กลลวงทวงหัวใจนายตัวร้าย•ตอนที่ 11

ความหึงที่เริ่มทำงาน

ผลงานโดย พุดดิ้งคาราเมล
“จะไปไหน” น้ำเสียงทุ้มต่ำที่แฝงไปด้วยแรงอารมณ์คุกรุ่นดังขึ้นจากมุมมืดของห้องทำงาน คิรากรไม่ได้เงยหน้าจากเอกสารตรงหน้า แต่รัศมีกดดันที่แผ่ออกมาทำเอาอากาศรอบตัวรินรดารู้สึกหนักอึ้ง เธอชะงักฝีเท้าที่กำลังจะก้าวพ้นประตูห้องทำงานหรู มือบางกระชับกระเป๋าถือแน่นก่อนจะหันกลับไปเผชิญหน้ากับคนเอาแต่ใจ “ดิฉันจะไปทานข้าวกลางวันค่ะ บอสมีอะไรจะสั่งงานเพิ่มหรือเปล่าคะ ถ้าไม่มี รินขอตัวนะคะ” รินรดาตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าในแววตากลับวาวโรจน์ด้วยความท้าทาย เธอรู้ดีว่า ‘คนตัวร้าย’ ตรงหน้ากำลังหงุดหงิดเรื่องอะไร แต่ไม่ใช่หน้าที่ของเธอที่จะต้องมารองรับอารมณ์หึงหวงแบบไร้เหตุผลของเขา คิรากรวางปากกาลงบนโต๊ะเสียงดังปัง! ร่างสูงใหญ่ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก้าวยาวๆ เพียงไม่กี่ก้าวก็มาหยุดอยู่ตรงหน้าเลขาคนเก่ง กลิ่นน้ำหอมยี่ห้อโปรดของเขาเจือจางด้วยกลิ่นกาแฟเข้มข้นจนคนถูกต้อนต้องถอยหลังไปจนชนกับบานประตูไม้ “ไปกับใคร” “เพื่อนค่ะ รุ่นพี่ที่มหาวิทยาลัย พอดีเขามีธุระผ่านมาแถวนี้ เลยชวนไปทานข้าวด้วยกัน” รินรดาเชิดหน้าขึ้น ตอบคำถามด้วยน้ำเสียงฉะฉานไม่มีพิรุธ “เพื่อน? ผู้ชายคนเมื่อวานน่ะเหรอ?” คิรากรเลิกคิ้ว สายตาคมปลาบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเธอราวกับจะค้นหาความจริง “รินรดา คุณน่าจะจำกฎของที่นี่ได้ดีนะ เลขาของผมต้องแสตนด์บาย 24 ชั่วโมง หรือคุณคิดว่าการเอาเวลาทำงานไปเดทกับผู้ชายคนอื่นมันเป็นเรื่องสมควร?” “นี่บอสกำลังพาลนะคะ” รินรดาแค่นยิ้มมุมปาก “เมื่อวานรินทำงานล่วงเวลาจนดึกดื่น วันนี้รินมีสิทธิ์ใช้เวลาพักกลางวันของรินอย่างอิสระ แล้วอีกอย่าง… การที่รินจะมีคนรู้จักหรือเพื่อนสนิท มันก็ไม่น่าจะไปขัดกับกฎของบริษัทข้อไหนนะคะ ยกเว้นเสียแต่ว่าบอสจะ ‘หึง’ จนขาดสติ” คำว่า ‘หึง’ ที่หลุดออกมาจากปากคนตรงหน้าทำเอาคิรากรชะงักไปครู่หนึ่ง ใบหน้าหล่อเหลาที่เคยเรียบตึงกลับขึ้นสีจางๆ เขาเหยียดยิ้มร้ายกาจพลางก้าวเข้ามาประชิดตัวจนแทบจะไม่มีช่องว่างให้หายใจ “หึงเหรอ? คุณสำคัญตัวผิดไปหรือเปล่า” เขาโน้มใบหน้าลงมาจนปลายจมูกเกือบสัมผัสกับแก้มใส “ผมแค่ไม่ชอบให้ของที่อยู่ในการดูแลของผม ไปป้วนเปี้ยนกับพวกผู้ชายไร้สาระข้างนอกนั่น มันเสียเวลาทำงาน ถ้าอยากไปทานข้าวมากนัก