กลลวงทวงหัวใจนายตัวร้าย•ตอนที่ 16

วันหยุดสุดป่วน

ผลงานโดย พุดดิ้งคาราเมล
“ถ้าคุณยังคิดจะเอาเอกสารกองนี้ฟาดหัวฉันเหมือนในละครน้ำเน่าเมื่อสิบปีก่อน บอกเลยนะคะบอส ว่าฉันจะลาออกแล้วฟ้องข้อหาทำร้ายร่างกายให้บริษัทคุณเจ๊งไปข้างหนึ่งเลย!” เสียงใสๆ ที่ตวัดหางเสียงอย่างเย่อหยิ่งดังขึ้นท่ามกลางความเงียบสงบของห้องโดยสารรถยนต์ยุโรปคันหรู รินรดาตวัดตามองร่างสูงใหญ่ที่นั่งไขว่ห้างตีหน้าขรึมอยู่เบาะข้างๆ อย่างไม่เกรงกลัว มือเรียวกอดอกแน่นพลันเชิดหน้าขึ้นท้าทาย สมกับที่เป็นเลขาฯ ปากกล้าผู้ไม่เคยยอมก้มหัวให้ใครแม้แต่ประธานบริษัทจอมเผด็จการอย่างคิรากร “ปากเก่งนักนะรินรดา” คิรากรแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นกันแดดราคาแพงหันมามองคนข้างตัวด้วยแววตาดุๆ ที่ซ่อนประกายความเอ็นดูเอาไว้มิดชิด “ผมพาคุณมา ‘ดูงาน’ นอกสถานที่ ไม่ได้พามาเที่ยวเล่น กรุณาทำตัวให้สมกับตำแหน่งเลขาฯ ผู้บริหารหน่อย ไม่ใช่ทำหน้าเหมือนโดนบังคับมาแต่งงานแบบนี้” “ก็นี่มันวันหยุดนะคะ!” รินรดาโวยวายลั่นรถ มือเล็กสะบัดใส่อากาศอย่างเหลืออด “ใครเขาลากเลขาฯ ออกมาทำงานต่างจังหวัดตอนตีห้าวันเสาร์กันวะคะ... อ้ะ! หมายถึง ใครเขาทำกันคะบอส! คุณมันใช้แรงงานทาสชัดๆ!” “ผมจ่ายโอทีให้สามเท่า เลิกบ่นแล้วก็นั่งเงียบๆ ไปซะ” “เงินซื้อฉันไม่ได้หรอกค่ะ ถ้ามันไม่มากพอ... เอ๊ย! หมายถึง ศักดิ์ศรีของฉันประเมินค่าไม่ได้ต่างหาก!” รินรดาแหวใส่พร้อมกับค้อนวงใหญ่ใส่คนปากแข็งที่หันหน้าหนีไปมองวิข้างทาง แต่มุมปากหยักนั้นกลับกระตุกยิ้มขึ้นอย่างปิดไม่มิด พุดดิ้งคาราเมลขอสารภาพตรงนี้เลยนะคะว่า เห็นคู่นี้เขี้ยวลากดินใส่กันทีไร เป็นต้องใจสั่นทุกที! รถยนต์คันหรูแล่นออกจากความวุ่นวายของเมืองหลวงมุ่งหน้าสู่รีสอร์ทสไตล์มินิมอลติดริมเขื่อนบรรยากาศสุดโรแมนติกที่อยู่ห่างออกไปสามชั่วโมง ทว่าตลอดทางไม่มีความเงียบเหงาเลยสักนิด เพราะคนทั้งคู่ต่างฝ่ายต่างหาจังหวะบลัฟกันไปมาด้วยคำพูดจาเชือดเฉือนแต่แฝงไว้ด้วยเคมีชวนจิกหมอน ชนิดที่ว่าถ้าใครผ่านมาได้ยินคงคิดว่าเป็นสามีภรรยาที่แต่งงานกันมาสิบปีแล้วกำลังทะเลาะกันเรื่องลืมซื้อกับข้าวเสียอีก เมื่อรถเลี้ยวเข้ามาจอดสนิทหน้าล็อบบี้ของรีสอร์ทชื่อดัง รินรดาก็รีบก้าวลงจากรถสูดอากาศบริสุทธิ์เข้าปอดทันที ทว่าความสดชื่นยังไม่ทันแล่นเข้าสู่ร่างกาย เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจก็เอ่ยตัดบทความสุขนั้นทันที “เดินตามมา