กลลวงทวงหัวใจนายตัวร้าย•ตอนที่ 25

เผชิญหน้ากับความจริง

ผลงานโดย พุดดิ้งคาราเมล
"ถ้าคุณก้าวออกไปจากห้องนี้ในฐานะเลขาฯ ที่เพิ่งยื่นใบลาออก... เราก็ไม่ต้องมาคุยกันในฐานะอื่นอีกเลยนะ รินรดา" เสียงทุ้มต่ำที่ลอดผ่านไรฟันของคิรากรไม่ได้เจือแววหยอกเย้าแม้แต่น้อย มันคือประกาศิตจากประธานหนุ่มผู้กุมชะตากรรมของบริษัท และในวินาทีนี้... กำลังกุมพื้นที่ในอกของเธอไว้อย่างแน่นหนาด้วย รินรดากลืนก้อนสะอื้นที่จุกอยู่ในลำคอลงไปอย่างยากลำบาก เธอยกมือขึ้นกอดอกเพื่ออำพรางรingรอนสั่นเทาของปลายนิ้ว ดวงตากลมโตที่เคยฉายแววท้าทายและทันคนเสมอ บัดนี้กลับไหวระริกยามเมื่อต้องสบประสานกับสายตาคมกริบที่เต็มไปด้วยแรงกดดันมหาศาล ใบหน้าหล่อเหลาที่มักจะเชิดขึ้นด้วยความหยิ่งทะนงในยามปกติ บัดนี้กลับมีร่องรอยของความเหนื่อยล้าและความเครียดขดตัวอยู่รอบกรอบกรามคมสัน คิรากรในชุดสูทสั่งตัดราคาแพงระยับกำลังยืนขวางประตูห้องทำงานไว้ราวกับภูเขาเหล่ากา ไม่ยอมเปิดทางให้เธอได้ถอยหนี "แล้วจะให้ดิฉันยืนอยู่ตรงไหนล่ะคะท่านประธาน?" รินรดาเค้นเสียงถามออกไป แม้พยายามจะคุมโทนให้ราบเรียบที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่ความสั่นเครือในน้ำเสียงก็ยังทรยศความรู้สึกอยู่ดี "ในฐานะเลขาฯ ที่ต้องคอยหลบสายตาคนทั้งบริษัทเหรอคะ? หรือในฐานะ... ของเล่นแก้เบื่อที่คุณนึกจะเรียกใช้ตอนไหนก็ได้" "ริน!" คิรากรคำรามต่ำในลำคอ ดวงตาคมวาวโรจน์ขึ้นด้วยความไม่พอใจ เขาก้าวเท้าเข้ามาประชิดตัวเธอรวดเรวเสียจนรินรดาต้องเผลอถอยหลังไปจนแผ่นหลังชนกับบานประตูห้องทำงานกระจกฝ้า ความเย็นเฉียบของกระจกตัดกับไอร้อนระอุที่แผ่ออกมาจากร่างกายของคนตรงหน้าอย่างชัดเจน "อย่ามาพูดจาดูถูกความรู้สึกตัวเอง... และที่สำคัญ อย่ามาดูถูกความจริงจังของฉัน!" "ความจริงจังเหรอคะ?" รินรดาย้อนถามพร้อมกับหัวเราะในลำคออย่างขื่นขม เธอเชิดหน้าขึ้นสู้สายตาเขา แม้หัวใจจะเต้นระรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอก "ความจริงจังของคุณคือการปล่อยให้บอร์ดบริหารซุบซิบว่าเรามีความสัมพันธ์เกินเจ้านายกับลูกน้องเหรอคะ? ความจริงจังของคุณคือการปล่อยให้ฉันต้องรับหน้ากับข่าวลือเสียๆ หายๆ โดยที่คุณทำเป็นทองไม่รู้ร้อนนั่งเซ็นเอกสารอยู่ในห้องทำงานส่วนตัวเนี่ยนะ!" คำพูดที่พรั่งพรูออกมาคือความอัดอั้นตันใจที่สะสมมาตลอดสัปดาห์ ตั้งแต่วันที่ภาพหลุดของเธอกับเขาในลานจอดรถถูกส่งต่อไปทั่วทั้งกรุ๊ปแชทของบริษัท สายตาของเพื่อนร่วมงานที่มองมาเต็มไปด้วยการนินทาและดูแคลน แม้คิรากรจะจัดการสั่งพักงานคนที่ปล่อยข่าวไปแล้ว แต่ตราบใดที่พวกเขายังต้องทำงานร่วมกันในสถานะที่เป็นอยู่ เสียงวิพากษ์วิจารณ์ก็ไม่มีวันจางหาย และที่สำคัญที่สุด... สังคมรอบตัวของคิรากร—ตระกูลผู้ดีเก่าที่พร้อมจะหาคู่ครองที่เหมาะสมคู่ควรให้ท่านประธานหนุ่ม ไม่ใช่เลขาฯ สาวบ้านๆ ที่ก้าวขึ้นมาจากตำแหน่งพนักงานสัญญาจ้างอย่างเธอ คิรากรชะงักไป ดวงตาคมกริบฉายแววเจ็บปวดวูบหนึ่งก่อนจะถูกกลบฝังด้วยความดื้อรั้นตามนิสัยประจำตัว ปากร้ายๆ ของเขาเริ่มทำงานทันทีเพื่อกลบเกลื่อนความรู้สึกที่แท้จริง "ก็แค่เสียงเห่าหอนของพวกว่างงาน เธอจะไปแคร์ทำไม? เงินเดือนที่ฉันจ่ายให้ทุกเดือนมันน้อยเกินกว่าจะซื้อความหนาของหนังหน้าเธอหรือไง ถึงได้คิดจะชิ่งหนีปัญหาด้วยการลาออก!" ให้ตายเถอะ! ผู้ชายคนนี้มีวิธีพูดที่ทำให้คนฟังอยากจะยกเท้าขึ้นมาประทับรอยรองเท้าลงบนหน้าหล่อๆ นั่นเสียจริง รินรดากัดริมฝีปากแน่น ความเสียใจเมื่อครู่วิปลาสกลายเป็นความโกรธเกรี้ยวที่พุ่งปรี๊ดขึ้นมาแทนที่ "ใช่ค่ะ! เงินเดือนคุณมันสูงมาก สูงจนฉันไม่อยากเอาศักดิ์ศรีมาแลกอีกต่อไปแล้ว!" เธอตวาดกลับเสียงดังลั่นห้อง ไม่สนใจอีกต่อไปแล้วว่าภาพลักษณ์เลขาฯ ผู้เรียบร้อยสมบูรณ์แบบจะพังทลายลงตรงไหน "ถ้าการอยู่ใกล้คุณมันต้องแลกกับการเป็นเป้าสายตาและถูกดูถูกว่าเป็นผู้หญิงหน้าเงิน... ฉันขอเลือกทางเดินของตัวเองดีกว่าค่ะ!" มือเรียวเล็กเอื้อมไปบิดลูกบิดประตูเพื่อจะผลักออกไปให้พ้นจากสถานการณ์ที่บีบคั้นหัวใจนี่เสียที แต่เร็วกว่านั้น... มือหนาใหญ่ของคิรากรกลับพุ่งมากระแทกบานประตูปิดล็อกด้วยเสียงดังสนั่น *ปัง!* ร่างสูงใหญ่กักตัวเธอไว้ตรงกลางวงแขน สองมือยันกรอบบานประตูขนาบข้างร่างบางไว้จนเธอไม่มีทางหนีไปไหนได้ ปลายจมูกโด่งรั้นของเขาแทบจะชนเข้ากับแก้มเนียนของเธออยู่รำหนى ลมหายใจอุ่นร้อนที่เจือกลิ่นมินต์จางๆ เป่ารดอยู่ข้างขมับ ทำให้สติสัมปชัญญะของรินรดาเตลิดไปไกล "ปล่อยนะ..." เธอพยายามเบือนหน้าหนี แต่คิรากรกลับใช้มืออีกข้างเชยคางเธอให้หันกลับมาสบตา "ไม่ปล่อย" เสียงของเขาอ่อนลงในวินาทีนั้น