เซนเซอร์หัวใจในคดีร้าง กับยัยบอดี้การ์ดปากจัด•ตอนที่ 5

กับดักความซึน

ผลงานโดย โรสแมรี่พิษ
"ถ้าคุณยังเอาหน้าเข้ามาใกล้ฉันอีกแค่เซนเดียว ฉันจะถือว่าคุณฉวยโอกาสในหน้าที่การงานนะคะผู้กอง" เสียงหวานใสที่เจือความเย้ยหยันนิดๆ ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันภายในห้องพักแคบๆ ของอพาร์ตเมนต์เก่าริมคลอง กลิ่นอายของฝนตกปรอยๆ จากด้านนอกผสมผสานกับกลิ่นชาอุ่นๆ จางๆ บนโต๊ะทำงาน แต่สิ่งที่ร้อนรุ่มยิ่งกว่ากลับเป็นอุณหภูมิที่พุ่งสูงขึ้นระหว่างคนทั้งคู่ รินรดาไม่ได้ถอยหนี เธอกลับเชิดคางขึ้นท้าทาย ดวงตากลมโตคู่สวยจ้องมองสืบสวนสาวเจ้าของฉายา 'น้ำแข็งขั้วโลก' อย่างไม่เกรงกลัว แม้ว่าแผ่นหลังของเธอจะชนเข้ากับผนังห้องจนไม่มีทางให้ถอยไปมากกว่านี้แล้วก็ตาม ร้อยตำรวจเอกหญิงจันทร์เจ้าขบกรามแน่น สันจมูกโด่งคมรั้นอยู่ห่างจากปลายจมูกของศิลปินสาวตัวแสบเพียงแค่คืบเดียว ดวงตาคู่คมดุฉายแววหงุดหงิดปนความรัญจวนที่เจ้าตัวพยายามกด 100% ให้จมหายไปใต้มาדรการความเย็นชา แต่มือเรียวที่ยันผนังห้องไว้เพื่อกักตัวอีกฝ่ายกลับสั่นเทาเล็กน้อยโดยที่เจ้าตัวไม่อาจควบคุมได้ "ฉวยโอกาส?" จันทร์เจ้าทวนคำด้วยน้ำเสียงแหบพร่า ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดพวงแก้มเนียนใสของคนตัวเล็ก "คุณต่างหากที่พูดมากเกินไป... รินรดา ถ้าคุณยังไม่อยากโดนปิดปากด้วยวิธีอื่นที่ดีกว่าการเถียง ฉันแนะนำให้คุณหุบปากซะ" "อุ๊ย! ขู่เหรอคะ? นึกว่าผู้กองจะมีดีแค่ทำหน้าเป็นหุ่นยนต์ซะอีก" รินรดาแค่นหัวเราะในลำคอ ทั้งที่หัวใจในอกข้างซ้ายกำลังเต้นรัวระรัวราวกับกลองเพล เธอกลัวไหม? ตอบเลยว่าไม่... แต่ยอมรับว่าตื่นเต้นจนแทบหายใจไม่ทั่วท้อง เคมีบ้าๆ ระหว่างเธอกับผู้หญิงคนนี้มันอันตรายยิ่งกว่าคดีฆาตกรรมที่พวกเขากำลังช่วยกันสืบอยู่เสียอีก ยิ่งใกล้ชิด ยิ่งปะทะฝีปาก กำแพงน้ำแข็งที่จันทร์เจ้าสร้างไว้ดูเหมือนจะร้าวรานลงทีละน้อย และเธอก็เป็นคนค้อนทุบมันให้พังลงด้วยมือตัวเอง จันทร์เจ้าจ้องมองริมฝีปากอิ่มที่ขยับเถียงฉอดๆ ไม่หยุดด้วยความรู้สึกหมั่นเขี้ยวแกมหมั่นไส้ ผู้หญิงอะไร... ดื้อด้าน หัวแข็ง และอันตรายต่อหัวใจของเธอที่สุดในสามโลก ตั้งแต่รับราชการมา