กลลวงทวงหัวใจนายตัวร้าย•ตอนที่ 20

หมาโบ้เริ่มทำงาน

ผลงานโดย พุดดิ้งคาราเมล
แฟ้มเอกสารปกหนังสีดำสนิทถูกโยนลงบนโต๊ะทำงานกระจกใสเสียงดัง *ปัง!* จนกระดาษโน้ตโพสต์อิตสีพาสเทลที่แปะไว้เตือนความจำปลิวว่อน รินรดาตวัดสายตาขึ้นมองชายหนุ่มร่างสูงโปรดในชุดสูททําเนียบผู้บริหารระดับพรีเมียมที่กำลังยืนค้ำหัวเธอด้วยสีหน้าบึ้งตึงยิ่งกว่าก้นกระทะ "ถ้าคุณคีย์จะมาใช้โต๊ะดิฉันเป็นที่ระบายอารมณ์ กรุณาไปเบิกงบซื้อกระสอบทรายที่แผนกจัดซื้อนะคะ ที่นี่ห้องเลขาฯ ไม่ใช่ค่ายมวย" เสียงหวานใสเอื้อnยออกไปด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคม บ่งบอกชัดเจนว่าเธอไม่ได้มีความเกรงกลัวอำนาจมืดของท่านประธานหนุ่มเลยสักนิด รินรดายกมือขึ้นกอดอก ปรายตามองเจ้าของร่างสูงที่ยืนหายใจฟึดฟัดอยู่ตรงหน้าด้วยความหมั่นไส้ระคนระแวง คิรากรขบกรามแน่นจนกล้ามเนื้อสันกรามขึ้นเป็นสันนูน ดวงตาคมกริบฉายแววคุกกรุ่นปนความหงุดหงิดที่พยายามซ่อนไว้ภายใต้มาดขรึม เขากวาดสายตามองเลขาฯ ตัวแสบที่เมื่อวานเพิ่งจะยื่นซองขาวลาออกใส่หน้าเขาหมาดๆ แต่เพราะเขาใช้เส้นสาย (และอำนาจเงินทุน) ดึงตัวเธอให้กลับมาติดแห็กอยู่ในห้องทำงานนี้ต่อได้ วันนี้พ่อประธานหนุ่มผู้ไม่เคยง้อใคร จึงต้องงัด "แผนง้อ" ฉบับเดเดอะเบสต์ที่เสิร์ชเจอจากกระทู้พันทิปเมื่อคืนตอนตีสามมาใช้ ให้ตายเถอะ... ผู้ชายปากจัดอย่างคิรากรเนี่ยนะ จะต้องมานั่งอ่านวิธีเอาใจเลขาฯ สายปากแจ๋ว! "ใครเป็นอะไร ไม่ได้ระบายอารมณ์สักหน่อย" คิรากรสบถเสียงลอดไรฟัน ปรับสีหน้าให้กลับมาเรียบตึงราวกับหุ่นยนต์ ก่อนจะเลื่อนกล่องพลาสติกใสทรงสี่เหลี่ยมที่ซ่อนไว้ข้างหลังมาวางกระแทกไว้บนโต๊ะทำงานของเธอแทนแฟ้มเอกสาร รินรดาก้มลงมองสิ่งแปลกปลอมตรงหน้า คิ้วเรียวสวยขมวดเข้าหากันทันที ข้างในนั้น... คือทุเรียนหมอนทองแกะเนื้อเป็นพูสีเหลืองนวล วางเรียงรายอย่างเป็นระเบียบ... แต่ปัญหาคือ กลิ่นอันเป็นเอกลักษณ์ของมันตีทะลุตู้พลาสติกอบอวลไปทั่วห้องทำงานกระจกเก็บเสียงระดับไฮ엔ด์จนแทบจะกลายเป็นห้องรมแก๊สกลายๆ "นี่คืออะไรคะ?" รินรดาถามเสียงสูง ปรายตามองหน้าบอสหนุ่มสลับกับกล่องทุเรียนด้วยความรู้สึกเหลือเชื่อ "ก็ทุเรียนไง ตาบอดหรือไงถึงมองไม่เห็น" คิรากรตอบกลับเสียงห้วนจัดตามสันดานดิบ แต่หูทั้งสองข้างกลับแดงแจ๋อย่างน่าขัน เขาหลบสายตาไปมองแจกันดอกไม้ปลอมบนโต๊ะแทนที่จะสบตากับเธอตรงๆ "เห็นคุณบ่นว่าช่วงนี้เครียดๆ ไอ้นั่นก็ไม่อร่อย ไอ้นี่ก็จืดชืด... เขาบอกว่าผู้หญิงเวลามีอารมณ์แปรปรวนให้กินของหวานๆ มันๆ ทุเรียนเนี่ยพรีเมียมสุดแล้ว กิโลละเป็นพัน ฉันอุตส่าห์ให้เลขาฯ ส่วนตัวไปยืนต่อคิวซื้อมาให้เลยนะ" น้ำเสียงของเขาฟังดูเหมือนคนกำลังพยายามอวดความดีความชอบ แต่กิริยาที่ยืนกอดอกโยกตัวไปมาอย่างเก้ๆ กังๆ กลับฟ้องชัดว่าเจ้าตัวกำลังประหม่าสุดขีด รินรดากลั้นยิ้มจนแก้มแทบปริ หล่อนมองหน้าท่านประธานหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลที่ตอนนี้มีสภาพไม่ต่างจากเด็กผู้ชายโดนจับได้ว่าแอบขโมยขนม น้ำเสียงที่เคยดุร้ายและแววตาดุดันเมื่อครู่หายไปไหนหมด เหลือเพียงความซึนเดระที่พยายามฟอร์มจัดแต่โบ๊ะบ๊ะจนน่าเอ็นดู "อ๋อ... ขอบคุณนะคะสำหรับทุเรียนกิโลละพัน" รินรดาจงใจลากเสียงยาวอย่างยวนกวนประสาท "แต่เกรงใจจังค่ะ พอดีดิฉันเป็นภูมิแพ้อากาศ... และแพ้ความพยายามแบบผิดๆ ของคนบางคนด้วย" "นี่เธอ!" คิรากรสะดุ้งโหยง ชี้หน้าเธออย่างคาดโทษ "ฉันอุตส่าห์ลงทุนซื้อง้อเลยนะเว้ย! ปกติไม่เคยทำแบบนี้กับใครเข้าใจไหม ถ้ารู้สึกผิดก็กินเข้าไปซะ จะได้เลิกทำหน้าเป็นตูดหมึกใส่ฉันสักที!" "ใครบอกว่าดิฉันทำหน้าเป็นตูดหมึกคะ ดิฉันแค่กำลังประเมินความคุ้มค่าต่างหาก" รินรดาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ใบหน้าสวยเชิดขึ้นเล็กน้อยอย่างไม่ยอมแพ้ "คิดจะง้อทั้งที ใช้ทุเรียนกลิ่นฟุ้งกระจายทั่วห้องแอร์เนี่ยนะคะ? เหม็นขนาดนี้ คุณคีย์จะไล่ให้พนักงานทั้งชั้นสำลักควันตายนอกห้องหรือไงคะ บอสสมองกลับรึเปล่าเนี่ย" "ปากคอเราะร้ายจริงนะรินรดา!" คิรากรก้าวเข้าไปประชิดโต๊ะทำงานจนแทบจะชิดตัวเธอ ระยะห่างระหว่างกันลดลงจนเหลือเพียงคืบเดียว ดวงตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตากลมโตที่ไม่มีทีท่าว่าจะหลบเลี่ยง "ปากเก่งแบบนี้... อยากโดนปิดปากด้วยอะไร ถึงจะยอมหยุดพูดจาหาเรื่องฉันสักทีฮึ?" บรรยากาศในห้องเปลี่ยนจากความตลกขบขันเป็นความตึงเครียดที่อบอวลไปด้วยกระแสไฟฟ้าสีชมพูพาสเทลทันที หัวใจของรินรดากระตุกวูบไปจังหวะหนึ่งเมื่อได้สบเข้ากับดวงตาดุที่ตอนนี้พราวระยับไปด้วยความคลั่งรักแบบไม่รู้ตัว