“สรุปว่าที่คุณคีย์เรียกดิฉันเข้าห้องน้ำ... เอ้ย ห้องทำงานส่วนตัวตอนตีสองเมื่อคืนนี้ เพราะเรื่องเอกสารงบประมาณ หรือเพราะอยากโชว์ซิกแพคให้เลขาดูเป็นขวัญตาคะ ท่านประธาน?”
เสียงกระซิบเจือรอยยิ้มเยาะของรินรดา ดังขึ้นทันทีที่บานประตูห้องทำงานเลขาปิดลง ล็อตข้อมูลซุบซิบในกรุ๊ปไลน์บริษัทที่เด้งเตือนรัวๆ ตั้งแต่แปดโมงเช้าเป็นต้นเหตุให้ร่างบางต้องเปิดฉากทวงถามความจริงจากเจ้าพ่อข่าวลือตัวจริงที่นั่งไขว่ห้างทำหน้าตายอยู่หลังโต๊ะทำงานตัวใหญ่
คิรากรเงยหน้าขึ้นจากแฟ้มเอกสารในมือ ดวงตาคมกริบกวาดมองเลขาคนเก่งที่วันนี้แต่งชุดสูทเข้ารูปดูทะมัดทะแมงเป็นพิเศษ แต่สิ่งที่ดึงดูดสายตาเขายิ่งกว่าชุดทำงานราคาแพงคือรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่มุมปากอิ่มนั่นต่างหาก
“ปากเก่งแบบนี้... สงสัยงานที่มอบหมายให้ไปทำเมื่อวานยังน้อยไปสินะ ถึงมีเวลามานั่งใส่ใจข่าวลือไร้สาระในบอร์ดพนักงาน” คิรากรตอบเสียงเรียบ นัยน์ตาคมกริบฉายแวววับพراวความเอ็นดูที่พยายามซ่อนไว้ภายใต้ท่าทีเยชา
“ไร้สาระที่ไหนกันคะบอนด์ ข่าวลือบอกว่าดิฉัน ‘ไต่เต้า’ จนได้เข้ามาอยู่ในห้องพักส่วนตัวชั้นบนสุดของท่านประธานแถมยังได้สิทธิพิเศษทำงานใกล้ชิดชนิดแนบเนื้อ... ฟังแล้วดิฉันนี่อยากจะแจกการ์ดแต่งงานให้พวกเขารู้แล้วรู้รอดไปเลยนะคะ ว่าเราสองคน ‘ลึกซึ้ง’ กันไปถึงไหนต่อไหนแล้ว”
รินรดาก้าวเข้าไปประชิดโต๊ะทำงาน ใช้มือเรียวบางค้ำขอบโต๊ะโน้มตัวลงไปหาชายหนุ่ม ปล่อยให้เส้นผมยาวสลวยระลงคลอเคลียกรอบหน้า ดวงตากลมโตจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่คมเพื่อจับพิรุธ
ให้ตายเถอะ... ผู้หญิงคนนี้ช่างท้าทายขีดจำกัดความอดทนของเขาเสียจริง คิรากรขบกรามแน่นจนสันนูนขึ้นชัดเจน หัวใจในอกกระหน่ำเต้นโครمครามด้วยความหวั่นไหวที่ถูกปลุกเร้า แต่วิสัยของประธานหนุ่มปากแข็งมีหรือจะยอมเสียฟอร์ม
“อยากแต่งงานกับผมขนาดนั้นเลยเหรอ รินรดา? ฝันกลางวันอยู่หรือเปล่า คุณสมบัติเลขาอย่างคุณยังไม่ผ่านเกณฑ์ ‘แม่ของลูก’ ในสายตาผมหรอกนะ” คิรากรสวนกลับทันควัน น้ำเสียงเยียบเย็นและท่าทีเชิดใส่พยายามกลบเกลื่อนความร้อนผ่าวที่แล่นริ้วขึ้นมาถึงใบหู
“โอ๊ะ! เจ็บจี๊ดเลยค่ะ” รินรดายกมือขึ้นทาบอกแสร้งทำเป็นเจ็บปวด แต่รอยยิ้มพราวมหาเสน่ห์กลับยิ่งกว้างขึ้น “แต่แปลกจังนะคะ ถ้าดิฉันไม่ผ่านเกณฑ์ แล้วทำไมเมื่อคืนก่อน... ใครบางคนถึงได้ดึงรั้งข้อมือฉันไว้แถมยังบอกว่า... *‘อย่าเพิ่งไปไหน อยู่เป็นเพื่อนฉันก่อน’* ด้วยน้ำเสียงอ้อนๆ แบบนั้นล่ะคะ ท่านประธานคนเก่ง?”
