“ถอยไปค่ะผู้หมวด... หรือจะให้ฉันต้องบอกซ้ำเป็นรอบที่สามว่าอย่ามาแตะต้องตัวกัน”
น้ำเสียงของรินรดาราบเรียบ ทว่าสั่นเครือด้วยแรงโทสะที่พยายามสะกดกลั้น ดวงตาคู่สวยที่เคยแพรวพราวด้วยความขบถบัดนี้กลับวาวโรจน์ราวกับมีเปลวไฟสุมอยู่ข้างใน มือบางกำแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน เธอเดินถอยหลังจนแผ่นหลังกระแทกเข้ากับผนังห้องที่เต็มไปด้วยกระดานข่าวคดีฆาตกรรมร้างที่จันทร์เจ้าพยายามซ่อนไว้
จันทร์เจ้าในชุดนอกเครื่องแบบที่ดูทะมัดทะแมงขยับตัวก้าวเข้ามาขวางไว้ ร่างสูงโปร่งยืนตระหง่านกดดันราวกับภูผา ใบหน้าคมสันเรียบเฉยตามนิสัยเจ้าของ แต่นัยน์ตาคู่สวยนั้นกลับวูบไหวด้วยความกังวลที่พยายามซ่อนภายใต้มาดตำรวจสาวผู้เย็นชา
“ริน ฟังฉันก่อน... สิ่งที่ฉันทำไป ฉันมีเหตุผล” จันทร์เจ้าเค้นเสียง พยายามรักษาจังหวะการหายใจให้คงที่ ทั้งที่ใจข้างในเต้นรัวเหมือนกลองรบ
“เหตุผลเหรอคะ?” รินรดาแค่นหัวเราะ เสียงหัวเราะที่ฟังดูเย็นยะเยือกเสียจนคนฟังใจหาย “เหตุผลของคุณคือการแอบเอาชื่อพ่อฉันไปโยงกับเครือข่ายฟอกเงินผิดกฎหมาย เพื่อให้คุณทำคดีนี้ได้ง่ายขึ้นงั้นสิ? คุณเอาชีวิตคนในครอบครัวฉันมาเป็นเครื่องมือไต่เต้า... คุณมันก็แค่ตำรวจที่หน้าไหว้หลังหลอกไม่ต่างจากคนอื่นๆ เลย!”
“ฉันไม่เคยคิดจะทำร้ายเธอ!” จันทร์เจ้าตะคอกกลับ เสียงของเธอดังสะท้อนไปทั่วห้องทำงานแคบๆ ก่อนจะค่อยๆ ผ่อนลงเมื่อเห็นหยดน้ำตาที่รื้นขึ้นมาคลอเบ้าของอีกฝ่าย “ที่ฉันทำ... เพราะฉันเห็นชื่อพ่อเธอในแฟ้มลับของหน่วยปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ ถ้าฉันไม่ดึงออกมาเป็นคดีส่วนตัวก่อน พวกนั้นอาจจะเก็บเธอทั้งคู่ไปแล้ว!”
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องจนได้ยินเสียงหัวใจเต้นจังหวะไม่เท่ากัน รินรดานิ่งงันไปครู่หนึ่ง คำพูดของจันทร์เจ้าเหมือนน้ำเย็นจัดที่สาดลงบนกองเพลิง แต่มันกลับทำให้ความโกรธเปลี่ยนเป็นความเจ็บปวดลึกๆ ในอก
“โกหก...” รินรดาพึมพำ “คุณกลัวเสียหน้ามากกว่ากลัวฉันตายมากกว่าค่ะผู้หมวด อย่ามาทำเป็นพระเอกขี่ม้าขาวให้ยากเลย คุณแค่ไม่อยากให้ปมในอดีตของคุณมันพังเพราะความลับของพ่อฉันต่างหาก”
จันทร์เจ้าขบกรามแน่น ความซึนเดเระที่เคยมีหายวับไปกับตา เธอพุ่งตัวเข้าไปคว้าข้อมือรินรดาไว้แน่น แรงบีบไม่ได้รุนแรงจนเจ็บ แต่มันหนักแน่นและเต็มไปด้วยความรู้สึกที่อัดอั้น
“ถ้าฉันไม่แคร์เธอ... ฉันคงไม่ยอมเสี่ยงเอาตำแหน่งหน้าที่การงานมาเป็นประกันเพื่อปกป้องยัยเด็กปากดีแบบเธอหรอกรินรดา!”
“แล้วใครขอคะ? ใครขอให้คุณมาช่วย!”