ไม่เคยมีใครกล้าต่อปากต่อคำกับผู้กองจันทร์เจ้าแห่งกองปราบคนนี้ได้นานเกินสามนาที แต่กับรินรดา เธอกลับพ่ายแพ้ให้กับความปากเกร็งแต่แฝงความเปราะบางข้างในทุกที ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ มีเพียงเสียงฝนกระทบกระจกเบาๆ เป็นแบ็กกราวด์ สายตาของจันทร์เจ้าเลื่อนจากริมฝีปากบางเฉียบขึ้นมาสบกับดวงตาดื้อรั้นคู่นั้น ความแข็งกร้าวในแววตาของตำรวจสาวค่อยๆ ละลายหายไป เหลือเพียงประกายความห่วงใยที่ลึกซึ้งเกินกว่าหน้าที่บอดี้การ์ดจะพึงมี แต่วินาทีที่จันทร์เจ้าโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้กว่าเดิมเพื่อจะกระซิบเตือนสติเรื่องความปลอดภัย รินรดาชะงักไปเล็กน้อย หัวใจเจ้ากรรมกระตุกวูบเมื่อสัมผัสได้ถึงความนุ่มนวลที่ฉายชัดผ่านแววตาคู่คมนั้น ไม่ใช่ความเย็นชา... แต่มันคือความคลั่งรักที่ถูกห่อหุ้มไว้ด้วยฟอร์มจัดล้วนๆ "ดื้อ..." จันทร์เจ้าพึมพำออกมาเบาหวิว น้ำเสียงที่เคยดุดันกลับเจือความอ่อนโยนอย่างที่เจ้าตัวคงไม่ตั้งใจ "รู้ไหมว่าพวกมันตามล่าคุณอยู่ ทำไมถึงยังทำตัวเป็นเป้านิ่ง ออกไปซื้อกาแฟคนเดียวทำไม ถ้าเกิดอะไรขึ้นมา..." "ถ้าเกิดอะไรขึ้นมา ผู้กองก็แค่ปกป้องฉันสิคะ หน้าที่ของคุณไม่ใช่เหรอ?" รินรดาตัดบทสวนกลับทันควัน แม้ปากจะพูดจาใจร้าย แต่แพขนตายาวที่กะพริบถี่ๆ กับปลายนิ้วที่แอบกำชายเสื้อเชิ้ตของตำรวจสาวไว้แน่น กลับทรยศความรู้สึกทั้งหมดของเธอ "หน้าที่เหรอ..." จันทร์เจ้าทวนคำ เสียงหัวเราะในลำคอของเธอดังขึ้นอย่างขมขื่น แต่นัยน์ตากลับพราวระยับ "รินรดา คุณคิดจริงๆ เหรอว่าที่ฉันต้องมาคอยตามเช็ดตามล้าง ตามเฝ้าคุณ 24 ชั่วโมงแบบนี้... มันเป็นแค่ 'หน้าที่' ทางราชการ?" รินรดาชะงัก ลมหายใจสะดุดกึก ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย คำพูดและแววตานั้นหนักแน่นจนเธอไม่กล้าแม้แต่จะต่อปากต่อคำ ความเงียบที่โรยตัวลงมาทำให้บรรยากาศร้อนระอุขึ้นอย่างประหลาด ระยะห่างระหว่างใบหน้าลดลงจนเหลือเพียงลมหายใจอุ่นที่สัมผัสกันและกัน จันทร์เจ้าเลื่อนมืออีกข้างขึ้นมาแตะปอยผมที่หลุดลุ่ยข้างแก้มของศิลปินสาวอย่างแผ่วเบา สัมผัสที่อ่อนโยนจนผิดวิสัยทำให้รินรดารู้สึกเหมือนถูกมนต์สะกด เธอลืมสิ้นซึ่งความหวาดระแวง ลืมแม้กระทั่งว่าตัวเองกำลังยืนอยู่ท่ามกลางสถานการณ์คับขัน