แก้วค็อกเทลทรงสูงถูกวางกระแทกกระทั้นลงบนพื้นโต๊ะหินอ่อนเสียงดังสนั่น ท่ามกลางเสียงเพลงจังหวะกระแทกกระทั้นในผับหรูใจกลางเมือง แต่ดูเหมือนเสียงเหล่านั้นจะเบาบางลงไปถนัดตา เมื่อเทียบกับเสียงหัวใจของคิรากรที่กำลังเต้นโครมครามด้วยความเดือดดาลจนแทบจะทะลักออกมานอกอก
ดวงตาคมกริบราวกับพญาเหยี่ยวจ้องเขม็งไปยังร่างโปร่งของรินรดา เลขาคนเก่งที่วันนี้สลัดลุคชุดสูททางการทิ้งไปเสียสนิท เหลือเพียงเสื้อเชิ้ตผ้าไหมสีดำตัวโคร่งที่ปลดกระดุมเม็ดบนออกจนเผยให้เห็นไหปลาร้าเนียนสวย และนั่น... คือสิ่งที่กำลังดึงดูดสายตาอันน่ารังเกียจของ "คุณณัฐพล" นักธุรกิจหนุ่มเจ้าของโปรเจกต์ร้อยล้านที่กำลังนั่งยิ้มกรุ่มกริ่ม พยายามขยับกายเข้าไปเบียดชิดร่างบางบนโซฟาตัวยาวอย่างออกนอกหน้า
"ดื่มให้อีกแก้วสครับ คุณรินรดา... ดีลของเราวันนี้ ถือว่าวิน-วินทั้งสองฝ่ายนะครับ"
ณัฐพลเอ่ยด้วยน้ำเสียงเจ้าเล่ห์ พร้อมกับเลื่อนแก้วเครื่องดื่มสีอำพันเข้าไปใกล้เรียวปากอิ่มของอีกฝ่าย มือหนาทำทีเป็นเอื้อมไปหมายจะแตะท่อนแขนเรียวภายใต้เนื้อผ้าบางเบานั้นเพื่อเป็นการแสดงความสนิทสนมเกินเลย
รินรดาเบี่ยงตัวหลบด้วยไหวพริบ รอยยิ้มหวานหยาดเยิ้มที่ใช้รับแขกตามมารยาททางธุรกิจยังคงประดับอยู่บนใบหน้า แต่แววตากลับฉายแววเย็นชาและรำคาญใจอย่างปิดไม่มิด ปากคอเราะร้ายเตรียมจะพ่นคำพูดเชือดเฉือนใส่อีกฝ่ายให้หน้าหงายอยู่รอมร่อแล้วเชียว หากไม่ติดว่าโปรเจกต์นี้มีมูลค่ามหาศาลและบอสจอมซึนอย่างคิรากรกำชับนักหนาว่าห้ามทำเสียเรื่องเด็ดขาด
"เกรงใจจังค่ะคุณณัฐพล พอดีรินคออ่อน เกรงว่าถ้าดื่มมากกว่านี้ อาจจะเผลอพูดจาไม่เข้าหูใครเข้า... โดยเฉพาะกับคนแถวนี้" รินรดาจงใจลากเสียงยาว พร้อมกับเหลือบสายตาคมกริบไปยังมุมมืดของโซฟาอีกฝั่งที่รู้ดีว่ามีใครบางคนกำลังนั่งกัดกรามกรอดอยู่
แต่ทว่า... ณัฐพลดูเหมือนจะเมามายเกินกว่าจะอ่านสัญญาณเตือนภัยในดวงตาคู่นั้นออก ชายหนุ่มยังคงหัวפเราะชอบใจในความถือตัวของเลขาคนสวย ยิ่งเล่นตัว ยิ่งอยากเอาชนะ มือหนาจึงเปลี่ยนเป้าหมายจากแขนเรียว เลื่อนพยายามโอบไหล่บางเข้ามาประชิดตัวทันที
"โธ่... คนสวย ขี้เกรงใจจังนะ แบบนี้ต้องโดนทำโทษ..."
พรึบ!
