กลิ่นอับชื้นของโกดังร้างท่าเรือเก่าผสมกับกลิ่นสนิมเหล็ก ทำให้ปลายจมูกของรินรดาแสบร้อน เธอเหลือบมองนาฬิกาข้อมือเป็นรอบที่ห้าในเวลาไม่ถึงสิบนาที ยัยสายลับอิสระที่นัดไว้ผ่านทางช่องทางใต้ดินชักจะมาสายเกินไปแล้ว หรือว่าข่าวกรองชิ้นที่เธอกำลังจะแลกมาด้วยเงินเก็บครึ่งหนึ่งของบัญชี จะเป็นแค่เรื่องต้มตุ๋นที่จัดฉากขึ้นมาเพื่อต้อนเธอให้จนมุมกันแน่?
แต่ถอยไม่ได้หรอกค่ะ... คนอย่างรินรดา ต่อให้ข้างหน้าคือปากเหว เธอก็พร้อมจะกระโดดลงไปพิสูจน์ด้วยตัวเอง ดีกว่าต้องมานั่งรอให้ร้อยตำรวจเอกหญิงจันทร์เจ้าคอยกักบริเวณเธอไว้ในเซฟเฮ้าส์บ้าๆ นั่นด้วยสายตาคาดคั้นราวกับเธอกำลังก่ออาชญากรรมสงคราม
"มาช้ากว่าเวลานัดสามนาทีสิบสองวินาที... ไม่ใช่วิสัยของมืออาชีพเลยนะคะคุณเค" รินรดาเอ่ยขึ้นลอยๆ ท่ามกลางความมืดที่มีเพียงแสงไฟนีออนกะพริบจากเสาไฟด้านนอกสาดส่องเข้ามาเป็นจังหวะ
ร่างเพรียวบางในแจ็กเก็ตหนังสีดำก้าวออกมาจากเงาเสาเข็มปูน มุมปากของอีกฝ่ายยกยิ้มเยาะอย่างนึกสนุก ดวงตาคมกริบภายใต้ฮู้ดสีเข้มกวาดมองศิลปินสาวตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยความระแวดระวัง
"ระวังตัวแจซะขนาดนั้น แต่ยังกล้าเดินมาหาฉันคนเดียวถึงรังหนูเนี่ยนะ รินรดา... เธอนี่มันดื้อรั้นสมคำร่ำลือจริงๆ" เสียงแหบต่ำเอ่ยแซวพร้อมกับโยนแฟลชไดรฟ์สีดำสนิทลงบนโต๊ะไม้เก่าๆ เสียงโลหะกระทบพื้นดัง *กริ๊ก* สะท้อนก้องในความเงียบ
"เงินอยู่ในกระเป๋าแล้ว เปิดข้อมูลให้ฉันดูซะที อย่าลีลา" รินรดาเอื้อมมือไปคว้าแต่กลับถูกปลายกระบอกปืนเก็บเสียงที่ซ่อนไว้ใต้เสื้อแจ็กเก็ตของอีกฝ่ายจ่อดักหน้าไว้เสียก่อน
"ใจร้อนจริงนะยะ ระวังตัวสิ... ของแบบนี้มันต้องตรวจสอบความบริสุทธิ์ใจกันก่อน" เคหัวเราะในลำคออย่างเย้ยหยัน "ข้อมูลที่เธออยากได้เกี่ยวกับคดีของพ่อเธอน่ะ มันไม่ได้มีแค่ชื่อผู้พิพากษาซื้อเสียง แต่มันโยกยโยงไปถึงนายตำรวจระดับสูงในกรมที่คอยเช็ดก้นให้พวกมัน... รวมถึงคนที่กำลังตามคุ้มครองเธออยู่ตอนนี้ด้วย"
คำพูดนั้นทำให้ลมหายใจของรินรดาสะดุดกึก ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย หัวใจเต้นรัวระรัวด้วยความตกใจปนระแวง "หมายความว่ายังไง... จันทร์เจ้าเกี่ยวข้องอะไรด้วย?"
"หึ ถามเจ้าตัวดูสิคะ ว่าทำไมผู้กองคนสวยถึงอาสามาคุมคดีนี้ด้วยตัวเอง ตั้งแต่เมื่อไหร่กันที่ตำรวจมือสะอาดระดับนั้น ยอมลดตัวมาดูแลพยานปากเอกแถมพ่วงตำแหน่ง 'ตัวปัญหา' อย่างเธอแบบแนบชิดขนาดนี้" เคโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้ ส่งยิ้มร้ายกาจที่แฝงไปด้วยพิษสง
รินรดากัดริมฝีปากแน่นจนห่อเลือด ความสับสนตีรวนอยู่ในอกจนแทบหายใจไม่ออก ภาพใบหน้าเรียบนิ่งแต่แฝงความห่วงใยของจันทร์เจ้า แววตาคู่สวยที่มักจะดุเธอเวลาดื้อรั้น และสัมผัสอุ่นวาบยามที่อีกฝ่ายดึงเธอเข้าไปหลบกระสุนในคืนนั้น... ทุกอย่างมันคือเรื่องโกหกงั้นเหรอ? จันทร์เจ้าเข้ามาเพื่อคุมตัวเธอไว้ไม่ให้ขุดคุ้ยความจริงเบื้องหลังกันแน่?