ห้องพักอยู่โซนวีไอพีริมน้ำ” “เดี๋ยวนะคะบอส...” รินรดาชะงักเท้ากึก ขมวดคิ้วมุ่นหันไปมองหน้าคมเข้มที่ยืนกอดอกรออยู่ “คุณบอกว่ามาดูงาน แล้วทำไมต้องจองห้องพักริมน้ำด้วยล่ะคะ หรือว่าเราต้องนอนห้องเดียวกัน... อ๊าย! คุณคิดจะทำมิดีมิร้ายฉันเหรอ!” คิรากรชะงักไปนิด ก่อนจะถอนหายใจพรวดออกมาด้วยความหมั่นไส้ เขาเดินเข้าไปประชิดตัวร่างบางที่ก้าวถอยหลังกรูดจนแผ่นหลังชนเข้ากับเสาปูนของล็อบบี้ ดวงตาคมก้มลงมองใบหน้าเนียนใสที่เชิดขึ้นเถียงเขาไม่หยุด “สมองคุณนี่มันจินตนาการไปถึงไหนเนี่ยรินรดา” เสียงทุ้มกระซิบชิดริมหู น้ำเสียงแหบพร่าเจือความเจ้าเล่ห์ที่ทำเอาหัวใจดวงน้อยของเลขาฯ สาวกระตุกวูบ “ผมเป็นผู้บริหารมืออาชีพ พอดีรีสอร์ทนี้เป็นพาร์ทเนอร์รายใหญ่ที่เราต้องมาตรวจความพร้อมก่อนเปิดตัวโปรเจกต์ใหม่ และบังเอิญ... ห้องพักมันเต็มหมด เหลือแค่ห้องสวีทห้องเดียวที่มีสองห้องนอน แยกสัดส่วนชัดเจน... เลิกคิดลึกแล้วเดินมานี่ได้แล้วครับ” ประโยคหลังคิรากรเกือบจะเผลอใช้คำพูดตามความคุ้นเคย แต่ก็รีบเปลี่ยนสรรพนามแทบไม่ทัน รินรดาร้อนผ่าวไปทั้งใบหน้าเมื่อรู้ว่าตัวเองคิดอกุศลไปไกลโข หญิงสาวเม้มปากแน่นแก้เขินแล้วรีบสาวเท้าเดินนำลิ่วไปก่อนเพื่อกลบเกลื่อนอาการใจเต้นรำคาญใจ คล้อยหลังไปไม่นาน บรรยากาศการทำงานจำแลงก็เริ่มต้นขึ้น รินรดานั่งกางแล็ปท็อปเช็คเอกสารการตลาดอยู่บนโซฟาตัวนุ่มในห้องนั่งเล่นของห้องพักสุดหรู โดยมีคิรากรนั่งตรวจบัญชีงบดุลอยู่ฝั่งตรงข้าม แม้ปากจะบอกว่ามาดูงาน แต่ผ่านไปสองชั่วโมงเต็ม งานเอกสารกลับแทบไม่คืบหน้า เพราะสายตาของประธานหนุ่มจอมซึนเอาแต่มองสำรวจคนตรงข้ามเสียมากกว่า “มองอะไรคะบอส หน้าฉันมีกระดาษโน้ตแปะอยู่เหรอ ถึงได้จ้องไม่วางตาแบบนั้น” รินรดาเงยหน้าขึ้นจากจอคอมพิวเตอร์ เอ่ยถามด้วยความหงุดหงิดนิดๆ ที่ถูกลอบมองนานเกินไป “เปล่า แค่กำลังคิดว่า... เลขาฯ คนนี้ นอกจากปากจะเก่งแล้ว หน้าตาเวลาตั้งใจทำงานมันก็น่ารำคาญใช้ได้เหมือนกัน” คิรากรตอบหน้าตาย ปิดแฟ้มเอกสารในมือเสียงดังปั้ง “ปากเสีย!” รินรดาแยกเขี้ยวใส่ “ถ้าไม่มีอะไรทำแล้ว เชิญไปนอนพักผ่อนเลยค่ะ ฉันจะเคลียร์งานส่วนของฉันให้เสร็จ” “หิวแล้ว” คนตัวโตพูดหน้าตาเฉย ลุกขึ้นยืนเต็มความสูงแล้วเดินตรงดิ่งมาหยุดอยู่ตรงหน้าโต๊ะทำงานของเธอ “ออกไปหาอะไรกินข้างนอกซะ ผมเลี้ยงเอง ถือว่าเป็นสวัสดิการของเลขาฯ ดีเด่น (ที่ชอบเถียงเจ้านาย)” “ไม่ไปค่ะ ฉันจะสั่งรูมเซอร์วิส ขี้เกียจเดิน” รินรดาส่ายหัวดิก “รินรดา...” คิรากรกดเสียงต่ำลง ทิ้งตัวลงนั่งยองๆ ให้ระดับสายตาอยู่ในระนาบเดียวกับเธอ มือหนาเอื้อมไปดึงแผ่นเอกสารออกจากมือบางเบาอย่างถือวิสาสะ ดวงตาคมจ้องลึกเข้าไปในดวงตากลมโตนิ่ง “อย่าดื้อ... บรรยากาศริมเขื่อนตอนเย็นมันสวยมาก คุณไม่อยากไปเดินเล่นรับลมเหรอ หรือกลัวว่า... ถ้าไปกับผมสองคนแล้วจะห้ามใจไม่ไหว?” “ยะ... ยาสั่งอะไรของคุณคะ บ้าอำนาจแล้วยังหลงตัวเองอีก!” รินรดาหน้าแดงก่ำ เผลอหลบสายตาร้อนแรงคู่นั้นอย่างไม่รู้ตัว หัวใจเจ้ากรรมเต้นโครมครามจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยินเสียงมัน คิรากรหัวเราะในลำคออย่างอารมณ์ดี ความซึนเดระที่พกมาเต็มกระเป๋าเริ่มละลายหายไปทีละน้อยเมื่อได้เห็นท่าทางจำนนด้วยคำพูดของเลขาฯ ปากเก่งคนนี้ มือหนายื่นออกไปหมายจะคว้าข้อมือเล็กให้ลุกขึ้นตามแรงดึง ทว่า... *ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!* เสียงเคาะประตูดังสนั่นหวั่นไหวขัดจังหวะเวลาสวีท (ที่กำลังจะเริ่ม) พังทลายลงในพริบตา คิรากรขมวดคิ้วมวลด้วยความไม่สบอารมณ์ รินรดาฉวยโอกาสนั้นสะบัดมือออกแล้วลุกขึ้นยืนจัดเสื้อผ้าให้เข้าที่ “ใครมาวะเนี่ย เสียบรรยากาศหมด” คิรากรบ่นพึมพำด้วยความหัวเสีย ก่อนจะก้าวฉับๆ ไปเปิดประตูห้องพัก แต่อึดใจเดียว ร่างสูงของประธานหนุ่มก็ชะงักกึก สีหน้าที่เคยหงุดหงิดแปรเปลี่ยนเป็นความตกตะลึงพรึงเพริด ทันทีที่เห็นเงาร่างของแขกไม่ได้รับเชิญที่ยืนยิ้มแป้นแล้นอยู่หน้าห้อง “อ้าว! ตาคีย์! ลูกชายแม่ มาเที่ยวรีสอร์ทนี้ทำไมไม่บอกล่วงหน้า ฮะ?” เสียงหวานทรงอำนาจของ ‘คุณหญิงมณี’ ผู้เป็นมารดาบังเกิดเกล้าดังลั่นห้อง พร้อมกับก้าวเข้ามาข้างในโดยไม่ต้องรอให้อนุญาต และที่สำคัญ... ข้างกายท่านยังมีหญิงสาวหน้าตาสะสวยไฮโซตระกูลดังยืนคล้องแขนส่งยิ้มหวานหยาดเยิ้มมาให้คิรากรอย่างสนิทสนม! รินรดาที่ยืนอยู่ด้านหลังเบิกตากว้าง อ้าปากค้างด้วยความคาดไม่ถึงกับฉากละครชีวิตหน้าห้องที่จู่ๆ ก็พุ่งเข้ามาชนแบบโนטיสล่วงหน้า... วันหยุดสุดป่วนของแท้และแน่นอนเริ่มทำงานแล้วค่ะคุณผู้ชม! พุดดิ้งคาราเมลขอส่งกำลังใจให้รินรดารอดพ้นจากศึกแม่สามี (เก้อ) และคู่หมั้นทิพย์ในสถานการณ์หน้าสิ่วหน้าขวานนี้ไปให้ได้นะคะ แล้วพบกันตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (พุดดิ้งคาราเมล)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กลลวงทวงหัวใจนายตัวร้าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%