แต่มันกลับทรงพลังและสั่นสะท้อนลึกถึงขั้วหัวใจ "เธอคิดว่าฉันยอมให้ผู้หญิงคนเดียวที่ทำให้ฉันรู้สึกอยากตื่นมาทำงานทุกวัน... เดินออกจากชีวิตฉันไปง่ายๆ อย่างนั้นเหรอ ริน" รินรดาชะงัก ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อได้ยินประโยคสารภาพที่เล็ดลอดออกมาจากริมฝีปากหยักที่ปกติเอาแต่พ่นคำพูดกวนประสาท "ค... คุณพูดอะไรของคุณ" "ฉันบอกว่าฉันยอมไม่ได้" คิรากรสบตาเธอนิ่ง แววตาซึนๆ ที่มักจะซ่อนความคลั่งรักเอาไว้ใต้ท่าทางปากร้าย บัดนี้สลายหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความจริงจังที่สั่นไหว "หน้าตาทางสังคมเหรอ? ครอบครัวเหรอ? ใบปริญญาจากต่างประเทศเหรอ? ช่างหัวมันสิ ฉันไม่ได้ใช้ชีวิตเพื่อคนอื่น... ฉันใช้ชีวิตเพื่อตัวเอง และคนในชีวิตของฉัน... คือคนที่ยืนอยู่ตรงนี้ต่างหาก" หัวใจของรินรดาเต้นกระหน่ำราวกับมีกลองชุดมาตีอยู่ข้างใน ความอุ่นวาบแผ่ซ่านขึ้นมาถึงพวงแก้มจนเธอต้องรีบหลบสายตาคู่นั้น เพราะกลัวว่าเขาจะอ่านความพ่ายแพ้ทั้งหมดที่ซ่อนอยู่ภายในใจออก แต่ทว่า... ในจังหวะที่หัวใจกำลังจะยอมจำนนต่อบรรยากาศหวานปนขมที่อบอวลอยู่รอบตัว เสียงเคาะประตูก็กระแทกดังขึ้นสามครั้งติดๆ กัน ตามด้วยการบิดลูกบิดจากด้านนอกอย่างรวดเร็ว *ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!* "ท่านประธานคะ ดิฉันเองค่ะ... คุณท่านส่งดิฉันมาดูว่าเอกสารเซ็นเสร็จหรือยัง..." เสียงหวานหยาดเยิ้มของ 'คุณพิชญ์สินี' หญิงสาวทายาทนักธุรกิจตระกูลดังที่ผู้ใหญ่หมายมั่นปั้นมือให้แต่งงานกับคิรากร ดังแทรกเข้ามาพร้อมกับบานประตูที่กำลังถูกผลักเปิดออกโดยไม่ต้องรออนุญาต! รินรดาสะดุ้งสุดตัว เธอพยายามจะผลักอกแกร่งของคิรากรออกทันที แต่ประธานหนุ่มกลับขมวดคิ้วมุ่นด้วยความหงุดหงิดสุดขีด มือข้างหนึ่งรวบเอวบางของเธอเข้ามาชิดแนบลำตัวอย่างรวดเร็ว พร้อมกับหันไปตะคอกใส่ผู้มาใหม่เสียงเข้ม "ใครอนุญาตให้เข้ามาในห้องผม!" พุดดิ้งคาราเมลขอส่งกำลังใจให้รินรดารอดพ้นจากศึกหนักครั้งนี้ไปให้ได้นะคะ แล้วพบกันตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (พุดดิ้งคาราเมล)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กลลวงทวงหัวใจนายตัวร้าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%