"โกหก... เธอโกหกเพื่อจะปั่นหัวฉันใช่ไหม!" รินรดาตบโต๊ะเสียงดังลั่น พลางพุ่งตัวเข้าไปกระชากคอเสื้อแจ็กเก็ตของสายลับสาวอย่างลืมตัว ความโกรธและอารมณ์ดื้อรั้นพุ่งปรี๊ดจนสติแทบขาดผึ่ง
"อยากรู้ความจริงก็เอาแฟลชไดรฟ์นี่ไปเปิดดูเองสิยะ!" เคผลักร่างบางออกอย่างไม่แยแส ก่อนจะโยนแฟลชไดรฟ์ใส่หน้าอกเธอกระแทกแรงๆ รินรดาคว้ามันไว้ได้ทัน ก่อนที่ร่างในชุดดำจะหมุนตัวหายกลืนไปกับความมืดมิดของมุมตึกด้านหลังอย่างรวดเร็ว
ความเงียบงันกลับมาปกคลุมโกดังอีกครั้ง เหลือเพียงเสียงหอบหายใจถี่กระชั้นของรินรดา เธอยืนกำแฟลชไดรฟ์ในมือแน่นจนพลาสติกแทบปริร้าว ความหวาดกลัวเริ่มกัดกินหัวใจทีละน้อย ไม่ใช่เพราะกลัวอันตรายจากโลกมืดที่เธอเผชิญอยู่ แต่กลัว... กลัวว่าสิ่งที่เคพูดจะเป็นเรื่องจริง กลัวว่าความรู้สึกอบอุ่นที่จันทร์เจ้ามอบให้ จะเป็นเพียงแค่หน้าที่และการตีสนิทเพื่อปิดปากเธอไปตลอดกาล
"ให้ตายสิ... ยัยตำรวจหน้าตาย..." รินรดากัดฟันกรอด น้ำለาส1หยดร่วงเผาะลงบนหลังมือด้วยความอัดอั้นตันใจ
"รู้ตัวไหมคะว่าทำตัวน่าจับตีให้ก้นลายขนาดไหนแล้ว... รินรดา"
เสียงทุ้มต่ำ เย็นยะเยือกแต่นุ่มนวลอันคุ้นเคยดังขึ้นจากความมืดตรงทางเข้าโกดัง ร่างโปร่งระหงของร้อยตำรวจเอกหญิงจันทร์เจ้าก้าวออกมาจากเงาสลัว แสงไฟนีออนสาดกระทบใบหน้าเรียบเฉยที่ไร้รอยยิ้ม แต่ดวงตาสีดำสนิทคู่นั้นกำลังลุกโชนไปด้วยเปลวเพลิงแห่งความโกรธเกรี้ยวระคนเป็นห่วงจนน่ากลัว
รินรดาตัวแข็งทื่อ ลมหายใจสะดุดกึกยิ่งกว่าเดิม สมองประมวลผลไม่ทันเมื่อจันทร์เจ้าก้าวเข้ามาประชิดตัวด้วยฝีเท้าเงียบกริบแบบมืออาชีพ มือเรียวสวยภายใต้ถุงมือหนังคว้าหมับเข้าที่ข้อมือของเธอ บีบแน่นจนรู้สึกเจ็บแปลบ แต่ไม่เท่ากับความเจ็บปวดที่แล่นริ้วขึ้นมาในอกเมื่อสบตาเข้ากับดวงตาคู่นั้น
"จันทร์... เจ้า..." รินรดาอ้าปากค้าง สมองตื้อตันไปหมด
"กลับบ้านค่ะ... แล้วเรามีเรื่องต้องเคลียร์กันยาวแน่ ยัยตัวแสบ"
จันทร์เจ้ากระซิบเสียงลอดไรฟัน ใกล้ชิดจนลมหายใจร้อนผ่าวรดรินริมฝีปากของเธอ และก่อนที่รินรดาจะทันได้อ้าปากเถียงหรือซ่อนแฟลชไดรฟ์ในมือ เสียงสัญญาณเตือนภัยดัง *ปี๊ด* แหลมสูงก็กรีดก้องขึ้นทั่วทั้งโกดัง พร้อมกับแสงไฟสปอตไลท์นับสิบดวงที่สาดส่องตรงมายังจุดที่พวกเธอยืนอยู่ และเสียงฝีเท้าหนักอึ้งนับสิบคู่ที่กำลังปิดล้อมทางออกทุกด้านเข้ามาอย่างรวดเร็ว!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาจิกหมอนและลุ้นระทึกไปกับความดื้อเงียบของยัยศิลปินตัวแสบกับผู้กองหน้าตายคนนี้นะคะ บทหน้าเตรียมรับแรงกระแทกความฟินปนระทึกคูณสองได้เลยค่ะ!
เซนเซอร์หัวใจในคดีร้าง กับยัยบอดี้การ์ดปากจัด•ตอนที่ 19
รินรดาจอมดื้อ
ผลงานโดย โรสแมรี่พิษ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (โรสแมรี่พิษ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซนเซอร์หัวใจในคดีร้าง กับยัยบอดี้การ์ดปากจัด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!