ใบหน้าสวยคมของจันทร์เจ้าเคลื่อนเข้ามาใกล้เรื่อยๆ ปลายจมูกรั้นปัดผ่านแก้มเนียนแผ่วเบา เรียกเลือดสีแดงให้พุ่งขึ้นมารวมกันที่พวงแก้มของคนปากเก่งได้อย่างง่ายดาย รินรดาหลับตาลงครึ่งหนึ่ง หัวใจเต้นโครมครามรากับจะกระโดดออกมานอกอก เตรียมพร้อมรับสัมผัสที่เธอทั้งกลัวและโหยหาในเวลาเดียวกัน กำแพงความเย็นชาของจันทร์เจ้าพังทลายลงแล้ว... และเธอก็ยินดีที่จะจมดิ่งลงไปในความซึนคลั่งรักนี้โดยไม่คิดจะหาทางออก ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก! เสียงเคาะประตูดังสนั่นหวั่นไหวราวกับฟ้าผ่ากลางฤดูฝน ทำลายบรรยากาศสีชมพูละมุนและจังหวะหัวใจที่กำลังเต้นเป็นจังหวะเดียวกันให้แหลกสลายลงในพริบตา จันทร์เจ้าผละถอยหลังออกห่างจากรินรดาด้วยความรวดเร็วราวกับถูกไฟช็อต ใบหน้าที่เคยแดงก่ำกลับคืนสู่ความนิ่งสนิทภายใต้มาดตำรวจสาวผู้เคร่งขรึมทันที ทว่าหน้าอกที่กระเพื่อมไหวแรงๆ และแววตาที่ฉายความหงุดหงิดระAอุฟ้องชัดว่าเธอกำลังหัวเสียขนาดไหนที่ถูกขัดจังหวะ รินรดายืนหอบหายใจเบาๆ เธอยกมือขึ้นแตบแก้มที่ยังร้อนผ่าวของตัวเอง พยายามปรับสีหน้าให้เป็นปกติ แม้ข้างในจะอยากเอาหมอนมาฟาดหัวคนเคาะประตูสักสิบรอบก็ตาม "ใครวะ..." จันทร์เจ้าสบถเบาๆ อย่างขัดใจ ก่อนจะก้าวฉับๆ ไปที่ประตูห้องพัก มือเรียวบิดลูกบิดแล้วกระชากเปิดออกด้วยใบหน้าบึ้งตึงหมายจะเอาเรื่องคนที่บังอาจมาขัดจังหวะสำคัญ ทว่า... ทันทีที่ประตูเปิดกว้าง ร่างของจันทร์เจ้าก็แข็งทื่อราวกับถูกสาปให้เป็นหิน ประโยคต่อว่าที่เตรียมไว้กลืนหายลงคอไปจนหมดสิ้น เมื่อคนภายนอกที่ยืนส่งยิ้มเย็นเยียบให้อยู่ ไม่ใช่ใครที่ไหน... แต่เป็นสารวัตรผู้บังคับบัญชาโดยตรงของเธอ พร้อมกับแฟ้มเอกสารคดีลับที่ควรจะถูกเก็บไว้ในเซฟของสถานีตำรวจ และที่สำคัญที่สุด... ในมือของสารวัตร มีหมายจับฉบับใหม่ที่ระบุชื่อของ 'รินรดา' โดดเด่นหราอยู่บนหัวกระดาษ ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับความรู้สึกปั่นป่วนหัวใจในตอนนี้ รี้ดเดอร์ที่รักของ "โรสแมรี่พิษ" ทุกท่านนะคะ
สารจากนักเขียน (โรสแมรี่พิษ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซนเซอร์หัวใจในคดีร้าง กับยัยบอดี้การ์ดปากจัด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%