"ถ้าคุณยังเดินเข้ามาใกล้กว่านี้อีกก้าวเดียว ฉันจะถือว่าคุณฉวยโอกาสในยามวิกาลนะคะ ท่านประธาน"
รินรดากดเสียงต่ำ ไหล่บางแนบชิดติดกับบานประตูไม้เนื้อแข็งของห้องนอนเพนต์เฮาส์สุดหรู ทว่าแววตาคู่สวยกลับไม่มีความหวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย มีเพียงประกายความท้าทายที่วาวโรจน์ขึ้นท่ามกลางแสงไฟสลัวสีส้มอบอุ่นจากโคมไฟหัวเตียง
คิรากรหยุดฝีเท้าลงอย่างฉับพลัน ร่างสูงใหญ่ในชุดคลุมอาบน้ำสีเข้มที่ปล่อยให้เห็นแผงอกกว้างและหยดน้ำพราวบนเส้นผมชื้น ยืนโน้มตัวลงมาท้าวแขนกับบานประตู กักขังร่างเพรียวบางของเลขาคนเก่งไว้ในวงแขนอย่างจงใจ สันจมูกโด่งคมสันอยู่ห่างจากแก้มใสเพียงแค่คืบเดียว ลมหายใจอุ่นร้อนที่เจือกลิ่นมินต์จางๆ ปะทะเข้ากับผิวแก้มจนรินรดาต้องแอบกลั้นหายใจ
"ฉวยโอกาสอะไรกันครับ... อ้อ ไม่สิ ฉันไม่ได้หมายถึงแบบนั้น" คิรากรแก้คำพูดแทบไม่ทันเมื่อเผลอใช้สรรพนามผิดพลาด ดวงตาคมกริบฉายแววหงุดหงิดระคนเอ็นดู "พูดจาให้มันดีๆ นะรินรดา ใครกันแน่ที่ฉวยโอกาสเข้ามาอยู่ในเพนต์เฮาส์ส่วนตัวของฉันตั้งแต่แรก"
"อ้าว ลืมไปแล้วเหรอคะว่าใครเป็นคนโทรศัพท์ไปจิกหัวใช้ให้ฉันหอบเอกสารงบประมาณโปรเจกต์ใหญ่มาให้ถึงคอนโดตอนเที่ยงคืน แถมยังอ้างว่าถ้าไม่มา บริษัทอาจจะล้มละลายภายในรุ่งสาง" รินรดาเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง รอยยิ้มเยาะหยันปรากฏบนเรียวปากสีพีช "พอฉันมาถึง คุณกลับบอกว่าลืมเซ็นแค่หน้าเดียวเนี่ยนะ... มุกตลกเกรดไหนเนี่ยท่านประธาน"
"ก็มัน..." คิรากรอึกอักไปชั่วขณะ ดวงตาคู่คมหลบวูบไปทางอื่นอย่างคนจนมุม แต่ปากหนาๆ ก็ยังไม่ยอมแพ้ "เอกสารมันสำคัญจริงๆ ต่างหากเล่า! อีกอย่าง... ดึกดื่นป่านนี้ถนนอันตรายจะตาย คุณเป็นผู้หญิงตัวคนเดียว จะให้ฉันใจร้ายปล่อยให้กลับบ้านดึกดื่นได้ยังไง"
"เป็นห่วงฉันเหรอคะ?"
คำถามย้อนกลับแบบตรงไปตรงมาทำเอาท่านประธานหนุ่มผู้เย่อหยิ่งถึงกับชะงัก คิรากรหันขวับกลับมาสบตา ประกายไฟในดวงตาคู่คมไหววูบอย่างรวดเร็ว ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความดื้อรั้นที่เจ้าตัวชอบใช้กลบเกลื่อนความเขินอาย
"เพ้อเจ้อ! ฉันแค่ไม่อยากให้เลขาของฉันสมองเสื่อมเพราะอดนอนแล้วมาทำงานพังในวันพรุ่งนี้ต่างหาก อย่าหลงตัวเองให้มันมากนักเลยรินรดา"
"ค่ะๆ ไม่หลงเลยค่ะ... งั้นเอกสารก็เซ็นเสร็จแล้ว ฉันขอตัวกลับห้องพักแขกฝั่งนู้นนะคะ" รินรดาทำท่าจะมุดลอดใต้แขนแกร่งออกไป แต่คิรากรไวish กว่า เขากลับขยับตัวปิดทางหนีไว้ด้วยการใช้มือทั้งสองข้างยันประตูขนาบข้างเธอไว้อีกครั้ง คราวนี้ใกล้ชิดเสียจนกลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางบนตัวเขาโอบล้อมเธอไว้หมดทางหนี
"ใครอนุญาตให้กลับ?" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยลอดไรฟัน แววตาซึนๆ คู่นั้นฉายความเวงว้าและดื้อรั้นผสมปนเปกันอย่างชัดเจน "ห้องฝั่งนู้นแอร์เสีย..."
"โกหกค่ะ เมื่อกี้ฉันเพิ่งเดินผ่าน มันยังเย็นเฉียบอยู่เลย"
"เอ่อ... งั้นท่อประปาแตก! น้ำรั่วส่งเสียงดังหนวกหู นอนไม่ได้หรอก" คิรากรหาข้ออ้างหน้าตายได้อย่างรวดเร็วแบบไม่มีสะดุด
รินรดากลอกตาขึ้นฟ้าอย่างระอา เธอจ้องหน้าผู้ชายตัวโตที่ฟอร์มจัดที่สุดเท่าที่เคยเจอมาในชีวิต "ท่านประธานคะ ถ้าคุณกลัวเหงาแล้วไม่อยากให้ฉันกลับห้อง ก็แค่บอกว่า 'นอนเป็นเพื่อนหน่อย' ออกมาตรงๆ มันยากนักเหรอคะ หน้าตาดีซะเปล่า แต่ฟอร์มจัดเป็นบ้าเลย"
คำพูดแทงใจดำทำเอาคิรากรสะดุ้งวาบ ใบหน้าหล่อเหลาขึ้นสีแดงเรื่ออย่างปิดไม่มิด แม้เจ้าตัวจะพยายามเม้มปากแน่นเพื่อรักษาฟอร์มท่านประธานผู้ทรงอำนาจไว้ก็ตามที
"ใคร... ใครอยากให้เธออยู่กัน! อย่ามามโนนะรินรดา ฉันแค่... แค่เกรงใจแขกต่างหาก" น้ำเสียงที่เคยหนักแน่นเริ่มตะกوتตะกะอย่างเห็นได้ชัด
รินรดาแอบอมยิ้มบางๆ กับท่าทีน่ารักที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความปากร้ายนั้น มือบางยกขึ้นแตะเบาๆ ที่แผงอกกว้าง สัมผัสได้ถึงจังหวะหัวใจที่เต้นรัวเร็วกว่าปกติภายใต้ร่มผ้า ความเย็นชาและกำแพงที่ทั้งคู่ต่างสร้างขึ้นเพื่อป้องกันความรู้สึกในวันแรกที่ร่วมงานกัน บัดนี้ได้ถูกความใกล้ชิดในคืนนี้กัดเซาะจนแทบไม่เหลือชิ้นดี
"ก็ได้ค่ะ... ในเมื่อท่านประธานอ้างสารพัดเหตุผลขนาดนี้แล้ว ฉันในฐานะเลขาที่ดีก็คงต้องยอมเสียสละเวลานอนมาอยู่เป็นเพื่อนคนขี้เหงาแถวนี้ก็แล้วกันนะคะ"
น้ำเสียงหวานเจือความหยอกเย้าทำเอาคิรากรถึงกับนิ่งค้างไป ดวงตาคู่คมมองรอยยิ้มพราวระยับบนใบหน้าเนียนใสอย่างลืมตัว ความรู้สึกบางอย่างที่พยายามกดทับไว้ตลอดหลายเดือน พรั่งพรูออกมาพร้อมกับความเงียบที่ปกคลุมพื้นที่ระหว่างเขากับเธอ
คิรากรค่อยๆ ลดมือลงจากบานประตู นิ้วเรียวยาวเอื้อมไปเกลี่ยปอยผมที่ตกลงมาคลอเคลียแก้มเนียนของหญิงสาวออกให้อย่างแผ่วเบา สัมผัสที่อ่อนโยนผิดวิสัยทำให้รินรดาถึงกับนิ่งงึด หัวใจดวงน้อยกระหน่ำเต้นไม่เป็นจังหวะในอก
"ริน..." เสียงทุ้มเรียกชื่อเธอแผ่วเบาราวกับเสียงกระซิบ แววตาที่มองมาเต็มไปด้วยความรู้สึกที่ลึกซึ้งเกินกว่าจะหาคำมาอธิบาย "ขอบคุณนะ..."