ร่างสูงใหญ่ของใครบางคนที่นั่งซ่อนตัวเงียบๆ มานานนับชั่วโมง พุ่งทะยานเข้าประชิดราวกับเสือชีตาห์ที่ตะครุบเหยื่อ มือหนาของคิรากรคว้าหมับเข้าที่ข้อมือของณัฐพลที่กำลังจะแตะโดนตัวรินรดา บีบแน่นด้วยแรงอารมณ์ที่พุ่งทะยานจนเส้นเลือดที่ขมับปูดโปน ดวงตาคมกริบวาวโรจน์ด้วยเพลิงโทสะที่พร้อมจะแผดเผาทุกอย่างให้เป็นจุล
ณัฐพลสะดุ้งสุดตัว หันขวับมามองหน้าผู้มาใหม่ด้วยความตกใจและไม่พอใจ "เฮ้ย! คุณคีย์... ทำบ้าอะไรวะเนี่ย ผมคุยธุระอยู่กับเลขาคุณนะ!"
คิรากรแค่น 3 เสียงในลำคอ รอยยิ้มเยือกเย็นปรากฏขึ้นที่มุมปาก แต่นัยน์ตากลับไร้ซึ่งความรู้สึกใดๆ นอกจากความหึงหวงที่ระเบิดออกจนควบคุมไม่อยู่ มือที่บีบข้อมืออีกฝ่ายเพิ่มแรงบีบมากขึ้นจนณัฐพลต้องนิหน้าด้วยความเจ็บปวด
"ธุระเหรอครับ? เมื่อกี้ผมเห็นคุณกำลังจะลวนลามเลขา 'ของผม' ต่างหาก" คิรากรจงใจเน้นเสียงคำว่า 'ของผม' ชัดถ้อยชัดคำ ดวงตาดุดันกวาดมองมือเจ้าปัญหาที่ถือวิสาสะแตะต้องคนของเขาด้วยความรังเกียจ ก่อนจะกระชากข้อมือนั้นออกแล้วเหวี่ยงทิ้งอย่างไม่ไว้หน้า "ถ้าสมองส่วนหน้าของคุณมันคิดแต่เรื่องต่ำๆ จนแยกแยะไม่ออกว่าไหนคือการคุยธุรกิจไหนคือการรarassคนอื่น ผมแนะนำให้กลับไปนอนพักซะ!"
รินรดานั่งนิ่ง กระพริบตาปริบๆ มองแผ่นหลังกว้างของประธานหนุ่มที่ยืนบังเธอไว้มิดชิด ความรู้สึกอุ่นวาบแล่นพล่านขึ้นมากลางอกอย่างห้ามไม่ได้ รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ผุดขึ้นที่มุมปากอิ่ม เมื่อเห็นอาการ 'หึงเกินพิกัด' ของคนที่ชอบปากแข็งบอกว่าเกลียดเธอนักหนา
"คุณคีย์! พูดจาให้มันดีๆ นะ ผมเป็นถึงลูกค้ารายใหญ่ของคุณ!" ณัฐพลหน้าดำคร่ำเครียดด้วยความโกรธ ลุกขึ้นยืนเผชิญหน้า ประกาศกร้าวเสียงดังลั่นโต๊ะ
"ลูกค้ารายใหญ่เหรอ?" คิรากรแค่นหัวเราะเสียงต่ำ ก้าวเข้าไปประชิดตัวณัฐพลด้วยท่าทีคุกคามที่เหนือกว่าทุกประตู ความสูงและออร่าความน่าเกรงขามกดดันให้อีกฝ่ายต้องผถอยหลังไปก้าวหนึ่งโดยไม่รู้ตัว "โปรเจกต์ร้อยล้านนั่น... ต่อให้ผมต้องฉีกทิ้งต่อหน้าคุณตอนนี้ ผมก็ไม่สนหรอกวะ! ถ้ารู้สึกว่าเงินซื้อทุกอย่างได้ ลองเอาเงินของคุณมาซื้อ 'สติ' กับ 'มารยาท' คืนไปหน่อยไหมล่ะ เผื่อมันจะช่วยให้คุณฉลาดขึ้น!"