คิรากรโน้มใบหน้าลงมาใกล้เรื่อยๆ จนสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นๆ ที่เป่ารดอยู่ริมฝีปาก บอสหนุ่มซึนปากร้าย... เวลาคลั่งรักขึ้นมานี่มันอันตรายต่อหัวใจคนอ่าน (เอ๊ย หัวใจเธอ) ชะมัด! รินรดาใจเต้นแรงจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยินเสียงกลองเพลในอก แต่ภายนอกเธอยังคงรักษาสีหน้ายโสไว้ได้เป็นอย่างดี หญิงสาวแกล้งเอียงคอมองด้วยรอยยิ้มเย้าแหย่ ก่อนจะยื่นมือเรียวออกไปผลักแผงอกกว้างเบาๆ เพื่อเว้นระยะห่าง "ถ้าจะปิดปาก... กรุณาใช้ลูกอมรสมินต์นะคะคุณคีย์ ดิฉันไม่อยากได้กลิ่นทุเรียนติดมาด้วย มันเสียบรรยากาศโรแมนติกหมด" คิรากรชะงักไปนิด มุมปากหยักลึกกระตุกยิ้มร้ายกาจขึ้นมาทันที ชายหนุ่มโน้มตัวลงกระซิบชิดริมหูของเธอด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำที่จงใจให้พร่าพร่าชวนสั่นสะท้าน "งั้นก็... แปลว่าถ้าไม่ใช่กลิ่นทุเรียน... เธอก็พร้อมรับสินะ?" รินรดาเบิกตาโพล้งขึ้นด้วยความตกใจ ใบหน้าสวยร้อนผ่าวขึ้นมาดั่งโดนไฟลวก หล่อนอ้าปากจะพ่นคำด่าโต้กลับเพื่อกู้หน้า แต่ทว่า... *ก๊อกๆๆ!* เสียงเคาะประตูกระจกดังขึ้นขัดจังหวะความฟินระดับพรีเมียมอย่างไม่รู้กาลเทศะ พร้อมกับบานประตูที่ถูกผลักเปิดออกโดยไม่ต้องรออนุญาตจากเจ้าของห้อง ร่างโปร่งบางของ "มินตรา" ดาราสาวเซเลบชื่อดังผู้เป็นคู่หมั้นทางธุรกิจของคิรากรก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มหวานหยาดเยิ้ม แต่สายตากลับคมกริบราวกับใบมีดโกนที่จดจ้องมายังร่างของรินรดาและคิรากรซึ่งยืนประชิดติดกันเกินความจำเป็น "คีย์คะ... มินมาขัดจังหวะอะไรสำคัญรึเปล่าเอ่ย?" รินรดาผละออกจากคิรากรทันทีราวกับโดนไฟดูด หญิงสาวปรับสีหน้ากลับเป็นโหมดเลขาฯ มืออาชีพในเสี้ยววินาที ขณะที่คิรากรสบถเสียงต่ำในลำคอด้วยความหัวเสียสุดขีดที่เหยื่อ... เอ๊ย คนโดนง้อ กำลังจะหลุดมือไปต่อหน้าต่อตา! *พุดดิ้งคาราเมลขอส่งกำลังใจให้รินรดารอดพ้นจากสถานการณ์อันตึงเครียดนี้ไปให้ได้นะคะ แล้วพบกันตอนหน้าค่ะ!*
สารจากนักเขียน (พุดดิ้งคาราเมล)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กลลวงทวงหัวใจนายตัวร้าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%