พรึบ!
ร่างสูงลุกขึ้นยืนเต็มความสูงอย่างรวดเร็ว จนรินรดาเกือบหงหลังเพราะความตกใจ คิรากรก้าวสาวเท้ายาวๆ เข้ามาประชิดตัวหญิงสาว บรรยากาศรอบตัวพลันบีบอัดจนแทบหายใจไม่ออก ร่างบางถูกต้อนให้ถอยหลังจนสะโพกชนเข้ากับขอบโต๊ะทำงานโดยมีแผงอกกว้างของประธานหนุ่มกั้นขวางไว้ทุกทาง
“ปากดีนักนะ…” คิรากรก้มหน้าลงกระซิบชิดริมหู กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสานกับความอบอุ่นจากร่างกายของเขาทำเอารินรดาชะงักไปชั่วขณะ “อยากให้คนอื่นเขาลือกันนักใช่ไหมว่าเรามีความสัมพันธ์กันลึกซึ้ง... งั้นเรามาทำ ‘ข่าวลือ’ ให้มันกลายเป็น ‘ความจริง’ ในห้องนี้ตอนนี้เลยดีไหมล่ะ คุณเลขาฯ”
ลมหายใจอุ่นร้อนที่รินรดรดรดต้นคอทำให้ขนลุกซู่ รินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก แม้ปากจะเก่งและชอบต่อล้อต่อเถียงแค่ไหน แต่เวลาที่อีกฝ่ายรุกฆาตด้วยสายตาคลั่งรักที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความซึนแบบนี้ทีไร เธอก็ไม่เคยตั้งรับได้ทันสักที
“ท่านประธานคะ... นี่มันเวลาทำงานนะคะ ปล่อยดิฉัน—”
“ไม่ปล่อย” คิรากรสวนขึ้นทันคราว มือหนาเอื้อมไปโอบเอวคอดกิ่วเข้าหาตัวอย่างถือสิทธิ์ ดวงตาคมจ้องมองริมฝีปากที่ขยับเถียงไม่หยุดด้วยความหมั่นเขี้ยวเต็มประดา “ในเมื่อพวกเขาลือกันไปไกลจนกู่ไม่กลับแล้ว... เราก็ควรทำหน้าที่ ‘คู่รักกำมะลอ’ ให้สมบทบาทหน่อยไม่ใช่เหรอ หรือว่าคุณกลัว... กลัวว่าใจตัวเองจะเต้นแรงจนห้ามไม่อยู่เหมือนกัน?”
“ใครกลัวกันคะ!” รินรดาเชิดหน้าขึ้นสู้ ดวงตากลมโตฉายแววท้าทายแม้หัวใจจะเต้นรัวรากับกลองเพล “ดิฉันแค่เสียดายเวลาทำงานต่างหากค่ะ ถ้าท่านประธานว่างมากนัก เชิญไปบริหารเสน่ห์ใส่บรรดาบอร์ดบริหารนู่นเถอะค่ะ อย่ามาเสียเวลากับเลขาปากจัดอย่าง—”
ก๊อกๆๆ!
