตุ ลายนิ้วมือแฝงบนด้ามมีด และที่สำคัญที่สุด... พยานปากเอกที่ยืนยันว่าคุณทะเลาะกับผู้ตายก่อนเกิดเหตุสามชั่วโมง ให้การตรงกันว่าคุณคือคนสุดท้ายที่เดินเข้าห้องนั้น”
“พยาน?” รินรดาแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตากลมโตฉายแววเย้ยหยัน “ใครคะ? ผีเร่ร่อนแถวนั้นเหรอ หรือว่าพวกคุณก섬สร้างพยานปลอมขึ้นมาเพื่อปิดคดีให้มันจบๆ ไปตามโควตาประจำเดือน?”
“ระวังคำพูดด้วยค่ะ!” จันทร์ตบโต๊ะเบาๆ เสียงกระแทกไม่ได้ดังนัก แต่มันเพียงพอที่จะทำให้บรรยากาศรอบตัวลดฮวบลงจนติดลบ ดวงตากลมโตคู่สวยจ้องมองศิลปินสาวตรงหน้าอย่างเอาเรื่อง “ฉันไม่ได้ทำงานลวกๆ แบบที่คุณคิด และตอนนี้ สถานะของคุณไม่ใช่แค่พยานผู้หวังดีอีกต่อไป... คุณคือผู้ต้องสงสัยคดีฆาตกรรมอุกฉกรรจ์”
บรรยากาศระหว่างทั้งคู่ตึงเครียดจนแทบจะมีประกายไฟแลบแปล๊บออกมา รินรดาเม้มริมฝีปากแน่น ความโกรธแล่นริ้วขึ้นมาจนร้อนผ่าวที่ขอบตา เธอเกลียดความอยุติธรรม เกลียดการถูกใส่ร้าย และที่สำคัญที่สุด... เธอเกลียดท่าทีเย่อหยิ่งราวกับถือไพ่เหนือกว่าทุกประตูของร้อยตำรวจเอกคนนี้เสียเหลือเกิน
แต่ก่อนที่รินรดาจะได้อ้าปากสวนกลับด้วยถ้อยคำเจ็บแสบ เสียงเคาะประตูก็รัวเร็วดังขึ้นขัดจังหวะ
*ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!*
“เข้ามาค่ะ!” จันทร์ขมวดคิ้วมุ่น หันไปตวาดอนุญาตด้วยความหงุดหงิดที่ถูกขัดจังหวะการสอบปากคำ
ประตูกระจกฝ้าถูกผลักเปิดออกอย่างแรง ร่างของหมวดหนุ่มลูกน้องคนสนิทพุ่งพรวดเข้ามาด้วยใบหน้าซีดเผือดจนแทบไร้สีเลือด เม็ดเหงื่อผุดพรายเต็มกรอบหน้า แสดงให้เห็นว่าเรื่องที่เขานำมารายงานต้องเป็นเรื่องคอขาดบาดตายอย่างแน่นอน
“สารวัตรครับ! แย่แล้วครับ...” หมวดหนุ่มหอบหายใจโยนแฟ้มเอกสารลงบนโต๊ะ “พยานปากสำคัญ... คนที่คุณสั่งให้ผมไปคุ้มครองที่เซฟเฮาส์... ถูกเก็บแล้วครับ!”
คำพูดนั้นราวกับมีค้อนยักษ์ตกลงมาทุบกลางห้องสอบสวน รินรดาเบิกตากว้าง หันขวับไปมองหน้าจันทร์ทันที
สีหน้าของร้อยตำรวจเอกหญิงถอดสีลงในเสี้ยววินาที ความเยือกเย็นทั้งหมดมลายหายไปสิ้น ดวงตาคมกริบฉายแววตระหนกก่อนจะเปลี่ยนเป็นความเหี้ยมเกรียมชั่ววูบ เธอลุกพรวดขึ้นจากเก้าอี้จนมันไถลไปด้านหลังเกิดเสียงดังครูด
“ที่ไหน! ใครเป็นคนทำ!” จันทร์เสียงเขatตึงเครียด
“อพาร์ตเมนต์ย่านชานเมืองครับ สภาพศพ... ร่องรอยการสังหารเหมือนกับคดีแรกไม่มีผิดเพี้ยน คนร้ายใช้มืออาชีพครับ และ...” หมวดหนุ่มกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ก่อนจะเหลือบตามองรินรดาที่นั่งนิ่งอึ้ง “และกล้องวงจรปิดรอบที่เกิดเหตุจับภาพรถยนต์ที่ขับออกจากซอยนั้นได้... เป็นรถเก๋งสีดำรุ่นเดียวกับที่คุณรินรดาขับครับ”
ความเงียบงันเข้าปกคลุมห้องสอบสวนทันที รินรคารู้สึกเหมือนอุณหภูมิรอบตัวลดฮวบลงจนหนเหน็บ สันหลังวาบหวิวด้วยความรู้สึกเย็นเยียบ เส้นเลือดขมับเต้นตุบๆ
*รถของเธอ? แต่เธอจอดรถไว้ที่สตูดิโอตลอดทั้งคืนไม่ใช่หรือไง?*
“ฉันไม่ได้ทำ...” รินรดาพึมพำออกมา เสียงสั่นพร่าเล็กน้อยเป็นครั้งแรก เธอมองหน้าจันทร์ที่ตอนนี้หันกลับมามองเธอด้วยสายตาที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง สายตาที่เต็มไปด้วยความระแวง สงสัย และเจ็บปวดลึกๆ ที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความเย็นชา
“หลักฐานชิ้นนี้... มันมัดตัวคุณแน่นหนาเกินไปแล้วนะคะ รินรดา” จันทร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงแหบพร่า ไร้ซึ่งความเย้าแหย่หรือท่าทีปากจัดเหมือนเคย ราวกับกำแพงความเชื่อใจที่เพิ่งก่อตัวขึ้นพังทลายลงต่อหน้าต่อตา
รินรดากัดฟันกรอด ความกลัวถูกแทนที่ด้วยสัญชาตญาณการเอาตัวรอด เธอนั่งนิ่งสูดหายใจเข้าลึกๆ สมองประมวลผลอย่างรวดเร็ว—พยานถูกฆ่าปิดปาก รถของเธอถูกใช้เป็นเครื่องมือ หมายจับถูกออกอย่างไร้รอยต่อ... ทั้งหมดนี้ไม่ใช่ความบังเอิญ แต่มันคือ *'เกม'* ที่มีคนชักใยอยู่เบื้องหลัง และเธอกำลังเดินตกลงไปในหลุมพรางที่อีกฝ่ายขุดไว้รออย่างสมบูรณ์แบบ
เธอกำลังสู้กับใครกันแน่? ศัตรูในเงานี้ทรงอำนาจถึงขนาดแทรกซึมเข้ามาในกรมตำรวจและควบคุมทุกอย่างได้เบ็ดเสร็จเชียวหรือ?