บรรยากาศหวานละมุนกำลังโรยตัวลงมาปกคลุมทั้งคู่ ระยะห่างที่ลดลงเรื่อยๆ จนปลายจมูกแทบจะชนกันทำให้ลมหายใจเริ่มประสานเป็นหนึ่งเดียว รินรดากลั้นหายใจ หลับตาลงช้าๆ รอรับสัมผัสที่กำลังจะเกิดขึ้น...
*กริ๊งงงงงงง!*
เสียงกริ่งประตูหน้าเพนต์เฮาส์ดังแหวกความเงียบขึ้นมาอย่างกะทันหัน ราวกับสายฟ้าฟาดกลางฤดูร้อน คิรากรสะดุ้งสุดตัว สบถออกมาเบาๆ ด้วยความหัวเสียอย่างรุนแรง ส่วนรินรดาลืมตาขึ้นทันที ใบหน้าหวานแดงก่ำด้วยความเขินอายที่เกือบจะเลยเถิด
"ใครมาวะเวลานี้..." คิรากรขบกรามแน่นด้วยความหงุดหงิด เขาก้าวถอยหลังออกไปอย่างจำใจ ปรับสีหน้าให้กลับมาเรียบตึงเครียดตามวิสัยนักบริหาร "ริน รออยู่ตรงนี้ ห้ามไปไหนเด็ดขาด!"
ร่างสูงหมุนตัวเดินจัมอ้าวไปยังประตูหน้าด้วยความหัวเสีย มือหนากระชากบานประตูเปิดออกด้วยแรงอารมณ์ หมายจะไล่แขกยามวิกาลให้พ้นทาง แต่ทว่า... ประโยคที่หลุดออกมาจากปากของผู้มาเยือนในวินาทีต่อมา กลับทำให้ร่างของประธานหนุ่มแข็งทื่อราวกับถูกสาปเป็นหิน
"คีย์ลูก! ทำไมเปิดประตูช้าจัง แม่กับน้องพิมพ์..."
รินรดาที่ยืนแอบมองอยู่หลังมุมผนังถึงกับเบิกตากว้างเมื่อได้ยินเสียงนั้นชัดเจน... *คุณแม่ของคิรากร และ... คู่หมั้นทิพย์ที่ควรจะอยู่ต่างประเทศไม่ใช่เหรอคะ!*
พุดดิ้งคาราเมลขอส่งกำลังใจให้รินรดารอดพ้นจากศึกแม่สามี (เก้อ) และคู่หมั้นทิพย์ในสถานการณ์หน้าสิ่วหน้าขวานนี้ไปให้ได้นะคะ แล้วพบกันตอนหน้าค่ะ!
กลลวงทวงหัวใจนายตัวร้าย•ตอนที่ 17
ทริปกระชับสัมพันธ์
ผลงานโดย พุดดิ้งคาราเมล
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พุดดิ้งคาราเมล)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กลลวงทวงหัวใจนายตัวร้าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!