ก็สั่งขึ้นมาทานบนนี้สิ ผมเองก็ยังไม่ได้ทานเหมือนกัน” “รินไม่ได้อยากทานกับบอสค่ะ” เธอสวนกลับทันควัน “และรินก็ไม่ใช่ ‘ของ’ ของใครด้วย” คิรากรยื่นมือหนาไปยันขอบประตูเหนือหัวเธอ กักขังร่างบางไว้ในกรงล้อมของวงแขนแกร่ง แววตาของเขาเปลี่ยนจากความเย็นชาเป็นความกระหายบางอย่างที่รินรดาอ่านไม่ออก “งั้นลองดูไหมล่ะ ว่าคุณจะไปจากที่นี่ได้ยังไง” เขากระซิบเสียงพร่าที่ข้างใบหู ก่อนจะแกล้งกดน้ำหนักตัวลงไปเล็กน้อย “ผมสั่งห้ามคุณไปกับใครหน้าไหนทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นรุ่นพี่ หรือใครก็ตาม ถ้าผมไม่อนุญาต อย่าหวังว่าจะได้ก้าวเท้าออกจากออฟฟิศนี้ไปหาคนอื่น” รินรดาสบตากับคนเผด็จการตรงหน้า หัวใจของเธอเต้นรัวอย่างไม่อาจควบคุม ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะแรงดึงดูดประหลาดที่เขาส่งผ่านมาให้ มือบางสั่นเล็กน้อยตอนที่พยายามจะผลักอกแกร่งออก แต่กลับถูกฝ่ามือหนาคว้าข้อมือเอาไว้ได้ทัน “บอสคะ นี่มันเกินขอบเขตงานแล้วนะคะ” “ขอบเขตงานเหรอ?” คิรากรแค่นหัวเราะ “ถ้าผมบอกว่านี่คือคำสั่งจากผู้บริหารสูงสุดล่ะ คุณจะทำยังไง?” ในจังหวะที่บรรยากาศกำลังตึงเครียดจนถึงขีดสุด เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นขัดจังหวะ ตามด้วยเสียงหวานใสที่คุ้นเคยของ ‘ใครบางคน’ ที่เปิดประตูเข้ามาโดยไม่รอคำอนุญาต “คีย์คะ! ทานข้าวกันเถอะค่ะ กุ๊กกิ๊กจองร้านอาหารที่คีย์ชอบไว้แล้วนะ” คิรากรชะงักไปทันที เขารีบผละออกจากรินรดาพลางถอยห่างออกมาหลายก้าว สายตาคมกริบมองไปยังหญิงสาวที่เพิ่งก้าวเข้ามาใหม่ด้วยความตกใจ ขณะที่รินรดาเองก็ยืนนิ่งงัน แววตาที่เคยแข็งกร้าวเปลี่ยนเป็นความสับสนเมื่อเห็นใบหน้าของแขกที่ไม่ได้รับเชิญคนนั้น มันคือใบหน้าเดียวกับ... ผู้หญิงในรูปถ่ายเก่าๆ ที่เธอเคยเห็นในห้องทำงานของเขา ไม่มีผิดเพี้ยน รินรดาค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมองภาพตรงหน้า ความรู้สึกหน่วงๆ ในอกแล่นริ้วขึ้นมาอย่างประหลาด นี่หรือคือเหตุผลที่เขาสั่งห้ามไม่ให้เธอไปไหน? หรือจริงๆ แล้วเธอก็เป็นได้แค่ตัวแทนของใครบางคนที่เขาไม่อาจลืม? พุดดิ้งคาราเมลหวังว่าบทนี้จะทำให้ทุกคนใจสั่นไปพร้อมๆ กับรินนะคะ แล้วพบกันตอนหน้าค่ะ
สารจากนักเขียน (พุดดิ้งคาราเมล)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กลลวงทวงหัวใจนายตัวร้าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%