จันทร์ก้าวเท้าเข้ามาช้าๆ มือเรียวยื่นออกไปหยิบกุญแจมือสเตนเลสที่เหน็บอยู่ข้างเอว บรรยากาศรอบตัวบีบคั้นจนแทบหายใจไม่ออก รินรดาเงยหน้าขึ้นสบตากับผู้พิทักษ์สาว ดึงความถือดีทั้งหมดกลับมาเคลือบไว้บนใบหน้า แม้หัวใจจะเต้นระรัวราวกับกลองเพล
“ถ้าคุณใส่กุญแจมือฉันตอนนี้...” รินรดาเอ่ยเสียงเบา ทว่าก้องกังวานในความเงียบ เธอลุกขึ้นยืนเผชิญหน้ากับจันทร์ในระยะประชิดจนปลายจมูกแทบจะชนกัน “คุณจะไม่มีวันได้รู้ความจริงอีกเลย... ว่าใครกันแน่ที่เป็นฆาตกรตัวจริงที่กำลังหัวเราะเยาะพวกเราอยู่ข้างนอกนั่น”
จันทร์ชะงักมือที่ถือกุญแจมือไว้กลางอากาศ ดวงตากลมโตสบเข้ากับดวงตาคู่สวยที่ดื้อรั้นและไม่ยอมจำนนต่อโชคชะตาของรินรดา ระยะห่างระหว่างกันลดลงจนสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นร้อนที่ปะทะกัน จังหวะหัวใจของตำรวจสาวเต้นผิดจังหวะ ไม่ใช่เพราะความกลัวคดี แต่เป็นเพราะความรู้สึกบีบคั้นที่อยากจะปกป้องคนตรงหน้าให้พ้นจากเงื้อมมือมืดมิดนี้ ต่อให้ต้องเอาอนาคตในหน้าที่การงานทั้งหมดเข้าแลกก็ตาม
“แล้วคุณจะให้ฉันทำยังไงคะ...” จันทร์กระซิบเสียงแผ่วเบา ริมฝีปากบางเฉียบอยู่ห่างจากริมฝีปากของรินรดาเพียงไม่กี่เซนติเมตร แววตาสั่นไหววูบหนึ่ง “ในเมื่อหลักฐานทั้งหมดมันชี้มาที่คุณ... และฉันก็ไม่อาจทนเห็นคุณเดินเข้าคุกทั้งที่ไม่ได้ทำได้เหมือนกัน!”
รินรดายกยิ้มมุมปากอย่างท้าทาย แม้สถานการณ์จะบีบคั้นจนหลังชนฝา แต่เคมีอันตรายระหว่างพวกเธอกลับยิ่งพุ่งพล่านถึงขีดสุดในวินาทีแห่งความเป็นความตายนี้
“ถ้าอย่างนั้น...” รินรดาเอื้อมมือเรียวไปคว้าข้อมือของจันทร์ที่ถือกุญแจมือไว้ กดมันลงแนบกับโต๊ะเบาๆ ก่อนจะกระซิบชิดริมฝีปากอีกฝ่าย “เราก็ต้องหนีไปด้วยกันค่ะ... สารวัตร”
ทว่า ในเสี้ยววินาทีที่ไฟในห้องสอบสวนกะพริบวูbyแล้วดับลงเหลือเพียงแสงไฟฉุกเฉินสีแดงฉาน ประตูเหล็กบานหนาทางด้านหลังก็ถูกกระชากเปิดผางอย่างแรง พร้อมกับเสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสิบคู่ที่กรูเข้ามาล้อมรอบพวกเธอไว้หมดทางหนี...
ขอขอบคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางไขปมอันตรายนี้ไปพร้อมกับรินรดาและสารวัตรจันทร์เจ้านะคะ
เซนเซอร์หัวใจในคดีร้าง กับยัยบอดี้การ์ดปากจัด•ตอนที่ 6
มือมืดที่มองไม่เห็น
ผลงานโดย โรสแมรี่พิษ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (โรสแมรี่พิษ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซนเซอร์หัวใจในคดีร้าง กับยัยบอดี้การ์ดปากจัด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!