"คุณ...!" ณัฐพลชี้หน้าสั่นด้วยความโกรธจัด แต่พอเจอสายตาดุราวกรรมของคิรากรจ้องมองมา ก็กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก สุดท้ายทำได้เพียงสะบัดหน้าหนีด้วยความอับอาย แล้วเดินกระแทรกเท้าหายลับไปฝูงชนในผับทันที
บรรยากาศรอบตัวพลันเงียบลงชั่วขณะ เหลือเพียงเสียงเพลงบีทหนักๆ ที่ยังคงดังคลออยู่ไกลๆ
คิรากรยืนหายใจหอบกระชั้น อกกระเพื่อมไหวด้วยแรงอารมณ์ที่ยังค้างคา เขายังคงหันหลังให้รินรดา ไม่อยากหันกลับไปสบตาคมกริบและรอยยิ้มรู้ทันของยัยตัวแสบที่นั่งไขว่ห้างมองเขาอยู่บนโซฟา
"อ้าว... ไล่ลูกค้าคนสำคัญไปซะแล้ว แบบนี้โปรเจกต์พันล้านของบริษัทเราไม่ล่มเหรอคะ บอสผู้แสนรอบคอบ"
เสียงหวานเจือแววเย้าแหย่ดังขึ้นเบาๆ พร้อมกับร่างบางที่ขยับเข้ามาใกล้ กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ ประจำตัวของรินรดาโชยปะทะจมูก ยิ่งทำให้คนที่กำลังสติหลุดควบคุมตัวเองได้ยากยิ่งขึ้น
คิรากรสูดหายใจเข้าลึกๆ หันขวับกลับมาเผชิญหน้ากับต้นเหตุของเรื่องทั้งหมด ดวงตาคู่คมจ้องมองใบหน้าเนียนใสที่ไม่มีความหวาดกลัวหลงเหลืออยู่เลยแม้แต่น้อย มีเพียงประกายตาระยิบระยับที่กำลังล้อเลียนเขาอย่างชัดเจน
"เธอ..." คิรากรเค้นเสียงลอดไรฟัน ก้าวเข้าไปประชิดตัวจนรินรดาต้องเอนหลังพิงพนักโซฟา มือหนาสองข้างท้าวลงกับเบาะหนัง ล้อมกรอบร่างบางไว้จนไม่มีทางหนี "สนุกมากหรือไง ที่ยืนยิ้มระnรื่นให้ไอ้สารเลวนั่นมันแตะเนื้อต้องตัวห๊ะ?!"
รินรดาไม่สะทกสะท้านแม้แต่น้อย เธอยืดตัวขึ้นเล็กน้อยจนปลายจมูกเกือบจะชนกับสันจมูกโด่งเป็นสันของคนตัวโต ดวงตากลมโตแพรวพราวไปด้วยเล่ห์กล "อ้าว... ก็รินทำหน้าที่เลขาที่ดีนี่คะ เป็นหน้าเป็นตาให้บริษัท คุยงานให้ราบรื่น... หรือว่าที่บอสโมโหจนหน้ามืดตามัวเมื่อกี้ เพราะหึงรินกันแน่คะ?"
ประโยคคำถามที่พุ่งตรงเข้าประเด็นทำเอาคิรากรถึงกับชะงัก ลมหายใจสะดุดกึก ใบหน้าหล่อเหลาขึ้นสีแดงเรื่ออย่างปิดไม่มิด แม้ในใจจะอยากปฏิเสธใจแทบขาด แต่ริมฝีปากเจ้ากรรมกลับแข็งทื่อ พูดไม่ออก
"เปล่าซะหน่อย ใครหึงเธอ!" คิรากรเสียงแข็ง กลบเกลื่อนความพิรุธด้วยการเชิดหน้าขึ้นสูง "ฉันแค่กลัวว่าถ้าเธอโดนลวนลามมากๆ เข้า บริษัทจะเสียชื่อเสียงต่างหากเล่า!"
"เหรอคะ..." รินรดาหัวเราะคิกคักในลำคอ ดวงตาคู่สวยพินิจพิเคราะห์ใบหน้าหล่อเหลาที่กำลังขึ้นสีแดงจัดอย่างนึกสนุก มือเรียวเอื้อมไปแตะเบาๆ ที่ปกเสื้อเชิ้ตของประธานหนุ่ม ปัดฝุ่นจินตนาการเบาๆ ทั้งที่ไม่มีอะไร "ปากแข็งจริงนะคะบอส... ทั้งที่เมื่อกี้พุ่งเข้ามาซะเร็วกว่าจรวด ขนาดนั้น ถ้าช้ากว่าอีกนิดเดียว รินคงโดนมันหอมแก้มไปแล้วมั้งคะเนี่ย..."