เสียงเคาะประตูดังขึ้นขัดจังหวะความหวานปนระอุในห้องทำงานทันที ทำเอาทั้งคู่สะดุ้งผละออกจากกันแทบไม่ทัน รินรดาหน้าแดงก่ำรีบจัดเสื้อผ้าให้เข้าที่ ส่วนคิรากรเสยผมลวกๆ ปรับสีหน้าให้กลับมาเรียบตึงราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นในเสี้ยววินาที
“เข้ามา” คิรากรเอ่ยเสียงเข้ม พยายามข่มอารมณ์หงุดหงิดที่ถูกขัดจังหวะ
บานประตูเปิดออกเผยให้เห็นร่างบางของ ‘มินตรา’ ผู้จัดการฝ่ายการตลาดก้าวเข้ามาพร้อมแฟ้มเอกสารในมือ เธอยิ้มหวานหยาดเยิ้มให้ท่านประธานก่อนจะชะงักเมื่อเห็นรินรดายืนอยู่ใกล้ชิดเกินความจำเป็น
“อ้าว... รินก็อยู่ด้วยเหรอคะ” มินตราหรี่ตามองทั้งสองคนด้วยรอยยิ้มแปลกๆ “พอดีมินเอาสรุปยอดโปรเจกต์มาให้ท่านประธานเซ็นค่ะ... อ้อ แล้วก็เรื่องข่าวลือในออฟฟิศตอนนี้ไปกันใหญ่แล้วนะคะท่านประธาน ทุกคนกำลังเม้าท์กันสนั่นเลยว่า... คุณคีย์กับคุณรินรดากำลังแอบคบกันลับๆ หลังเวลางาน... มินว่ามันไม่ค่อยเหมาะสมเท่าไหร่เลยค่ะ เกรงว่าจะเสียภาพลักษณ์บริษัทนะคะ”
รินรดาลอบยิ้มมุมปาก เตรียมจะอ้าปากสวนกลับผู้จัดการจอมจุ้นคนนี้สักประโยคสองประโยค แต่ยังไม่ทันจะได้ขยับตัว คิรากรที่ยืนนิ่งเงียบมานานก็ชิงพูดตัดหน้าขึ้นเสียก่อน
น้ำเสียงของประธานหนุ่มทุบทำลายความเงียบลงด้วยความเฉียบขาด เย็นชา และทรงพลังจนทุกคนในห้องต้องขนลุก
“เรื่องส่วนตัวของผม... ตั้งแต่เมื่อไหร่กันที่อนุญาตให้คนนอกอย่างคุณเข้ามายุ่งวุ่นวายได้ถึงขนาดนี้, คุณมินตรา?”
ดวงตาคมกริบกวาดมองผู้จัดการสาวด้วยแววตาดุดันรากับพญาอินทรีย์ ก่อนที่คิรากรจะเอื้อมมือไปคว้าข้อมือเรียวของรินรดากระชากให้เข้ามาแนบชิดติดกายอีกครั้งอย่างเปิดเผยต่อหน้าต่อตา แล้วเอ่ยประโยคที่ทำเอาทั้งมินตราและรินรดาถึงกับช็อกค้างกลางอากาศ
“แล้วก็เลิกเอาข่าวลือไร้สาระพวกนั้นมาพูดให้เสียเวลา... เพราะที่พวกเขาลือกันน่ะ...”
คิรากรเว้นจังหวะเล็กน้อย ก้มลงมองคนในอ้อมแขนด้วยสายตาหวานเยิ้มที่เต็มไปด้วยความคลั่งรักแบบไม่คิดจะปิดบังอีกต่อไป
**“มันไม่ใช่เรื่องจริง... แต่เป็นเรื่องที่ผมตั้งใจจะให้มันเกิดขึ้นจริงต่างหาก”**
พุดดิ้งคาราเมลขอส่งกำลังใจให้รินรดารอดพ้นจากสายตาพิฆาตของท่านประธานคลั่งรักคนนี้ไปให้ได้นะคะ แล้วพบกันตอนหน้าค่ะ!
กลลวงทวงหัวใจนายตัวร้าย•ตอนที่ 24
สถานะเมียลับ(ไม่จริง)
ผลงานโดย พุดดิ้งคาราเมล
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พุดดิ้งคาราเมล)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กลลวงทวงหัวใจนายตัวร้าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!