รินรดาสะบัดแขนออกอย่างแรง แต่จันทร์เจ้ากลับรวบตัวเธอเข้าไปกอดไว้แน่นจนหน้าอกแนบชิด ความร้อนจากร่างกายของตำรวจสาวส่งผ่านเสื้อผ้าจนรินรดาใจสั่น กลิ่นหอมอ่อนๆ ของสบู่และกลิ่นดินปืนจางๆ จากตัวจันทร์เจ้าทำให้ประสาทสัมผัสของเธอปั่นป่วน
“โกรธน่ะโง่นะ...” จันทร์เจ้ากระซิบข้างหู น้ำเสียงอ่อนลงจนเกือบจะเป็นเสียงอ้อน “โกรธไปก็ไม่ได้ทำให้อะไรดีขึ้น ถ้าอยากแก้แค้นให้พ่อ... ถ้าอยากพิสูจน์ว่าพ่อไม่ได้ผิด... ก็อยู่นิ่งๆ แล้วเชื่อใจฉัน”
รินรดาหยุดดิ้น ลมหายใจอุ่นๆ ของจันทร์เจ้าที่รดรินอยู่ข้างใบหูทำให้หัวใจของเธอเต้นผิดจังหวะ เธอหลับตาลง พยายามกดความโกรธแค้นและความน้อยใจให้จมลึกลงไปในอก ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองใบหน้าใกล้แค่คืบของหญิงสาวผู้เป็นทั้งศัตรูและผู้พิทักษ์
“ถ้าฉันเชื่อใจคุณ แล้วคุณหักหลังฉันอีก... ครั้งหน้าฉันจะไม่แค่ด่าคุณนะคะผู้หมวด แต่ฉันจะทำให้คุณเสียใจที่เกิดมาเป็นตำรวจ”
จันทร์เจ้าเผยยิ้มมุมปาก ยิ้มที่ดูร้ายกาจแต่ก็มีความอาทรซ่อนอยู่ “งั้นก็ลองดูสิ... ฉันเองก็อยากรู้เหมือนกันว่าถ้าฉันตายเพราะปกป้องเธอ เธอจะยังใจแข็งได้อีกนานแค่ไหน”
ทว่าก่อนที่บทสนทนาจะถลำลึกไปไกลกว่านั้น เสียงเคาะประตูห้องสืบสวนที่ดังขึ้นอย่างรุนแรงก็ทำลายบรรยากาศจนสิ้นซาก
*ปัง! ปัง! ปัง!*
รินรดาผลักจันทร์เจ้าออกทันที ทั้งสองคนผละออกจากกันราวกับโดนไฟดูด จันทร์เจ้าหน้าเปลี่ยนสีเมื่อเห็นเงาร่างที่ปรากฏผ่านกระจกฝ้าหน้าห้อง ผู้กำกับการที่เธอพยายามเลี่ยงมาตลอดก้าวพรวดพราดเข้ามาโดยไม่รอคำอนุญาต ในมือของเขามีแฟ้มคดีสีแดงฉานซึ่งเป็นเอกสารที่จันทร์เจ้าคิดว่าเธอเก็บมันมิดชิดที่สุดแล้ว
“ร้อยตำรวจเอกจันทร์เจ้า...” เสียงของผู้กำกับสั่นด้วยความโกรธจัด “อธิบายมาสิว่าทำไมรายชื่อผู้ต้องสงสัยในคดีลับถึงไปปรากฏอยู่ในแฟ้มส่วนตัวของศิลปินไส้แห้งคนนี้ได้!”
จันทร์เจ้าหน้าชา ดวงตาของเธอมองไปยังรินรดาที่ยืนตัวแข็งทื่ออยู่ข้างหลัง ก่อนจะเบนสายตาไปที่แฟ้มในมือของผู้กำกับ แล้วสิ่งที่เลวร้ายยิ่งกว่าก็ปรากฏขึ้น เมื่อหน้าสุดท้ายของแฟ้มนั้นมีกระดาษแผ่นเล็กๆ หล่นลงมา—มันคือรูปถ่ายของรินรดาในวันที่ถูกจับกุมเมื่อสามปีก่อน พร้อมคำสั่งลับที่ระบุไว้ชัดเจนว่า ‘กำจัดทิ้งทันทีหากขัดขวางการสืบสวน’
รินรดาเบิกตากว้างเมื่อเห็นภาพนั้น ในขณะที่จันทร์เจ้าคว้าปืนข้างเอวออกมาโดยสัญชาตญาณเมื่อเห็นลูกน้องของผู้กำกับกรูเข้ามาปิดล้อมห้องจากทุกทิศทาง
“หมอบลง!” จันทร์เจ้าตะโกนลั่น พร้อมกับกระชากแขนรินรดาให้หลบหลังโต๊ะทำงานเหล็ก “หนีไปริน! อย่าถามว่าทำไม แต่จงวิ่งออกไปทางประตูหนีไฟเดี๋ยวนี้!”
“แล้วคุณล่ะ!”
“ฉันต้องจบเรื่องนี้... ก่อนที่ความตายจะถึงตัวเธอ!”
กระสุนนัดแรกพุ่งผ่านกระจกหน้าต่างเข้ามา ท่ามกลางเสียงหวีดร้องและความวุ่นวาย จันทร์เจ้าหันกลับมาสบตารินรดาด้วยสายตาที่รินรดาไม่มีวันลืม... สายตาของคนที่ตัดสินใจแล้วว่าจะแลกทุกอย่างเพื่อเธอ
หวังว่าตอนนี้นักอ่านที่รักจะยังไม่หัวใจวายไปก่อนนะคะ แล้วมาลุ้นกันต่อค่ะว่ารินรดาจะเลือกวิ่งหนีหรือเลือกอยู่เคียงข้างผู้หมวดคนนี้ในตอนหน้า - โรสแมรี่พิษ
เซนเซอร์หัวใจในคดีร้าง กับยัยบอดี้การ์ดปากจัด•ตอนที่ 10
โกรธคือโง่
ผลงานโดย โรสแมรี่พิษ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (โรสแมรี่พิษ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซนเซอร์หัวใจในคดีร้าง กับยัยบอดี้การ์ดปากจัด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!