คำพูดเย้าแหย่นั้นทำเอาเส้นความอดทนของคิรากรขาดผึ่งทันที
ดวงตาคมวาวโรจน์ด้วยความคลั่งรักที่ถูกกดทับไว้มานาน เขาไม่รอช้าที่จะพิสูจน์ให้ยัยตัวแสบปากเก่งนี่ได้รู้ว่าคำว่า 'หึงเกินพิกัด' ของจริงมันเป็นอย่างไร มือหนาคว้าหมับเข้าที่เอวคอดกิ่วของรินรดา รั้งร่างบางเข้าหาตัวจนแนบชิดไม่มีช่องว่าง ก่อนจะก้มลงประกบเรียวปากร้อนผ่าวทาบทับลงบนริมฝีปากอิ่มของเธอทันทีโดยไม่ทันให้อีกฝ่ายได้ตั้งตัว!
รินรดาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ สมองขาวโพลนไปชั่วขณะเมื่อสัมผัสอุ่นร้อนและนุ่มนวลบุกรุกเข้ามาอย่างเอาแต่ใจ กลีบปากอิ่มพยายามจะอ้าปากประท้วง แต่กลับเปิดโอกาสให้ลิ้นร้อนของอีกฝ่ายแทรกซึมเข้ามาเกี่ยวพัน ตักตวงความหวานล้ำอย่างหิวกระหาย
สัมผัสวาบหวามที่เต็มไปด้วยความหึงหวงและหวงแหนทำให้หัวใจของรินรดาสั่นไหวรุนแรง มือเรียวที่เคยคิดจะผลักไส กลับเปลี่ยนเป็นกำเสื้อเชิ้ตของเขาแน่นโดยไม่รู้ตัว ปล่อยให้ความหอมหวานและรสจูบที่ร้อนแรงดั่งไฟแผดเผาความรู้สึกนึกคิดทั้งหมดให้หลอมละลายไปกับบรรยากาศรอบตัว
คิรากรผละริมฝีปากออกช้าๆ อย่างเสียดาย ปล่อยให้รินรดาหอบหายใจโกกอากาศเข้าปอดด้วยใบหน้าที่แดงก่ำทั้งแก้มและใบหู ดวงตากลมโตฉ่ำน้ำมองเขาด้วยความเคลิบเคลิ้มและตื่นตะลึง
"ทีนี้... ยังจะกล้าพูดจายั่วประสาทฉันอีกไหม หืม?"
เสียงทุ้มต่ำพร่าพร่ากระซิบชิดริมหู ลมหายใจร้อนรดต้นคอขาวเนียนทำให้รินรดายิ่งตัวสั่นสะท้าน คิรากรยกยิ้มมุมปากอย่างผู้ชนะ เตรียมจะเอמה่ยคำพูดตอกย้ำความสัมพันธ์ที่ก้าวข้ามเส้นไปอีกขั้น
กริ๊งงงงงง!
เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อสูทของคิรากรดังแหวกอากาศขึ้นมาขัดจังหวะความเป็นส่วนตัวราวกับตั้งใจกลั่นแกล้ง ประธานหนุ่มขมวดคิ้วมุ่นด้วยความขัดใจ สบถเบาๆ ในลำคออย่างหัวเสีย แต่เมื่อก้มลงมองหน้าจอที่สว่างวาบขึ้นมาพร้อมชื่อสายเรียกเข้า...
ดวงตาคมกริบก็พลันเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ร่างกายที่กำลังโอบกอดร่างบางอยู่ชะงักค้างไปทันที
รินรดาที่เพิ่งดึงสติตัวเองกลับมาได้ เหลเหลือบสายตาตามมองหน้าจอโทรศัพท์นั้นด้วยความสงสัย และทันทีที่เห็นชื่อและข้อความแจ้งเตือนที่เด้งขึ้นมาบนหน้าจอพร้อมกับภาพถ่ายปริศนา...
ลมหายใจของเธอก็แทบจะหยุดสะดุดลงตรงนั้นทันที!
พุดดิ้งคาราเมลขอส่งกำลังใจให้รินรดารอดพ้นจากศึกหนักครั้งนี้ไปให้ได้นะคะ แล้วพบกันตอนหน้าค่ะ!
กลลวงทวงหัวใจนายตัวร้าย•ตอนที่ 23
ความหึงเกินพิกัด
ผลงานโดย พุดดิ้งคาราเมล
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พุดดิ้งคาราเมล)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กลลวงทวงหัวใจนายตัวร้าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!